ตอน : ธิดาพญายม
เมื่อการทำนายของข้าพเจ้าเริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้น จึงมีทั้งบรรดาญาติทั้งในจังหวัด และต่างจังหวัด รวมทั้งคนใกล้ชิดบอกกล่าว เล่าต่อกันมากขึ้น ทำให้คนที่อยากให้ข้าพเจ้า “ดูหมอ” ให้มีจำนวนมากเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะเวลา “ปิดเทอม” ในแต่ละภาคเรียนการศึกษา ข้าพเจ้าจะกลับบ้านที่จังหวัดร้อยเอ็ด ซึ่งเป็นบ้านเกิดของข้าพเจ้า
ข้าพเจ้าจะได้รับการติดต่อประสานให้ไปพบผู้หลักผู้ใหญ่ในจังหวัด รวมทั้งที่เป็นเพื่อนบ้าน เป็นญาติ เป็นคนรู้จัก เป็นเพื่อนเรียนหนังสือ ฯลฯ โดยมีจุดประสงค์เดียวกัน คือ “ดูดวง” และเมื่อมีเหตุการณ์ “คำทำนายได้กลายเป็นความจริง” มีจำนวนเพิ่มขึ้น จึงทำให้ข้าพเจ้ามีเวลาในการอยู่บ้านน้อยลง
จนกระทั่งประมาณเมื่อ 40 ปีที่ผ่านมา จำได้ว่าข้าพเจ้ากับญาติได้เดินทางไปร่วมงานศพของญาติคนหนึ่ง แต่ข้าพเจ้าจำไม่ได้ว่าเป็นผู้ใด โดยมีญาติจากอำเภอจอมพระจ.สุรินทร์ ซึ่งข้าพเจ้าเรียกท่านว่า คุณตา ’เสริม“ ท่านมีศักดิ์เป็น “เขย” เพราะเป็นสามีของน้องสาวคุณยายทวดของข้าพเจ้า คือ คุณยายทวด “กัญหา”
สำหรับ “คุณยายกัญหาและคุณตาเสริม” นั้น ท่านทำธุรกิจค้าขาย โดยเฉพาะ “คุณตาเสริม” นั้น สนใจและชื่นชอบในด้านพลังลึกลับ ท่านชอบสะสมพระเครื่องจำนวนมาก สืบค้นไสยศาสตร์ เรื่องราวลี้ลับต่าง ๆ นานา นับได้ว่าท่านเป็น “เซียนพระตัวยง” คนหนึ่ง ซึ่งท่านมีน้องชายอยู่ จ.ขอนแก่นคนหนึ่ง ที่ข้าพเจ้าเรียกว่า “คุณตานิล”ในงานวันนั้นจึงเป็นการรวมญาติและมีการชุมนุมรุมล้อมตัวข้าพเจ้า เพื่อให้มีการทำนายดวงชะตาของกลุ่มญาติหลายท่าน รวมทั้งคุณตาเสริม กับ คุณตานิล ทั้ง 2 พี่น้องได้พูดวิจารณ์ถึงเรื่องราวคำทำนายของข้าพเจ้าที่ “แม่นยำ” อย่างยิ่ง โดยเฉพาะในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับ “ความตาย”
หากข้าพเจ้าเตือนผู้ใดเรื่อง “อุบัติเหตุ” หรือ “ความตาย” ในไม่ช้าเหตุการณ์นั้น จะเกิดขึ้นจริงทุกครั้ง และเมื่อคำทำนายมีความถี่ใน “ความถูกต้องและแม่นยำ” เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งตรงกับหลักการทางสถิติของ ทางวิทยาศาสตร์ ก็ยิ่งทำให้ข้าพเจ้ามักจะถูกถามด้วยถ้อยคำเดิมซ้ำกันอยู่เสมอว่า มีอุบัติเหตุไหม จะแก้ไขอย่างไร ดังนั้นคุณตาเสริมกับคุณตานิลจึงนำดวงชะตาของข้าพเจ้ามาผูกดวงในทางโหราศาสตร์ไทยและโหราศาสตร์ของเขมร เพื่อพิจารณาในเรื่องราวของดวงดาว การตกฟากของวันเดือนปีเกิดอย่างละเอียด พร้อมทั้งมีการพิจารณาหน้าตาและลายมือของข้าพเจ้า โดยมีการวิพากษ์วิจารณ์กัน ท่านทั้งสองได้บอกว่า “ดวงชะตาของข้าพเจ้าจะเป็นผู้หญิงดวงใหญ่ จะเป็นเสาหลักที่ค้ำจุนให้ครอบครัวพ่อแม่พี่น้องได้พึ่งพิง จะเป็นคนที่มีความกตัญญูสูงสุด เสียสละเพื่อครอบครัว” เมื่อข้าพเจ้าได้ยินก็ดีใจ แต่ก็ต้องตกใจ เพราะคำพูดที่ท่านได้กล่าวต่อมาว่า “ดวงชะตาอันนี้เป็นดวงชะตาของธิดาพญายม” จะมีแรงสังหรณ์ที่เกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุและความตายได้สูงมาก พร้อมทั้งจะมีพลังจิตสามารถช่วยเหลือบรรเทาเหตุแห่งความตาย จากร้ายให้กลายเป็นดีได้อย่างน่าพิศวง
ท่านทั้ง 2 เชื่อว่า “ภาพนิมิต” ของข้าพเจ้า ถือเป็นเรื่องดีที่จะช่วย “ส่งสัญญาณ” เตือนภัย ให้ผู้คนทำ “ความดี” ให้มากขึ้น จะได้มีการ “ต่อบุญ” เกื้อหนุนจุนเจือเพื่อสร้างบารมีให้กับดวงชะตาที่อ่อนแอ เน้นให้ใช้ “ความดี” เปลี่ยนแปลงดวงชะตาของตนเอง ไม่ท้อถอยในการทำความดี ข้าพเจ้าได้ยินเรื่องนี้แล้ว รู้สึก “ขนลุก” และ หวาดหวั่น ต่อคำดังกล่าวที่ท่านบอกเล่าเรื่องของข้าพเจ้าจนรู้สึกกลัวในสิ่งที่ตัวเอง “เห็นและเป็นอยู่” เป็นอย่างยิ่ง
นับตั้งแต่บัดนั้นจนบัดนี้ เป็นเวลาเกือบ 40 ปีแล้ว ที่ฉายา “ธิดาพญายม” ที่คุณตาเสริมกับคุณตานิล ได้ตั้งให้กับข้าพเจ้า จึงถูกบรรดาญาติสนิทของข้าพเจ้าหลายท่านนำมาเรียกข้าพเจ้าทั้งต่อหน้าและลับหลัง แต่ความรู้สึกที่แท้จริงกับฉายา “ธิดาพญายม” นั้นมิใช่เรื่องความภาคภูมิใจหรือยอมรับว่าเป็นสิ่งที่ตัวเองชอบอยากได้แต่อย่างใดทั้งสิ้น เพราะที่ในความเป็นจริงแล้ว ข้าพเจ้า “กลัว” ต่อเรื่องเหล่านี้เป็นที่สุด พูดง่าย ๆ ก็คือ ข้าพเจ้า “กลัว” ความจริง ที่ข้าพเจ้าทำนายหลายเรื่อง แล้วสิ่งที่ทำนายได้กลายเป็นจริง ข้าพเจ้าได้มองย้อนกลับไปในอดีต ซึ่งตอนนั้นข้าพเจ้ายังสงสัยเคลือบแคลงในคำพูดของคุณตาทั้ง 2 ท่าน ความรู้สึกสับสนไม่อยากให้มีคำทำนายของข้าพเจ้าในเหตุการณ์ใด ๆ มาเกี่ยวข้องกับ “ความตาย” เกิดขึ้นแม้แต่น้อยนิด
จนกระทั่งในปัจจุบันเวลาได้ผ่านไปอย่างยาวนาน ได้เกิดเหตุการณ์ที่ข้าพเจ้าได้ประสบพบเจอในหลายเรื่องราวล้วนแล้วแต่เป็นคำทำนายที่ส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับ “ความตาย” ตามที่ “ภาพนิมิต” ได้เกิดขึ้นทั้งสิ้นฉายา “ธิดาพญายม” จึงเป็นเรื่อง “เหลือเชื่อ” เป็นเรื่องของการทำนาย ที่กลายเป็นจริง ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นโยงใยต่อเนื่องเชื่อมต่อ “การกระทำ” ก็ถือเป็น “ผล” ของ “กรรม” ของแต่ละท่านที่ได้ทำ ทั้งที่เป็น “กรรมดี” และ “กรรมชั่ว” เมื่อทุกคนเป็นมนุษย์ปุถุชนย่อมมีทั้ง “ความดี” และ “ความชั่ว” มีทั้ง “ถูกและผิด”
ข้าพเจ้าเชื่อว่าไม่มีใครทำ “ถูกต้อง” หรือทำ “ผิดพลาด” ทั้งหมด มันจะต้องผสมผสานกันไปตาม “วิถีทางแห่งกรรม” แม้ว่า “โชคชะตาฟ้าดิน” จะเป็นตัวกำหนดกฎเกณฑ์ จาก “ดวงเกิด” แต่ผลสัมฤทธิ์สุดท้ายของชีวิตมนุษย์ “กรรมดี” ที่ต่อเนื่องเท่านั้น จึงจะช่วยให้ “ผู้คนพ้นภัยจากสิ่งเลวร้าย” เปลี่ยน “เรื่องร้าย” ให้กลายเป็น “เรื่องดี” ไม่มีที่สิ้นสุดตลอดไปบนพื้นที่ชีวิต ที่มีแต่ “ความสุขทั้งกายและใจ” อย่างยั่งยืน.
ศิริพันธ์ จุรีมาศ ผู้เล่าเรื่อง / "คำนึง คิดดี" ผู้เรียบเรียง
แสดงความคิดเห็น
แบ่งปัน