รวบครูสาวหน้ามืดลักโน๊ตบุ๊กจำนำจ่ายค่าหวย

แม่พิมพ์สาว ติดเล่นหวยงอมแงมลักโน๊ตบุ๊กโรงเรียน จำนำกว่า40เครื่อง ถึงคราวซวย สตง.มาตรวจสอบ เครียดจัดวิ่งหนีเข้าห้องน้ำซดน้ำยาล้างส้วม หวังหนีอาญาแผ่นดิน เพื่อนๆครูช่วยไว้ทันรอดตายหวุดหวิด

 เมื่อวันที่ 8 มี.ค. ที่สน.บางขุนเทียน พ.ต.อ.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผกก.สน.บางขุนเทียน, พ.ต.ท.ไกรวิทย์ อุณหก้องไตรภพ รองผกก.(สส.) ,ร.ต.ท.สายชล ทรงเดช รอง สว.สส. พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนร่วมกันแถลงข่าวจับกุม น.ส.สดใส ชาประดิษฐ์ อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 182ถนนริมคลองด่าน แขวงบางค้อ เขตจอมทอง ข้าราชการครูระดับ3 ตำแหน่งผู้ช่วยแผนงานกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยีของโรงเรียนสตรีวัดอัปสรสรรค์ พร้อมของกลางคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คยี่ห้อเดลรุ่นโวสโตร  5เครื่อง และ ตั๋วจำนำ 39 ใบ ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกกลางทั้งหมดได้ภายในห้องพักครูโรงเรียนสตรีวัดอัปสรสรรค์แขวงปากคลองภาษีเจริญ เขตภาษีเจริญ

พ.ต.ท.ไกรวิทย์ เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเช้าวันที่ 8 มี.ค.มีผู้บริหารของโรงเรียนดังกล่าวเข้าแจ้งความกับฝ่ายสืบสวนสน.บางขุนเทียนว่า จะมีเจ้าหน้าที่จากสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.) เข้ามาตรวจสอบคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คของหลวงซึ่งทางโรงเรียนเบิกจากคลังมาเพื่อใช้ในการเรียนการสอนและให้บรรดาอาจารย์ยืมใช้แต่ปรากฏว่าคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค ทั้งหมด 40 เครื่อง ได้สูญหายไปโดยสงสัยว่า น.ส.สดใส ผู้ต้องหาซึ่งเป็นครูฝ่ายมัลติมีเดียเป็นคนถือกุญแจตู้เก็บอุปกรณ์และมีส่วนรับผิดชอบในการเบิกจ่ายน่าจะเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พ.ต.อ.โชติวัฒน์ จึงสั่งการให้นำกำลังไปตรวจสอบที่โรงเรียนและเรียกตัว น.ส.สดใส มาสอบสวน โดยระหว่างให้ปากคำ  น.ส.สดใส เกิดอาการเครียด จึงวิ่งเข้าห้องน้ำครูไปขังตัวเองก่อนหยิบขวดน้ำยาล้างห้องน้ำบีบใส่ปากหวังฆ่าตัวตายบรรดาเพื่อนครูอาจารย์ต้องรีบเข้าทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนจะเร่งนำตัวส่ง รพ.ทหารเรือ เพื่อให้แพทย์ทำการล้างท้องช่วยชีวิตเอาไว้อย่างปลอดภัย

จากการสอบสวน น.ส.สดใส ให้การรับสารภาพว่า ได้แอบขโมยคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊กของหลวงไปจำนำจริง โดยเอาไปจำนำไว้ตามโรงรับจำนำย่านจอมทอง และบางปะแก้ว และจะทยอยขโมยไปทีละ 1-2 เครื่อง ทำมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2555 เพื่อหาเงินไปจ่ายค่าหวยใต้ดิน ได้เงินมาเครื่องละประมาณ 3,000 – 8,000 บาท จากนั้น เมื่อถึงสิ้นเดือนก็จะไปไถ่ถอนออกมาเก็บคืนตู้เซฟทางโรงเรียนเหมือนเดิม แต่ระยะหลังหมุนเงินไม่ทันจึงแอบเอาไปจำนำจนเกลี้ยงตู้ กว่า 40 เครื่อง เป็นจังหวะที่ทางราชการส่งเจ้าหน้าที่เดินทางมาตรวจสอบสภาพคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊กทางโรงเรียนจึงทราบเรื่องทั้งหมดเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหาเป็นเจ้าพนักงานรักษาทรัพย์เบียดบังทรัพย์ไปโดยทุจริตก่อนพาตัวส่งพนักงานสอบสวนและพาไปฝากขังที่ศาลอาญาธนบุรีดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนที่ไม่นำตัวผู้ต้องหามาทำการแถลงข่าวเนื่องจากเกรงว่าหลังจากนี้จะเกิดอาการเครียดจนกลับไปคิดสั้นฆ่าตัวตายอีก.