แนะทางรอดชาวสวนส้มโอชัยนาท (2) - เกษตรทั่วไทย
กะว่าจะลงตอนที่ 2 นี้วันที่ 16 มกราคมที่ผ่านมาแต่เกิดผิดพลาดบางประการ ต้องนำมาลงต่อในสัปดาห์นี้แทน ขออภัยไว้ ณ ที่นี้...
คณะของ สกว. เดินทางไปสำรวจความเสียหายสวนส้มโอของ ลุงกลิ่น เหมือนกรุด ใน ต.มะขามเฒ่า อ.วัดสิงห์ จ.ชัยนาท ซึ่งมีเนื้อที่ 10 ไร่ แต่ถูกน้ำท่วมเสียหายถึง 3 ใน 4 จากการประเมินความเสียหายที่เกิดขึ้นคาดว่าจะสูญเสียรายได้เฉพาะจากการขายส้มโอมากกว่า 1 ล้านบาท ไม่นับค่าฟื้นฟูบำรุงสวนอีกจำนวนมาก
ลุงกลิ่น กล่าวว่า สวนของตนเท่าที่สำรวจดูน่าจะเหลือรอดเพียง 100 ต้นเท่านั้น เพราะประสบปัญหาน้ำท่วมหนักถึง 2 เดือน แม้ว่าจะทราบล่วงหน้าเป็นเดือนว่าน้ำจะมาก แต่ก็คิดว่าจะรับมือไหวเพราะเคยมีประสบการณ์จากเมื่อครั้งน้ำท่วมใหญ่จนสวนล่มเมื่อปี 2538 แล้ว และได้ทุ่มเงินนับแสนทำคันดินกั้นน้ำสูง 3 เมตร แต่ก็สู้ความแรงของน้ำไม่ไหว พอคันดินแตกน้ำก็เข้าท่วมสวนของตนด้วยความสูงถึง 3.5 เมตร แม้จะเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพราะปีนี้ต้นส้มโอกำลังออกผลดก แต่ตนก็ยังสู้ต่อไปไม่ถอย และคิดว่าจะทดลองปลูกปาล์มเพื่อเป็นทางเลือกใหม่อีกทางหนึ่ง เพราะสภาพดินของสวนน่าจะปลูกปาล์มได้ดี และปาล์มยังทนต่อน้ำท่วมได้มากกว่าส้มโอ อีกทั้งยังมีตลาดรับซื้อถึงสวนด้วย“รู้สึกดีใจมากที่ทุกคนมาเยี่ยมสวนของผม มาให้กำลังและแสดงความเป็นห่วง ตอนนี้ต้องเฝ้าดูว่ากิ่งที่แตกออกมาใหม่ในอีก 2-3 เดือนข้างหน้าจะสามารถขยายพันธุ์ต่อไปได้หรือไม่ หากทำได้ก็ถือเป็นความหวังและทำให้ผมสู้ต่อไปได้” ลุงกลิ่นกล่าว
จากการสำรวจต้นส้มโอที่ยังเหลือรอดอยู่ รศ.ดร.อำไพวรรณ พบว่า มีโอกาสรอดและใช้ขยายพันธุ์ได้ต่อไป โดยต้นส้มโอที่มีแผลเน่าและเปลือกเน่าให้ใช้มีดคม ๆ ถากเปลือกนั้นออกเพื่อช่วยให้ต้นส้มโอมีโอกาสหายใจได้สะดวกขึ้น และให้ใช้ปูนแดงผสมกับสารป้องกันกำจัดเชื้อรา “แมนโคเซ็บ” โดยละลายน้ำแบบข้นแล้วนำมาทาบริเวณที่ถากออก เพื่อให้การเข้าทำลายซ้ำของเชื้อราลดน้อยลง และผนังเซลล์มีความแข็งแรงมากขึ้น จากนั้นเปลือกจะค่อย ๆ งอกขึ้นมาใหม่และห่อหุ้มเนื้อลำต้นที่เสียหายทั้งหมดภายใน 1 ปี
“ช่วงนี้ส้มโอเริ่มผลิยอดอ่อนชุดใหม่ เมื่อเข้าสู่ระยะใบเพสลาดและระยะใบแก่ จะมีโอกาสเกิดการระบาดของโรคเมลาโนสและทำให้ใบร่วงเร็วกว่ากำหนด ซึ่งถ้าร่วงมากอาจทำให้การรอดชีวิตของ
ส้มโอลดน้อยลง ดังนั้นในเดือนมกราคม-ก่อนเดือนพฤษภาคม 2555 ชาวสวนต้องตัดสินใจว่าจะปลูกเลี้ยงต้นส้มที่รอดหรือไม่ ถ้าปลูกเลี้ยงต่อต้องตัดกิ่งที่แห้งหรือเสียหายออกเพื่อดูแลเฉพาะกิ่งที่ยังสมบูรณ์หรือยอดที่งอกใหม่นี้ ซึ่งคาดว่าส้มโอของลุงกลิ่นมีโอกาสฟื้น 80% และจะกลับมาเหมือนเดิมภายในเดือนกันยายน-ตุลาคม 2555 ต้นส้มโอที่กลับฟื้นและแข็งแรงได้จะสามารถให้ผลได้ประมาณ 40-60 ผลต่อต้น”
รศ.ดร.อำไพวรรณ กล่าวเสริมถึงการดูแลต้นส้มโอที่เริ่มฟื้นตัวว่า เมื่อส้มโอเริ่มผลิยอดอ่อนให้พ่นทางใบด้วยปุ๋ยเคมีสูตรเสมอ เช่น สูตร 19-19-20 หรือปุ๋ยทางใบที่มีธาตุไนโตรเจนสูง เช่น สูตร 30-20-10 อาจผสมสารป้องกันกำจัดเพลี้ยไฟได้ ในระยะยอดอ่อนถึงใบอ่อนให้พ่นประมาณ 2-3 ครั้ง ระยะห่าง 7-10 วัน เนื่องจากช่วงฤดูหนาวสภาพระยะใบอ่อนมักมีการระบาดของเพลี้ยไฟ ทั้งนี้หากมีการผลิยอดอ่อนพร้อมกับดอกของต้นส้มโอ ควรรอให้ผลอ่อนมีขนาดเท่าผลมะขามป้อมหรือประมาณ 1 เดือนหลังดอกบานก่อน แล้วค่อยเด็ดหรือปลิดผลอ่อนออก เพราะถ้าเด็ดขณะที่ผลยังเล็กมากจะทำให้ยอดอ่อนชุดนี้เสียหายได้
สำหรับการเยียวยาส้มโอที่ถูกน้ำท่วมที่ดีที่สุด คือ การให้ต้นส้มโอได้พักต้น มีการสะสมอาหารในช่วงฤดูหนาวโดยไม่ต้องรับภาระในการเลี้ยงดูผลส้ม และรอให้ดินได้รับการฟื้นฟูคืนสู่สภาพที่ดีเหมาะสมต่อการเจริญเติบโตต่อไป แต่สิ่งที่ห้ามปฏิบัติโดยเด็ดขาดในช่วงของการฟื้นฟูสวนส้มโอที่ถูกน้ำท่วม คือ ห้ามใช้สารป้องกันกำจัดเชื้อรา “คาร์เบนดาซิม” เพราะจะทำให้ใบแก่ร่วงเร็วก่อนอายุ ห้ามใช้สารควบคุมวัชพืชหรือยาฆ่าหญ้าในช่วงเดือนแรกหลังน้ำลด แต่ควรใช้การตัดหรือดายหญ้าแทน และห้ามราดสารเคมีป้องกันกำจัดหรือรักษาโรครากเน่าและโคนเน่า หากพบโรครากเน่าโคนเน่าแนะนำให้ใช้เชื้อราไตรโคเดอร์มาแทนทั้งในลักษณะการราดดินและหรือพ่นทางใบแทน.
ผู้สนับสนุน




แสดงความคิดเห็น
แบ่งปัน