วันพุธ 22 ตุลาคม 2557 อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศึกฟุตบอลโลก 2014 รอบคัดเลือก โซนยุโรป นัดสุดท้าย คู่สำคัญ ในกลุ่ม H ในคืนวันอังคารนี้ "สิงโตคำราม" อังกฤษ มีคิวเปิดเวมบลีย์ ในกรุงลอนดอน รับการมาเยือนของทีมอันตรายอย่าง โปแลนด์


สถานการณ์ในกลุ่ม H หลังผ่านไป 9 เกม อังกฤษ นำเป็นจ่าฝูง โดยมี 19 คะแนน ขณะที่ ยูเครน ตามมาเป็นอันดับ 2 ที่ 18 คะแนน, มอนเตเนโกร 15 คะแนน และโปแลนด์ 13 คะแนน ทำให้ถ้าหากทีมสิงโตคำรามคว้า 3 แต้มได้ในเกมนี้ จะการันตีการเข้ารอบสุดท้าย ที่บราซิล ในปีหน้า แน่นอน ขณะที่ โปแลนด์ ไม่มีลุ้นอะไรแล้ว
 

อย่างไรก็ตาม ถ้าหาก อังกฤษ แพ้หรือเสมอ จะหล่นลงมาได้เพียงอันดับ 2 ของกลุ่มทันที เพราะ ยูเครน ที่ตามมาเป็นอันดับ 2 มีโปรแกรมไปเยือน ซาน มาริโน ทีมอันดับสุดท้ายของกลุ่ม ที่ยังไม่มีแม้แต่คะแนนเดียว ทำให้น่าจะชนะได้แน่นอน และมีเพิ่มเป็น 21 คะแนน ดังนั้น ถ้าหากต้องการเข้ารอบ อังกฤษ ต้องชนะเท่านั้น
 

ความพร้อมเกมนี้ รอย ฮอดจ์สัน ผู้จัดการทีมชาติอังกฤษ จะไม่มี แอชลีย์ โคล แบ๊กซ้ายจาก เชลซี ที่มีอาการบาดเจ็บซี่โครง และยังไม่สามารถลงซ้อมได้เลย ทำให้ฟูลแบ๊กวัย 32 ปี จะฟิตไม่ทันลงเล่นในเกมนี้แน่นอน และจะเป็น เลห์ตัน เบนส์ แบ๊กจาก เอฟเวอร์ตัน ที่ได้ลงเล่นแทนต่อไป หลังเล่นแทน และทำได้ดีมาตั้งแต่เกมก่อนหน้านี้ ที่ถล่ม มอนเตเนโกร 4-1 เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา


นอกจากนั้น ในตำแหน่งแบ๊กขวา "ปู่รอย" ก็จะหมดสิทธิใช้งาน ไคล์ วอล์คเกอร์ แบ๊กจอมลุยจาก ทอตแนม ฮอตสเปอร์ เพราะติดโทษแบน จากการสะสมใบเหลืองครบ 5 ใบ ทำให้ 2 นักเตะจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อย่าง คริส สมอลลิง หรือ ฟิล โจนส์ ต้องแย่งตำแหน่งกัน เพื่อลงเล่นแทน


เกมนี้ ฮอดจ์สัน ยังได้เรียกว่า ราฮีม สเตอร์ลิง ปีกดาวรุ่งของ ลิเวอร์พูล จากทีมชาติอังกฤษ ชุดอายุไม่เกิน 21 ปี ขึ้นมาติดทีมชุดใหญ่ด้วย เพื่อแทนที่ของ ทอม เคลฟเวอร์ลีย์ มิดฟิลด์จาก แมนฯ ยูไนเต็ด ที่มีอาการเจ็บน่อง จนไม่ได้ลงเล่นตั้งแต่เกมที่แล้ว ส่วนรายของ แจ็ค วิลเชียร์ กองกลางจาก อาร์เซนอล ที่ป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ น่าจะหายกลับมาเป็นตัวเลือกได้อีกครั้ง


คาดว่า ฮอดจ์สัน จะยึดนักเตะชุดเดิม ที่ถล่ม มอนเตเนโกร ลงเล่นเป็นหลักต่อไป โดยมี โจ ฮาร์ต เป็นผู้รักษาประตูเหมือนเดิม แม้กำลังฟอร์มตก ขณะที่แผงหลังใช้ แกรี เคฮิลล์ กับ ฟิล จากีลกา เป็นเซ็นเตอร์ฮาล์ฟคู่กัน แล้วแบ๊กขวาใช้ โจนส์ ส่วนแบ๊กซ้ายเป็น เบนส์ เหมือนเดิม
 

ส่วนแผงกลางยังคงใช้ 2 ตัวเก๋าอย่าง สตีเวน เจอร์ราร์ด กัปตันทีม และ แฟรงค์ แลมพาร์ด คุมเกมร่วมกัน ส่วนเกมรุก ต้องรอเช็กความฟิตของ แอนดรอส ทาวน์เซนด์ ปีกดาวรุ่งจาก สเปอร์ ก่อนเกมอีกครั้ง เพราะเจ็บเล็กน้อยระหว่างการซ้อมมื้อล่าสุด หลังจากที่ปีกวัย 22 ปี ระเบิดฟอร์มสุดยอด และยิงได้ 1 ประตู ในเกมที่ชนะ มอนเตเนโกร ทั้ง ๆ ที่เพิ่งติดทีมชาติเป็นเกมแรก


ขณะที่ 3 ประสานแดนหน้าจะยังคงใช้ เวย์น รูนีย์ ที่กำลังฟอร์มแรงเช่นกันเป็นตัวหลัก พร้อมขนาบข้างด้วย แดเนียล สเตอร์ริดจ์ จาก ลิเวอร์พูล และ แดนนี เวลเบค จาก แมนฯ ยูไนเต็ด เหมือนเดิม


ฝั่ง วัลเดมาร์ ฟอร์นาลิค ผู้จัดการทีมชาติโปแลนด์ ที่เกมล่าสุดแพ้ ยูเครน 0-1 ทำให้หมดลุ้นเข้ารอบแน่นอนแล้ว จะหมดสิทธิใช้บริการ ลูคัซ พีสเซ็ค แบ๊กตัวเก่ง ที่เจ็บเช่นเดียวกับ ดาเมียน แปร์กีส และ มาเชียจ ไรบุส ที่ไม่พร้อมทั้งหมด


อย่างไรก็ตาม บรรดาตัวหลักที่เหลือยังพร้อมลงเล่นได้ทั้งหมด โดยนายทวารเป็น อาเทอร์ โบรุช ส่วนแผงหลังมี เกอร์เซกอร์ซ วอยโคเวียค, ลูคัส ซูคาลา, คามิล กลิค และ อาเทอร์ เยเตอร์เซซิค


ส่วนแดนกลางมี เกอร์เซกอร์ซ คริโชเวียค คุมเกมร่วมกับ มาริอุส เลวานดอฟสกี และเกมรุกใช้ ยาคุบ บลาซีคอฟสกี ประสานงานร่วมกับ วัลเดมาร์ โซโบตา และ มาเตอุส คลิช โดยวาง โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี กองหน้าตัวเก่งจาก ดอร์ตมุนด์ เป็นหัวหอกอันตรายในแดนหน้าเช่นเคย.


Tags:

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แบ่งปัน

จำนวนคนดู 2,439 ครั้ง

แสดงความคิดเห็น