เหนือเมฆ 2 วันที่ 31 ธันวาคม 2555
“ทำไมข้าถึงทำอะไรแกไม่ได้”
ขมังเวทย์มองไปที่คอของแสงกล้า เห็นล็อกเกตที่แสงกล้าห้อยอยู่ ซึ่งขณะนี้พลิกจากด้านที่เป็นหิน มาอยู่ในด้านที่เป็นกระจกสะท้อนแสงแวววับ แม้จะเก่ามากแล้วก็ตาม แต่ขมังเวทย์กับสมิงที่หันไปมองตามขมังเวทย์ก็จำได้ว่าเมื่อเกือบยี่สิบปีมาแล้ว ไตรรัตน์อาจารย์ของสมิงกับวิญญู เคยสวมล็อกเกตนี้ลงบนคอเด็กทารกคนหนึ่งเพื่อรับขวัญ
แสงกล้า ยกแขนวาดปืนในมือเหยียดตรงใบหน้าขมังเวทย์ แล้วยิงเปรี้ยง กระสุนอักขระพุ่งตรงเข้ากลางแสกหน้าขมังเวทย์ หน้ากากขมังเวทย์แตกกระจาย ขมังเวทย์ดันร่างของสมิงและแสงกล้าออกไปสุดแรง เอามือกุมหน้าไว้ด้วยความเจ็บปวด ร่างของสมิงกับแสงกล้าลอยหวือออกไปล้มคว่ำอยู่ที่อีกด้านหนึ่งของคลังสินค้า ทั้งสองหันไปมองขมังเวทย์ เห็นใบหน้าชัดเจนว่าเป็นคนคนเดียวกับวิญญู
ขมังเวทย์ตั้งตัวได้ หันขวับจะมาเล่นงานแสงกล้ากับสมิง ส่งสายตาอำมหิตเข้าใส่ บังเกิดคลื่นลมวนเวียนรอบ ๆ ตัว สมิงกับแสงกล้าลุกขึ้นตั้งรับพร้อมเผชิญหน้า อินทนนท์ขับรถคอนเทเนอร์พังกำแพงเข้ามาทางด้านหลังพุ่งชนขมังเวทย์จนร่างลอยคว้างออกไปอีกทางหนึ่ง
“ขึ้นรถ ไม่ต้องห่วง ผบ.นภา”
สมิงกับแสงกล้ารีบขึ้นไปทางด้านหลังคอนเทเนอร์ อินทนนท์ขับรถคอนเทเนอร์แล่นออกไปอย่างรวดเร็ว นภาที่กำลังต่อสู้กับรวิและลูกน้อง หันกลับไปเผชิญหน้ากับขมังเวทย์
“ดอกนี้...สำหรับเมฆา”
นภากระชากเครื่องยิงลูกระเบิดที่สะพายอยู่ทางด้านหลังออกมา ประทับเล็งแล้วยิงเข้าใส่ร่างขมังเวทย์ ลูกระเบิดออกจากเครื่องยิงพุ่งเข้าใส่บริเวณหน้าขมังเวทย์ ระเบิด...ตูม! เปลวไฟและควันพวยพุ่งกระจาย รวิตกใจถลาออกมาหาขมังเวทย์ด้วยความเป็นห่วง
พอควันสงบเสียงมอเตอร์ไซค์แผดเสียงลั่น นภาบิดมอเตอร์ไซค์หนีออกไป ผ่านช่องผนังที่โดนระเบิดอย่างเหนือชั้น รวิที่กำลังประคองร่างขมังเวทย์ลุกขึ้น ทั้งสองหันไปมองด้วยสายตาไม่พอใจ
แพรไพลินรู้ข่าวว่าเกิดการต่อสู้อย่างรุนแรงที่คลังสินค้าแถบลาดกระบัง แต่ไม่ทราบจำนวนผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต หญิงสาวร้อนใจมาก แสงกล้าเองก็ไม่วิทยุติดต่อแจ้งข่าวเข้ามา แพรไพลินเป็นห่วงแสงกล้ามาก พยายามค้นหาข้อมูลผ่านทางคอมพิวเตอร์ แต่ไม่พบข้อมูลใด ๆ คมศรสังเกตเห็นอาการผิดปกติของแพรไพลินก็รู้สึกไม่ค่อยสบายใจนัก
“ไม่น่าเชื่อว่าหมวดแสงกล้าจะมีอิทธิพลกับจิตใจคุณมากขนาดนี้ รู้ตัวรึเปล่าว่าตั้งแต่หมวดคนนั้นเข้ามาในชีวิต คุณเปลี่ยนแปลงไปมาก”
คมศรมองแพรไพลินด้วยสายตาหมดหวัง แพรไพลินไม่สนใจตั้งหน้าตั้งตาหาข้อมูลในคอมพิวเตอร์ต่อไป คมศรเดินออกไปจากห้องอย่างเจ็บช้ำในใจ
อินทนนท์พาทุกคนหนีกลับไปยังฐานลับของนภา แสงกล้ากับสมิงช่วยกันรุมซักอินทนนท์กับนภา
“ผบ.นภา...ช่วยอธิบายให้ผมเข้าใจหน่อยได้มั้ยครับว่าเกิดอะไรขึ้น ผบ.กับศรัทธาเป็นคนคนเดียวกันใช่มั้ย”
“ทั้งใช่และไม่ใช่”
อินทนนท์ช่วยอธิบาย “ศรัทธา เป็นชื่อเรียกแทนความเชื่อมั่นในการทำความดี ขอเพียงเราศรัทธาที่จะต่อสู้เพื่อความยุติธรรมและถูกต้อง ความดีจะไม่มีวันดับสูญ คนดีจะไม่มีวันหายไปจากสังคมไทย”
“แนวคิดศรัทธาในการทำความดี จะถูกปลูกฝังจากรุ่นสู่รุ่น ค่านิยมของการทำดีเพื่อสังคมจะต้องคงอยู่ตลอดไป”
เมฆาเป็นคนต้นคิดที่จะตั้งหน่วยงานลับ “ศรัทธา” ขึ้นมา เพื่อจรรโลงไว้ซึ่งการทำความดีในสังคม ปกป้องคนดีให้ปลอดภัยจากคนชั่วที่นับวันจะมากขึ้น กฎหมายปกติเอาตัวมาลงโทษไม่ได้
ตอนที่เมฆาเรียกอินทนนท์มาพบที่บ้าน เพื่อปรึกษาเรื่องการตั้งหน่วยงานลับ “ศรัทธา” ขึ้นมา อินทนนท์ยังไม่ตอบตกลง แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์เลวร้ายมากขึ้น คนดีอย่างครามกับทอรุ้งต้องตาย เมฆาถูกลอบสังหาร อินทนนท์จึงไม่ลังเลใจที่จะสร้างหน่วยงานพิเศษนี้ ตามความฝันของเมฆา
นภาเองก็ถือเป็นหนึ่งในศรัทธา และที่ทุกคนเข้าใจว่านภาตกลงมาจากตึกโรงพยาบาลเสียชีวิต
ไปแล้วนั้น ก็เป็นเพราะอินทนนท์ใช้ยากระตุ้นทำให้หัวใจหยุดเต้น เพื่อหลอกวิญญูเชื่อว่านภาเสียชีวิตไปแล้ว เพื่อจะได้มาทำงานใต้ดินเล่นงานจักรกับพวกได้โดยสะดวก
แสงกล้ามองไปรอบ ๆ “ถ้าเดาไม่ผิดอุปกรณ์พวกนี้เชื่อมต่อโดยตรงกับเครือข่ายสำนัก
งานสืบสวนพิเศษโดย ผบ.รวิไม่เคยรู้”
“ถึงตอนนี้คงไม่มีประโยชน์ เพราะมันเห็นหน้าฉันแบบเต็ม ๆ ความลับเรื่องความตายคงไม่เป็นความลับอีกต่อไปแล้ว”
นภาพูดจบก็ชี้ไปที่จอภาพวงจรปิด แสดงภาพภายในโรงพยาบาล เห็นวิญญู รวิ ลูกน้อง และเจ้าหน้าที่สำนักงานสืบฯ กำลังเดินอยู่ตรงทางเดินโรงพยาบาล ทั้งหมดมุ่งหน้าไปยังห้องดับจิต เพื่อไปดูช่องเก็บศพนภาให้แน่ใจ แล้วทั้งหมดก็ได้เห็นว่าในช่องเก็บศพมีแต่ความว่างเปล่าจริง ๆ
“นังนภายังไม่ตาย”
“มันวางแผนหลอกเรามาตลอด...ฉันจะตามล่ามันมาให้ท่านเอง”
“ไม่ต้อง อยู่เฉย ๆ ทำเรื่องที่ควรทำ... ตามหาจักรนารายณ์ ศาสตราวุธชิ้นสุดท้ายให้พบ ส่วนนังนภากับพวก...ฉันมีวิธีทำให้พวกมันออกมาหาพวกเราเอง”
วิญญูยิ้มเหี้ยมแววตามีเลศนัย หันขวับมาจ้องที่กล้องวงจรปิดภายในห้องดับจิต มองจ้องราวกับรู้ว่ามีใครจับตามองอยู่ วิญญูเอื้อมมือมาดึงกล้องวงจรปิดหลุด ภาพกลายเป็นพร่าดำไปทันที
“ต่อไปเราคงทำงานยากขึ้น” นภารู้สึกหนักใจมาก
“แต่ก็ยังดีที่เรารู้แผนการทั้งหมดของพวกมันแล้ว รองจักรต้องการสร้างอำนาจความยิ่งใหญ่ให้กับตัวเองด้วยการรวบรวมศาสตราวุธทั้ง 4 ชิ้น เพราะเชื่อตามคัมภีร์เทวาศาสตราวุธโบราณว่า หากใครครอบครองแล้วจะยิ่งใหญ่ในทุกสิ่ง”
“ไอ้จักรก็แค่เหยื่อของการถูกหลอกใช้ คนที่ต้องการยิ่งใหญ่...เป็นคนเหนือคน คือไอ้พญามารวิญญู”
“พูดเหมือนเคยรู้จักมัน”
“รู้จักสิ...รู้จักดีด้วย ยังมีอีกหลายเรื่องที่หลายคนยังไม่รู้...เรื่องราวนี้เกี่ยวข้องโดยตรงกับล็อกเกตบนคอของหมวด” สมิงชี้ไปที่ล็อกเกตของแสงกล้า ก่อนจะค่อย ๆ เล่าเรื่องแสงกล้าให้ทุกคนฟัง
สมิงคิดว่าแสงกล้าเป็นลูกชายคนเดียวของ โชติญาณ ศิษย์ผู้พี่สายไสยเวทย์ขาวของสมิง และที่สมิงมั่นใจก็เพราะพญามารจะบังคับคนที่มีไสยเวทย์ติดมากับสายเลือดไม่ได้ สมิงเล่าว่า ศิษย์เอกของอาจารย์ไตรรัตน์ ปรมาจารย์ไสยเวทย์มีสามคน คือสมิง โชติญาณ และ วิญญู อาจารย์สั่งสอนให้ทุกคนมุ่งมั่นใช้ไสยเวทย์ขาวเพื่อทางดีงามช่วยเหลือคนที่ประสบทุกข์
ในบรรดาลูกศิษย์ของอาจารย์ไตรรัตน์ทั้งสามคน โชติญาณมีคุณธรรมสูง อาคมไสยเวทย์ขาวจึงสูงส่ง มีความก้าวหน้าไปไกลกว่าทุกคน ไม่เพียงก้าวหน้าทางไสยเวทย์ โชติญาณยังเป็นที่รักของคนที่รายล้อม หนึ่งในนั้นคือจอมแสงแม่ของแสงกล้า ทั้งสองรักกันโดยไม่รู้มาก่อนเลย ว่าความรักจะสร้างความไม่พอใจให้กับใครบางคน
ความก้าวหน้าของโชติญาณสร้างความไม่พอใจให้กับวิญญู วิญญูคิดยิ่งใหญ่จึงเปลี่ยนความคิดก้าวเข้าสู่ไสยเวทย์ดำในเวลาเดียวกับที่แสงกล้าเกิด เมื่อได้ตำราไสยเวทย์ดำ วิญญูเปลี่ยนพฤติกรรมจากหน้ามือเป็นหลังมือ จากดีกลายเป็นชั่ว จากคนรู้จักโลก...ลดละกิเลส กลับถูกครอบงำด้วยอำนาจมืด กลายเป็นพญามารทำทุกอย่างเพื่อสนองกิเลสที่รุมเร้าจิตใจ วิญญูฆ่าทุกคนที่จะเป็นอุปสรรค
ต่อการก้าวสู่ความยิ่งใหญ่ ทั้งอาจารย์ไตรรัตน์ และโชติญาณ
แสดงความคิดเห็น
แบ่งปัน