อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 29 สิงหาคม 2559

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 29 สิงหาคม 2559
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

เติมน้ำให้เขื่อนภูมิพล เรียกความมั่นคงด้านน้ำกลับคืนมา

อย่างไรก็ตามโครงการผันน้ำเติมเขื่อนภูมิพลไม่ได้เป็นเรื่องใหม่ หากคิดกันมานานและมีการศึกษาจากองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศ (ไจก้า) ของญี่ปุ่น แต่ไม่ประสบความสำเร็จ เพราะถูกต่อต้าน อังคารที่ 9 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา 02.56 น.

เขื่อนภูมิพลนับเป็นเขื่อนเก็บกักน้ำขนาดใหญ่แห่งแรกของประเทศไทย เปิดใช้งานมาตั้งแต่ปี 2507 สามารถจุน้ำได้ถึง 13,000 ล้านลูกบาศก์เมตร นับเป็นเขื่อนอเนกประสงค์ที่มีประโยชน์มหาศาล แต่สภาพปัจจุบันเกิดภาวะแห้งแล้งขึ้น โดยเฉพาะฤดูแล้งปีนี้ เหลือน้ำแค่ 1,000 ล้านลูกบาศก์เมตรเท่านั้น

จากสถานการณ์นี้ พล..ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้สั่งการให้กรมชลประทาน เร่งศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ เติมน้ำให้เขื่อนภูมิพล ซึ่งมีแนวทางผันน้ำจากลุ่มน้ำสาละวินมาเติมด้วยกัน สองทาง คือ โครงการผันแม่น้ำยวม จ.แม่ฮ่องสอน และโครงการผันน้ำจากแม่น้ำเมย จ.แม่ฮ่องสอน

แต่การผันน้ำจากแม่น้ำเมย ติดขัดปัญหาตรงที่เป็นแม่น้ำระหว่างประเทศกั้นชายแดนเมียนมากับไทย ซึ่งต้องเจรจากัน จึงมุ่งพิจารณาโครงการผันน้ำจากแม่น้ำยวม โดยสร้างเขื่อนและเจาะภูเขาเป็นอุโมงค์ส่งน้ำและระบบท่อส่งน้ำมายังเขื่อนภูมิพล ความยาวประมาณ 60 กิโลเมตร เท่านั้น

อย่างไรก็ตามโครงการผันน้ำเติมเขื่อนภูมิพลไม่ได้เป็นเรื่องใหม่ หากคิดกันมานานและมีการศึกษาจากองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศ (ไจก้า) ของญี่ปุ่น แต่ไม่ประสบความสำเร็จ เพราะถูกต่อต้าน และสถานการณ์น้ำยังไม่วิกฤติเหมือนระยะหลัง ๆ ที่สะท้อนว่าภาวะความแห้งแล้งรุนแรงอย่างต่อเนื่องยาวนาน

ว่าที่ ร.ต.ไพเจน มากสุวรรณ์ ยังกล่าวถึงลุ่มน้ำเจ้าพระยาว่า มีเขื่อนขนาดใหญ่คอยสนับสนุน 4 เขื่อนได้แก่ เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ และเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน ซึ่งสร้างประโยชน์อย่างมากมาย ในการเก็บกักน้ำ ช่วยตัดยอดน้ำในช่วงฤดูฝน ไม่ให้ไหลบ่าลงมาท่วม พอฤดูแล้งก็นำน้ำที่เก็บไว้มาใช้ได้อีก ลุ่มเจ้าพระยาจึงมีน้ำมั่นคง และสร้างอู่ข้าวอู่น้ำ ปัจจุบันเกิดภาวะแห้งแล้งเราจำต้องประหยัดน้ำทุกวิถีทาง ไม่ว่าน้ำเพื่ออุปโภคบริโภค การเกษตร ซึ่งต้องหันไปปลูกพืชใช้น้ำน้อยแทนการทำนาปรัง

การที่เขื่อนภูมิพลประสบปัญหาวิกฤติน้ำต้นทุน นอกจากลุ่มน้ำเจ้าพระยาพลอยได้รับผลกระทบต่อเนื่องเป็นลูกโซ่แล้ว เขื่อนภูมิพลได้รับการออกแบบให้มีความจุกว่า 13,000 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 2.6 เท่า ของปริมาณน้ำท่าเฉลี่ยปีละ 5,000 ล้านลูกบาศก์เมตร หมายความว่าออกแบบเผื่อให้มีความจุมาก ๆ อยู่แล้ว เพื่อเป็นแหล่งน้ำหลักสำหรับลุ่มน้ำเจ้าพระยา

การผันน้ำจากแหล่งน้ำอื่นมาเติมจึงเป็นทางออก โดยมุ่งสู่ลุ่มน้ำสาละวินเป็นเป้าหมาย เพราะอยู่ใกล้ลุ่มน้ำปิง ที่ตั้งของเขื่อนภูมิพล อีกทั้งมีปริมาณน้ำท่ามากถึง 10,200 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี ขณะนี้ยังไม่มีอ่างเก็บโครงการขนาดใหญ่ เท่าที่มีอยู่เป็นโครงการขนาดกลาง 16 โครงการ และโครงการขนาดเล็ก 355 โครงการ รวมความจุเก็บกักน้ำได้เพียง 29 ล้านลูกบาศก์เมตรเท่านั้น

น้ำส่วนเกิน 10,000 ล้านลูกบาศก์เมตร พอ ๆ กับความจุของเขื่อนสิริกิติ์ ไหลลงแม่น้ำสาละวินไปออกทะเลอันดามัน โดยที่ประเทศไทยไม่ได้รับประโยชน์เป็นเรื่องน่าเสียดายยิ่ง

ทั้งนี้การสร้างอุโมงค์ส่งน้ำที่เจาะภูเขาและระบบท่อ ความยาวประมาณ 60 กิโลเมตร เท่า ๆ กับยกน้ำจากเขื่อนป่าสัก 2 เขื่อน ไปเทใส่ให้เขื่อนภูมิพล จะเรียกความมั่นคงด้านน้ำกลับคืนมาได้ทันที

และหากเขื่อนภูมิพลมั่นคง ลุ่มน้ำเจ้าพระยาก็พลอยมั่นคงไปด้วย ปริมาณน้ำใช้การที่น้อยมากในปีนี้ จึงสะท้อนวิกฤติน้ำในเขื่อนภูมิพลได้ชัดเจน และเป็นสัญญาณเตือนให้เร่งแก้ไขก่อนสายเกินไป.

จำนวนคนอ่าน 6,614 คน

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 461