วันพฤหัสบดี 31 กรกฎาคม 2557 อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อีกสาเหตุสำคัญของการเกิดโรคมะเร็งตับมาจากการเกิดโรคไวรัสตับอักเสบซี  ซึ่งในปัจจุบันพบมากที่สุดและน่าเป็นห่วงมากที่สุด เพราะสามารถเป็นเรื้อรังได้บ่อย ซึ่งไม่ติดต่อทางอาหาร และผู้ป่วยมักไม่ทราบว่าตัวเองติดเชื้อ  สำหรับอาการเบื้องต้นของผู้ป่วยโรคไวรัสตับอักเสบซี พล.ต.นพ.อนุชิต จูฑะพุทธิ เลขาธิการมูลนิธิโรคตับ เผยว่า จะไม่แสดงอาการออกมาอย่างชัดเจน บางรายพบว่ามีไข้ต่ำ อ่อนเพลีย เมื่อยล้า คลื่นไส้  เบื่ออาหาร ฯลฯ จึงทำให้ผู้ติดเชื้อคิดไม่ถึงว่าเป็นอาการของโรคไวรัสตับอักเสบซี กว่าครึ่งของผู้ติดเชื้อมักเป็นเรื้อรัง กว่าจะรู้ตัวก็มีอาการรุนแรงถึงขั้นเป็นโรคตับแข็ง และลุกลามไปสู่มะเร็งตับในที่สุด สาเหตุของการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซีส่วนใหญ่ผ่านทางเลือด เช่น การเสพยาเสพติด ใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน การรับโลหิตจากการบริจาคโดยไม่ผ่านหน่วยคัดกรอง ผู้ป่วยล้างไต การสัก เจาะหู หรือเจาะตามที่ต่าง ๆ  ในร่างกาย ฯลฯ จึงจำเป็นอย่างยิ่งผู้ที่อยู่ในภาวะเสี่ยงควรได้รับการตรวจเลือดเพื่อวางแผนการรักษา โดยค่าใช้จ่ายในการรักษาโรคไวรัสตับอักเสบซีเรื้อรังประมาณสองแสนบาท แต่โชคดีปัจจุบันผู้ป่วยระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้า ประกันสังคม และสวัสดิการข้าราชการ สามารถเบิกได้โดยไม่ต้องจ่ายค่ายาเอง

สำหรับการตรวจหาเชื้อ เลขาธิการมูลนิธิโรคตับบอกว่าทำได้ไม่ยาก เพียงแค่เจาะเลือดเพื่อตรวจหาภูมิไวรัสตับอักเสบซี  (HCV-Antibody) หากผลออกมาเป็นบวกแพทย์จะให้ตรวจยืนยันอีกครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่ามีเชื้อไวรัสจริงหรือไม่ ถ้าผลตรวจไม่พบเชื้อต้องติดตามผลอย่างต่อเนื่อง ซึ่งค่าใช้จ่ายในการตรวจคัดกรองไม่แพง มีบริการตรวจทั้งโรงพยาบาลรัฐบาลและเอกชน แต่สำหรับผู้ที่ตรวจแล้วพบการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซี แพทย์จะทำการประเมินการรักษา โดยดูว่าตับมีความเสียหายมากน้อยแค่ไหน หากมีแนวโน้มว่าโรคจะพัฒนาไปเป็นตับแข็งหรือมะเร็งตับ แพทย์จะพิจารณาให้รักษาต่อไป โดยยาที่ใช้รักษาเป็นยาเพ็คอินเตอร์เฟอรอนฉีดสัปดาห์ละครั้งร่วมกับยารับประทานนาน 24-48 สัปดาห์ ซึ่งยาในกลุ่มนี้จะให้ตามน้ำหนักผู้ป่วยแต่ละคน แม้ปัจจุบันไม่มีวัคซีนป้องกันโรคไวรัสตับอักเสบซีแต่มียารักษาให้หายขาดได้

ด้านสองสาวเพื่อนซี้ เล็ก-กรกนก ยงสกุล และ เหลี่ยน-โสรัส อมาตยกุล ชวนกันมาเช็กสุขภาพและรับรู้ข้อมูลเพื่อดูแลสุขภาพและนำไปบอกต่อคนใกล้ชิด เล็ก-กรกนก บอกว่า ในครอบครัวมีคนที่เป็นพาหะไวรัสตับอักเสบบีคุณหมอแนะนำให้กินวิตามินบำรุง ทำตัวให้แข็งแรง ไม่ดื่มสุรา ส่วนตัวเองดูแลสุขภาพอยู่แล้วก็ระวังไม่ให้เข้าไปอยู่ในกลุ่มเสี่ยง และจะบอกต่อเพื่อนๆ ที่ฮิตรอยสัก โดยจะนำข้อมูลที่ได้รับไปเตือนด้วยความห่วงใย เพราะโรคไวรัสตับอักเสบซีกว่าจะรู้ตัวก็ลุกลามรักษาไม่ทันแล้ว ส่วน เหลี่ยน-โสรัส บอกว่า ไม่คิดว่าตัวเองอยู่ในกลุ่มเสี่ยงแต่ต้องระวังเพราะชอบเข้าร้านทำเล็บ ยิ่งมารู้ว่าโรคไวรัสตับอักเสบซีติดจากเลือดทำให้ต้องระวังมากขึ้น ส่วนตัวมีอุปกรณ์ทำเล็บเป็นของตัวเอง เพราะไม่รู้ว่าอุปกรณ์ของร้านผ่านการฆ่าเชื้อมากน้อยแค่ไหน อะไรที่ป้องกันได้ก็ควรป้องกันไว้ก่อน ในกลุ่มเพื่อนจะเอาความรู้ที่ได้ไปบอกต่ออีกทางหนึ่ง.


Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แบ่งปัน

จำนวนคนดู 19,127 ครั้ง

แสดงความคิดเห็น