แรงเงา วันที่ 26 ตุลาคม 2555
“แค่เงินเดือนผัวฉัน เดือน ๆ นึงยังชักหน้าไม่ถึงหลัง ไม่ได้เงินจากฉันช่วยเดือนละหลายหมื่น คงไม่มีหน้ามาทำหรูอยู่ทุกวันนี้หรอก”
แขกในงานพากันฮือฮา
“แหม ทำไมเป็นเมียหลวงที่แสนซื่อขนาดนี้ อย่าลืมว่าบัตรเครดิตใบใหม่ที่คุณทำให้สามีวงเงินตั้งแสนห้าไม่ใช่หรือคะ พอค่าดาวน์ค่ะ ฮ่า ๆ”
“บอกมาก็ดีแล้ว อีโง่ ฉันจะได้แจ้งยกเลิก”
“เฮ้อ แต่ยังไงเดี๋ยวสามีของเราก็คงหาทางดาวน์รถให้ฉันเองล่ะค่ะ เพราะว่าหลังจากดูรถกันแล้ววันนั้น คุณสามีเราก็อดกลั้นไม่ได้ พาฉันลงไปชั้นจอดรถใต้ดิน เข้าไปในรถบุโรทั่งของเขาที่จอดอยู่น่ะค่ะ”
“ทำอะไรกัน อีหน้าด้าน”
“เจิมรถโดยไม่ต้องอาศัยเกจิอาจารย์ที่ไหนไงละคะ”
นพนภาร้องกรี๊ดลั่น ทุกคนถึงกับสะดุ้ง
“อ้อ รถเก่าจนสนิมขึ้นทั้งคันแถมยังใช้แทนม่านรูดได้นังโสโครก”
“แหม..คุณน่าจะดีใจที่เขายังใช้รถอีแก่ สนิมเขรอะ เครื่องรวนนะคะ แสดงว่าเขายังรู้สึกผูกพันกับคุณอยู่”
“นังเปรตชิงนรกมาเกิด กรี๊ดดดด”
แขกทุกคนที่ได้ยินคำด่าตอบโต้กันอย่างดุเดือดระหว่างนพนภากับมุนินทร์พากันฮืออึ้ง จับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์กันสนุกปากไปทั้งงาน ประพงส์รีบให้ลูกน้องไปดูที่ห้องทำงาน
“ขอบใจมากที่ด่าได้แซบขนาดนี้ ตอนนี้คนทั้งงานเขารู้กันหมดแล้วค่ะ ว่าคุณนายนพนภาที่แท้ก็แม่ค้าปากตลาดดี ๆ นี่เอง”
“มุตตา คุณใช่ไหม” วีกิจจำเสียงได้ ร้องถามออกไป
มุนินทร์ได้ยินเสียงวีกิจก็ตกใจ รีบตัดสายทิ้งทันที...
วีกิจออกมาเห็นมุนินทร์กำลังออกไปพอดี จึงรีบเข้ามาขวางไว้ มองหน้าหญิงสาวอย่างโกรธขึ้ง มุนินทร์จะเดินไป วีกิจจับมือมุนินทร์ไว้แน่น
“ทำเรื่องเอาไว้ ผมไม่ปล่อยคุณไปง่าย ๆ หรอก”
“ทำไม จะจับตัวฉันไปให้อาหญิงคุณงั้น เหรอ”
“มันก็น่าอยู่หรอก มานี่เลย”
วีกิจกระชากร่างของมุนินทร์เข้าไปในมุมลับตาคน แล้วยึดร่างของเธอไว้ มุนินทร์พยายามดิ้น
“ไม่ต้องดิ้น คิดว่าสู้แรงผมได้งั้นเหรอ...คุณคิดว่าคุณเป็นเทพพอที่จะจัดการกับใครก็ได้ทั้งนั้นล่ะซี”
มุนินทร์หยุดดิ้น เชิดหน้ามองวีกิจอย่างท้าทาย
“เทพหรือไม่เทพ วันนี้ฉันก็กระชากหน้ากากผู้ดีของอาสะใภ้คุณประจานให้เห็นกันทั้งงาน”
“คุณโหดกว่าที่ผมคิด มีความสุขนักหรือกับการทำร้ายคนอื่น”
“คนที่ก่อกรรมไว้ ต้องชดใช้กรรมของมัน”
“แล้วกรรมที่คุณก่อไว้ล่ะ เมื่อไหร่จะถึงคราวที่คุณถูกชดใช้”
“ฉันไม่ใช่คนก่อ ฉันคือคนที่มาชำระกรรมต่างหาก”
“ไม่มีใครชำระกรรมของใครได้ และตอนนี้คุณกำลังสร้างกรรมต่อเนื่องไปไม่สิ้นสุด”
“หยุดเถอะ คุณมันจะไปรู้อะไร คุณมันใสซื่อเกินกว่าที่จะรู้ว่าบางครั้งโลกมันมีแต่ด้านเลว และเลวที่สุด...คุณก็แค่ผู้ชายไร้เดียงสาติดแม่ก็แค่นั้น” มุนินทร์ยิ้มเยาะ ไม่รู้สึกผิด
“มุตตา” วีกิจขบกรามแน่น
“ยอมรับความจริงไม่ได้ใช่ไหม” มุนินทร์ยั่ว
“มันไม่ใช่ความจริงต่างหาก ผมไม่ได้ไร้เดียงสาอย่างที่คุณคิดหรอก”
วีกิจทั้งรัก ทั้งแค้น พลันรวบตัวมุนินทร์เข้ามาปล้ำจูบอย่างรุนแรงเร่าร้อน มุนินทร์พยายามดันร่างออก แต่วีกิจกลับจูบอย่างป่าเถื่อนมุนินทร์นิ่งอึ้งด้วยความตกใจ น้ำตาไหลออกมา วีกิจได้สติรีบผละออก ยืนอึ้งอย่างรู้สึกผิด
“คุณกลับไปเถอะ”
“รู้ไว้นะ ที่ฉันทำไปทั้งหมด ฉันไม่ได้ต้องการตัวอาภพของคุณหรอกมันก็แค่ความแค้นเท่านั้น” มุนินทร์เช็ดน้ำตา
วีกิจมองมุนินทร์อย่างงุนงง มุนินทร์แยกออกมาน้ำตายังไหลพราก วีกิจมองตามเห็นมุนินทร์เดินไปตามทางยาวหายไปในความมืด
คืนนั้นเมื่อเจนภพกลับบ้านก็พบนพนภากำลังอาละวาดปาข้าวของเกลื่อนห้อง พอ นพนภา เห็นเจนภพก็ถลาเข้ามาตบตีทันที เจนภพทนไม่ไหวจึงโต้ตอบกลับ ทั้งสองทะเลากันรุนแรง ต่อโกรธพ่อมาก เข้าชกเข้าตามตัวแล้วผลักหน้าพ่อหงายไป แล้วดึงแม่มากอดไว้ นพนภาไอโขลก ๆ
“อย่าเข้ามานะ อย่าทำอะไรแม่นะ” ต่อตวาด
“ฉันไม่ทำอะไรแม่แกหรอก แค่แตะยังไม่อยากแตะเลย”
“จะฆ่าฉันให้ตายใช่ไหม จะได้ไปเสพสุขกับมัน”
“ถึงคุณไม่ตาย ผมก็เสพสุขกับเขาได้ทุกวันอยู่แล้วนี่”
วีกิจเข้ามาได้ยินถึงกับสะอึก นพนภาร้องกรี๊ดน้ำตาอาบหน้า ผมฟูดูเหมือนคนวิกลจริต
“สารเลว คนผีนรก”
“แล้วคุณล่ะ มาจากสวรรค์ขุมไหน”
นพนภาเข้าตบตีเจนภพอีก วีกิจ สร้อยคำ ต่อเข้าแยก เสียงขรมไปหมด
“โอ๊ย หุบปากซะที กัดกันยังกะหมา”
ต้อมทนไม่ได้อาละวาดออกมา ทุกคนชะงักตาเบิกกว้างอย่างตกใจ นพนภาสติขาดผึงโผนเข้าตบลูกสาวคนเล็กเต็มเหนี่ยว ต้อมหัวทิ่มล้มกลิ้ง นพนภายังตามมาตบตีลูกอีก ต้อมร้องไม่ออกเพราะไม่เคยโดนมาก่อน เจนภพพุ่งผลักนพนภาเซออกไป คว้าต้อมมากอด ต้อมร้องวี้ด ๆ
“อย่ามาพาลลูกนะ ลูกมันไปเกี่ยวอะไรด้วย บ้า เป็นแม่ภาษาอะไรถึงได้บ้าอย่างนี้”
“อีลูกเนรคุณอย่างนี้เอาไว้ทำไม ทั้งลูกทั้งผัวอัปรีย์ทั้งนั้น”
เจนภพอุ้มต้อมพาออกไป ต้อมกอดพ่อ ร้องไห้ไม่เลิก นพนภาเซ ต่อพาไปนั่งโซฟา นพนภาทำท่าจะเป็นลมอีกครั้ง ต่อน้ำตารื้นสงสารแม่ สร้อยคำกับวีกิจมองดูเหตุการณ์อย่างอึ้ง ๆ...สองแม่ลูกกลับมาคุยกันที่บ้านเรื่องมุตตาที่เป็นชนวนเหตุ สร้อยคำขอร้องให้วีกิจตัดใจจากมุตตาให้ได้ วีกิจก็ข่มใจก่อนจะเปรย
“ครั้งก่อนที่ตายังเป็นคนเก่า พอเขาปฏิเสธผมก็ไม่ได้เจ็บอะไร ผมคงชอบเขาเหมือนเพื่อนเหมือนน้อง”
“ดีแล้วล่ะ แกจะได้เจอคนใหม่ที่ใช่เสียที แม่เคยบอกแกแล้วว่าถ้าแกเจอใครที่ทำให้แกร้อนรุ่มไปหมด ทั้งห่วงทั้งหวง ทั้งหึง ถ้าเขาไม่ได้ดั่งใจก็เจ็บปวดไปหมด อะไรนิดอะไรหน่อยก็จะเป็นจะตาย นั่นแหละของแท้ล่ะ”
วีกิจใจหายวูบ เพราะนั่นคือความรู้สึกที่เขามีกับมุตตาในตอนนี้ เขาพึมพำออกมาเบา ๆ โดยที่สร้อยคำไม่ได้ยิน
“ทำไงดีครับแม่ นั่นแหละครับที่ผมรู้สึกกับมุตตาตอนนี้”
หลายคืนต่อมาที่เดอะซองผับมีนักเที่ยวเข้ามาใช้บริการอย่างคึกคัก ที่นี่มีอบายมุขมากมาย ทั้งสุรา นารี พาชี กีฬาบัตร...ต้องมาทำงานในหน้าที่แคชเชียร์ เธอตั้งใจเลิกยามาได้สักพัก พอมาเจอที่นี่เธอก็กลับไปใช้ยาอีกครั้ง ต้องพยายามจะหักดิบจนเกิดอาการลงแดงนอนตัวสั่น ประพงส์เข้ามาเจอจึงพาส่งโรงพยาบาล
ต่อรู้เรื่องต้องติดยาจึงมาเยี่ยม และสัญญาว่าจะไม่บอกให้พ่อแม่รู้ พลางเตือนพี่สาวเรื่องประพงส์ว่าท่าทางดูจะไม่ใช่คนดี ต้องรู้ดี แต่เธอก็หลงรักเขาอย่างถอนตัวไม่ขึ้น
แสดงความคิดเห็น
แบ่งปัน