มรดกรักฉบับพันล้านวอน วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2555

วันพฤหัสบดีที่ 23 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา 00:00 น.

“อย่างเธอบอก เติมแป้งหมี่แล้ว รสชาติ กลมกล่อมขึ้นมาก ก่อนหน้านี้มีลูกค้าบ่นเหม็นเขียวอยู่”

“นั่นไง ของแบบนี้มันต้องมีเทคนิค......อะไรเหรอ”

“ฉันถึงได้เลี้ยงข้าวเธอไงล่ะ ข้าวเที่ยงรึ”

“ไม่รู้แต่ละวันขายได้มากแค่ไหน เลยทำเผื่อ ขายเหลือก็เอากลับไปกินบ้าน” อุนซองบอก

“เธอตะลอนทั้งวันตั้งแต่เช้า ต้องกินให้อิ่มล่ะ”

“ซาลาเปาทำด้วยแป้งข้าวเจ้า กินสะดวกไม่ต้องหุง ไม่ต้องเลือก กินอิ่มท้องเหมือนกันแหละ...ไม่กินรึ”

“เอ้อ...กิน...เธอรับคนแก่มาอยู่ด้วยรึ” จุนเซถามขึ้น

“คุณรู้ได้ยังไง...อ๋อ...ต้องเฮลีแน่ ๆ เลย”

“สภาพเธอตอนนี้ ฉันว่าไม่เหมาะหรอก” จุนเซพูดอย่างเป็นห่วง

“ฉันคิดว่าให้อยู่ชั่วคราว......อุ๊ย......” ระหว่างนั้นอุนซองก็เลือดกำเดาไหลออกมา เพราะทำงานหนัก แถมพักผ่อนน้อย

“อุนซอง...อยู่นิ่ง ๆ” จุนเซรีบเอาผ้ามาซับให้

“เป็นได้ยังไง......”

“เงยหน้าขึ้น” จุนเซสั่งน้ำเสียงเป็นห่วงมาก

“ไม่เป็นไร...คุณกินไม่ลงเลย” อุนซองหน้าเสีย

“เรื่องแค่นี้ มีรึ ฉันจะกินไม่ลง” จุนเซยิ้ม ก่อนจะส่งอาหารให้อุนซอง เพราะเห็นอุนซองกินแต่เกี๊ยวเหลือ ๆ  “กินนี่ ทั้งบูดทั้งเย็นชืด เธอเลิกขายตอนเช้าเถอะ”

“ทำไม”

“ไปช่วยงานร้านฉัน จะได้ช่วยคิดเมนู ใหม่ ๆ พอเลิกงาน เธอก็ออกตามหาน้องชายได้”

“คุณให้ฉัน...ไปทำงานร้านอาหารของ       ลีฮังจินอย่างงั้นรึ คุณพูดแบบนี้กับฉันได้ยังไง”    อุนซองอารมณ์เสีย “คุณเห็นฉันน่าสงสาร เลย  เวทนาฉันรึ อย่าสนใจศักดิ์ศรีในตัวเองใช่มั้ย แค่อย่าเร่ขายของ ทำงานที่ไหน ร้านใครก็ช่าง ขอบคุณมาก ฉันปฏิเสธไม่ได้ใช่มั้ย”

“ไม่ใช่อย่างนั้น” จุนเซตกใจไม่คิดว่า   อุนซองจะคิดมากถึงขนาดนี้

“ฉัน...ฉันไม่ได้ขอให้คุณช่วย  ที่ช่วยตามหาอุนยูฉันขอบคุณ แต่อย่ามาสงสารฉัน ฉันไม่ต้องการความสงสารจากใคร ทำไมคุณต้องสงสารฉัน ฉันบอกแล้วไม่ต้องการ”

“อุนซอง”

“ขอบคุณสำหรับช่วงเวลาที่ผ่านมา ฉันไม่ต้องการเห็นหน้าคุณอีก” อุนซองพูดจบก็เดินไปเลย จุนเซได้แต่มองตามอย่างเห็นใจ
 
ยูฮังเก็บตัวอยู่ในห้อง เพราะยังโกรธคุณย่า แถมยังไม่ยอมทานอาหารเช้า  พอใกล้เที่ยงชองยีก็ยกอาหารเข้ามาให้ในห้อง แต่ยูฮังบอกไม่กิน

“เช้าก็ไม่กิน แม่เป็นห่วงนะ”

“คืนไป” ยูฮังผลักถาดอาหารออกไป

“พี่ดื้อแบบนี้ อย่าหวังก่อนคุณย่ามา จะได้ไปนอก”

“พูดน้อยหน่อยได้มั้ย”

“ตอนคุณย่าไม่อยู่ รีบหากระเป๋าซะ คนที่ทำงานผับว่ายังไงบ้าง”

“ยายนั่น ยังโกหกฉันอยู่” ยูฮังหยิบมือถือขึ้นมากดโทรฯออก “ตามคนที่ชื่อสปายรับสายซิ...ลาออกแล้วรึ” ยูฮังอุทานอย่างตกใจ เมื่อปลายสายบอกมาว่าสปายลาออกไปแล้ว

“ลาออกรึ” ชองยีเลิกคิ้วถามพี่ชาย

“รู้งี้ ตอนนั้นไม่น่าปล่อยไปเลย เธอมาขวางไว้ทำไม” ยูฮังอารมณ์เสีย

“ฉันรู้เรอะว่าเขาจะหนี พี่จุนเซก็อยู่ พี่ทะเลาะกับผู้หญิงแบบนั้น ขายหน้าจะตาย”

“หนีรึ ถ้าเจออีกละก็...ได้ หนีได้ไกลแค่ไหนให้มันรู้ไป” ยูฮังกล่าวอย่างอาฆาต
 
อุนซองกลับมาที่บ้านเช่า เห็นจังซุกจานอนอยู่ โดยไม่แตะต้องอาหารที่เธอทำไว้ให้ “คุณย่า มาแล้วค่ะ ดีขึ้นมั้ยคะ เอ๊ะ...ไม่ได้ทานข้าวเที่ยงรึ”

“ไม่ใช่ไม่กิน  กินไม่ลง เต้าเจี้ยวก็เย็นชืด ข้าวก็แข็ง กินเข้าไปท้องไส้พังหมด กับข้าวอย่างเดียวที่มีก็ผักขึ้นอืด” จังซุกจาบ่น ๆ และมีท่าทีหงุดหงิดเล็กน้อย

“ทำไมไม่อุ่นน้ำแกงมาทานล่ะคะ”

“หัวฉันจะระเบิดอยู่แล้ว ลุกไหวที่ไหนล่ะ” เอามือคลำหัวป้อย ๆ

“ถ้าอย่างนั้น รอเดี๋ยวนะคะ...น้ำเสียงคุณย่าพูดจาเปลี่ยนไป...จำได้แล้วใช่มั้ยคะ” อุนซองแปลกใจกับน้ำเสียงที่ดุขึ้น โดนที่จังซุกจาไม่รู้ตัว

“เธอว่าน้ำเสียงอะไรฉันเปลี่ยนไป”

“เมื่อก่อนไม่ใช่แบบนี้ ตอนนี้น้ำเสียงดุดัน”

“หน็อยแน่ เป็นเด็กเป็นเล็ก ริอ่านขี้สงสัย”

อุนซองลุกขึ้นไปอุ่นน้ำแกง โดยที่ไม่ได้เฉลียวใจกับอาการของจังซุกจาแม้แต่น้อย
      
“คุณย่า  ทานข้าวได้แล้วค่ะ” อุนซองร้องเรียกพร้อมยกอาหารมาให้

จังซุกจามอง ๆ แล้วบ่น “เกี๊ยวน้ำอีกแล้วรึ นี่โดนผีอยากกินเกี๊ยวน้ำเข้าสิงรึไง กินแต่เกี๊ยวน้ำได้ทุกวัน”

“คุณย่า รู้อยู่ว่าสภาพหนูเป็นยังไง”

“เธอเห็นฉันเป็นถังขยะรึยังไง”

“ถ้าทิ้งก็เสียดายของนะคะ”

“เธอกินเอง ฉันไม่กิน” “งั้นหนูอุ่นซุปให้ทานมั้ยคะ”

“หมูสักชิ้น ปลาสักชิ้นก็ไม่มี ซดซุปเปล่ารึไง” จังซุกจาบ่นไม่เลิก ซึ่งผิดกับตอนก่อนหน้านี้

“นี่จะเอายังไงกันแน่ รู้นี่นาหนูไม่มีเงิน” อุนซองบอก

“หน็อย...ให้ฉันนอนหนาว แถมกินเกี๊ยวขายเหลือ ยังมีหน้ามาทวงบุญคุณ”

“แล้วจะให้หนูทำยังไง” “ทำมาขึ้นเสียง  พรุ่งนี้เช้าคงไล่ตะเพิดฉันล่ะสิ”

“คุณย่า”

“ทำไม จะไล่ฉันรึ”

“เฮ้อ......” อุนซองถอนหายใจ แปลกใจว่าทำไมจังซุกจาดูฉุนเฉียวผิดปกติ
      
“ต่อมาเพื่อความสุขของลูก ดิฉันตัดสินใจสร้างครอบครัวใหม่ และในที่สุด ดิฉันก็แต่งงานใหม่กับสามีปัจจุบัน...เฮ้อ...เขียนอะไรก็ไม่รู้”

ปั๊กเซ็งฮีพยายามเขียนประวัติตัวเอง แต่เป็นประวัติที่ไม่ตรงกับความเป็นจริงนัก “ทำไมเขียนยากเขียนเย็นนักนะ ซึงมี พรุ่งนี้ลูกช่วยไปซื้อแฟกซ์ให้ที...เอารูปออกมาดูทำไม” ปั๊กเซ็งฮีบ่นลูกสาวที่เอารูปครอบครัวออกมาดู

“แม่เป็นคน...เป็นคนเข้าใจยาก”

“เข้าใจยากรึ”

“ทำไมไม่ให้หนูบอกพี่ยูฮัง ว่าคุณพ่อตายแล้ว แม่กลัวมีผลต่อการแต่งงานหนูกับเขาใช่มั้ยคะ แล้วถ้าหนู ได้แต่งงานกับเขาจริง ๆ แม่จะบอกยังไง” ซึงมีสีหน้าเป็นกังวล

“เป็นหน้าที่แม่เอง เรื่องนี้ลูกไม่ต้องวิตกหรอก”

“คุณพ่อ...ไม่ควรเผา ควรสร้างสุสานฝังให้จึงจะถูก”

“อะไรนะ” ปั๊กเซ็งฮีพยายามทำสีหน้าให้เป็นปกติ

“ทำไมแม่ต้องเผา  ควรฝังคู่กับแม่ของอุนซอง แม่ไม่มีสิทธิกีดกันเขา”

“เป็นอะไรอีกล่ะ”

“หนูเพียงรู้สึกว่า...คุณพ่อ...อยากอยู่กับแม่ของอุนซองอย่างมีความสุข แต่พอเผา วิญญาณท่านเร่ร่อน ไม่เป็นสุข” ซึงมีรู้สึกสงสารพ่อเลี้ยงมาก ซึงมีคิดจะลาออกหางานทำ ไม่ยอมเรียนต่อ เพื่อจะช่วยแม่หาเงิน เพราะเข้าใจว่าทางบ้านฐานะไม่ดีเหมือนก่อนแล้ว และแม่ก็ไม่มีเงินจ่ายหนี้
        
จังซุกจาเดินงก ๆ เงิ่น ๆ ออกไปนอกบ้าน และตัดดอกไม้ของเจ้าของบ้านเช่า แถมยังทำกระถางแตก  เจ้าของบ้านเช่นโวยวายและเรียกเงินชดใช้จากอุนซอง

“หมดกัน ซอสพริกฉัน กระถางกระจุยกระจาย ไหนว่าอยู่คนเดียว แอบเอายัยแก่บ้าบอมาอยู่ด้วย ฉันรู้นะ”

“ขอโทษค่ะ ขอโทษ”

“ไม่ต้องขอโทษเลย ทำของฉันแตกหมด ชดใช้มา”

อุนซองบอกจังซุกจาว่าอย่าไปตัดดอกไม้ของคนอื่นอีก

“ถึงเวลาแล้ว ดอกไม้บานแล้วก็เฉา ฉันตัดมาแค่ไม่กี่ดอก”

“เฮ้อ......คุณย่าทำกระถางเขาแตก ทำสวนเขาเละเทะหมด”

“โทรทัศน์ก็ไม่มี  วัน ๆ เบื่อจะตาย คนมันว่างนี่นา” จังซุกจาบ่น

“ตัดดอกไม้พอว่า ผ้าห่มเขาล่ะ เอามาทำไม”

“ฉันไม่ชอบห่มผ้าผืนเดียวกับใครนี่นา”

“เลยไปหยิบผ้าห่มชาวบ้านอย่างงั้นรึ...คืนเขาไป” อุนซองดึงผ้าห่มมา แต่จังซุกจาไม่ยอมให้ “ของฉัน”

“คุณย่าจะเอายังไงบอกมาเลย”

“ไม่ให้”

“คุณย่า หนูเหนื่อยจะตายอยู่แล้ว คุณย่ายังทำแบบนี้ หนูไม่ไหวแล้วนะ...ฮือ ๆ...ถ้าขืนเป็นแบบนี้ หนูจะ......” อุนซองทั้งเหนื่อยและท้อใจจนน้ำตาไหล

“จะทำไม......อ้าว......ให้คืนแล้ว...อย่าไล่ฉันไปนะ” จังซุกจาส่งผ้าห่มคืนให้

“หนูซื้อเนื้อปลามา จะทำให้กิน” อุนซองยิ้มออก

“เนื้อปลารึ......ฮ่ะ...ฮ่ะ...”
   
จุนเซมาหาอุนซอง เป็นเวลาเดียวกับอุนซองกำลังเก็บข้าวของที่ขาย

“เก็บแล้วรึ เกือบมาเสียเที่ยวซะแล้ว” จุนเซยิ้ม ๆ

“คุณมานี่ทำไม”

“อยากมากินมื้อเช้าด้วย เฉย ๆ...” จุนเซเข้าไปเข็นรถขายของแทนอุนซองและวิ่ง ปากก็ตะโกน “......เกี๊ยวครับเกี๊ยว”

“เอาคืนมานะ” อุนซองวิ่งตาม อย่างน้อยชีวิตที่ลำบากของเธอก็ยังมีจุนเซคอยเป็นเพื่อน
   
จุนเซพาอุนซองมากินอาหารที่ร้านซุปกระดูกจินเซ็ง พร้อมกับสั่งให้เสร็จสรรพ

“ฉันต้องกลับบ้านกินพร้อมคุณย่า” อุนซองบอก “สั่งมาตั้งสองชาม”

“ฉันบอกแล้วไม่ใช่รึ ว่าสั่งชามเดียวพอ”

“ฉันสั่งอีกชุดนึงต่างหากแล้ว เอากลับไปฝากคุณย่า” จุนเซยิ้มเพราะรู้ว่าอุนซองไม่ยอมกินอิ่มคนเดียวแน่

“จำได้ว่าฉันเคยบอก ไม่อยากรบกวนคุณอีกแล้ว”

“ขอโทษนะอุนซอง ฉันขอโทษจริง ๆ ฉันผิดไปแล้ว......แต่ไม่ใช่ว่า ฉันขอโทษเพราะสงสาร เพราะฉันไม่เคยคิดถึงใจเธอ  ฉันขอโทษในความไม่ใส่ใจ เพราะความโง่ ไม่เข้าใจจิตใจของเธอ ฉันมันแย่...ฉันเคยคิดนะว่า การตามหาอุนยูสำคัญ ที่จริงแล้วความเป็นอยู่ของเธอต้องมาก่อน”

แสดงความคิดเห็น

แบ่งปัน

จำนวนคนดู   1,917  ครั้ง