อารอน แรมซีย์ นักเตะอาถรรพณ์?

วันเสาร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา 02:05 น.

อารอน แรมซีย์ เป็นใครมาจากไหน คนที่ไม่ได้ติดตามดูฟุตบอลต่างประเทศมากนักอาจจะไม่รู้จักด้วยซ้ำ แต่คงไม่มีใครไม่รู้จักบุคคลระดับโลก ที่เพิ่งเสียชีวิตไปในช่วงปีที่แล้วจนถึงต้นปีนี้อย่าง โอซามา บิน ลาเดน, สตีฟ จ็อบส์, โมอัมมาร์ กัดดาฟี และล่าสุด สดๆ ร้อนๆ อย่าง วิทนีย์ ฮุสตัน แน่นอน แต่กองกลาง อาร์เซนอล รายนี้ ไปเกี่ยวข้องอะไรกับบุคคลทั้ง 4 ที่กลาวมา และเรื่องราว "อาถรรพณ์" ในวงการลูกหนังโลกจะมีจริงหรือไม่ ต้องติดตาม....

***************************

อาถรรพณ์ แรมซีย์?

อารอน แรมซีย์ กองกลางดาวรุ่งของอาร์เซนอล จัดเป็นมิดฟิลด์ที่มีสถิติการทำประตูไม่ดีนัก แต่ไม่น่าเชื่อว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่เขายิงได้ โลกของเรามักจะ “งานเข้า” ทุกที นั่นคือจะต้องมี “บุคคลระดับโลก” เสียชีวิตเสมอ!

นี่ไม่ใช่เรื่องล้อกันเล่น ๆ แต่เป็นการเก็บสถิติที่เกิดขึ้นจริง ๆ ดังนี้

1 พฤษภาคม 2011 แรมซีย์ ยิงประตู แมนฯ ยูไนเต็ด ถัดจากนั้นอีก 1 วัน โอซามา บิน ลาเดน เสียชีวิต

2 ตุลาคม 2011 แรมซีย์ ยิงประตู ทอตแนม ฮอตสเปอร์ ถัดจากนั้นอีก 4 วัน สตีฟ จ็อบส์ เสียชีวิต

19 ตุลาคม 2011 แรมซีย์ ยิงประตู โอลิมปิก มาร์กเซย ถัดจากนั้น 1 วัน โมอัมมาร์ กัดดาฟี เสียชีวิต

11 กุมภาพันธ์ 2012 แรมซีย์ ยิงประตู ซันเดอร์แลนด์ ถัดจากนั้น 1 วัน วิทนีย์ ฮุสตัน เสียชีวิต

นอกจากที่กล่าวมาทั้งหมดแล้ว แรมซีย์ ยังถูกนำไปโยงกับเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ ที่ชิลี เมื่อ 17 กุมภาพันธ์ 2010 ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตถึงเกือบ 1,000 ศพด้วย เพราะวันเดียวกันนั้น แรมซีย์ ถูก ไรอัน ชอว์ครอสส์ กองหลังสโตค เสียบอย่างหนักจนทำให้ขาหักสะบั้นและต้องพักยาวเป็นเวลาร่วมปี ซึ่งตอนแรกคาดว่า เขาจะไม่สามารถกลับมาเล่นฟุตบอลได้อีกแล้ว

วันนี้ ถ้าหาก แรมซีย์ ยิงประตู ซันเดอร์แลนด์ ได้อีก จะเกิดอะไรขึ้นหรือไม่...ต้องติดตาม.

************************

'ดร็อกบา'คืนสิงห์ช่วยยิงนำชัย 'ปืนใหญ่'ไม่ไหวแค่เจ๊าแมวดำ 'เอฟเวอร์ตัน'ซิวใสไม่มีปัญหา

วันเสาร์นี้ (18 ก.พ.) ฟุตบอลอังกฤษ เปลี่ยนอารมณ์เล็กน้อย เพราะเป็นคิวของฟุตบอลถ้วย ที่เก่าแก่ที่สุดในโลกอย่าง เอฟเอ คัพ รอบ 16 ทีมสุดท้าย แต่ทีมชั้นนำอย่าง เชลซี และ อาร์เซนอล ก็ยังลงสนามเช่นเคย และเจองานหนักไม่น้อยด้วย นอกจากนั้นก็ยังมีอีกหลายคู่ที่น่าสนใจ ซึ่งความพร้อม และความน่าจะเป็นของแต่ละคู่จะเป็นยังไง เราไปดูกัน..

สำหรับคอลัมน์ใหม่อย่าง “เซียนพรี เมียร์” ได้รับการตอบรับที่ดีพอสมควรจากแฟนผู้อ่าน ดังนั้นแม้วันนี้จะเป็นคิวของเอฟเอ คัพ เราก็ยังมีการฟันธงลงสกอร์มาฝากกันเช่นกัน และยังมีผลสอบของสัปดาห์ก่อนมาฝากกันด้วย เพื่อให้คุณรู้ไปเลย ควรจะตามเซียนท่านใดกันดี

 

เอฟเอ คัพ รอบ 16 ทีมสุดท้าย

เชลซี - เบอร์มิงแฮม (19.30 น.)

อังเดร วิลลาส โบอาส เทรนเนอร์เก้าอี้ร้อนของ “สิงห์สำอาง” เชลซี ทีมอันดับ 5 ของพรีเมียร์ลีก เตรียมได้นักเตะตัวหลักกลับมาช่วยทีมหลายคน ไม่ว่าจะเป็น จอห์น เทอร์รี กองหลังกัปตันทีมจอมฉาว ที่น่าจะหายเจ็บหัวเข่าทัน หรือ แอชลีย์ โคล แบ๊กซ้าย ที่หายเจ็บหน้าแข้งพอดี นอกจากนั้น ดิดิเยร์ ดร็อกบา กับ ซาโลมง กาลู ก็กลับมาจากช่วยทีมชาติไอวอรีโคสต์ ในแอฟริกัน เนชั่นส์ คัพ แล้ว ทำให้ เฟอร์นานโด ตอร์เรส ต้องหลุดไปเป็นสำรอง แต่ รามิเรส มิดฟิลด์บราซิล ยังไม่น่าจะหายเจ็บเอ็นหัวเข่า ส่วนตัวหลักคนอื่น ๆ ก็ยังพร้อมทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น แฟรงค์ แลมพาร์ด, ราอูล เมยไรเลส, ฮวน มาตา และ ดาเนียล สเตอร์ริดจ์

คริส ฮิวจ์ตัน ผู้จัดการทีม “เดอะ บลูส์” เบอร์มิงแฮม ซิตี ทีมกลุ่มนำในศึกเดอะ แชมเปี้ยนชิพ ยังต้องเช็กอาการของ 2 กองหน้าอย่าง นิโกลา ซิกิช กับ มาร์ลอน คิง อีกครั้ง หลังมีปัญหาที่หัวเข่า และโคนขาหนีบ ตามลำดับ แต่ กุยราเน เอ็นดาว มิดฟิลด์ตัวหลัก ไม่น่าจะลงได้แน่นอน เพราะเจ็บเอ็นหลังเข่า แต่ที่เหลือไม่มีปัญหาให้ ฮิวจ์ตัน ปวดหัว และสามารถเลือกนักเตะตัวหลักลงสนามได้ทั้งหมด โดยแดนหลังมี โจนาธาน สเปคเตอร์, สตีเวน คัลเวลล์ และ เคอร์ติส เดวีส์ เป็นตัวหลัก ขณะที่แดนกลางใช้ คีธ ฟาเฮย์ เป็นตัวทำเกม และแดนหน้าวาง อดัม รูนีย์ เป็นตัวเป้า

ความน่าจะเป็นของเกม : เชลซี น่าเป็นห่วงมากในช่วงหลัง และ “เอวีบี” ก็ดูเหมือนว่าจะคุมลูกทีมไม่อยู่เสียแล้ว ทำให้เกมนี้ แม้ได้เล่นในบ้าน แต่คงไม่ใช่งานง่าย เพราะ เบอร์มิงแฮม จะว่าไปก็คุ้นเคยกับพรีเมียร์ลีกดี และมาตรฐานไม่ห่างกันเท่าไหร่ แต่ เชลซี ได้เปรียบตรงที่จะมี ดร็อกบา กลับมาช่วยทีมอีกครั้ง ทำให้แดนหน้าไว้ใจได้มากขึ้น จึงน่าจะมีโอกาสชนะมากกว่า แต่สกอร์ไม่น่าขาด

ผลที่คาด : เชลซี ชนะ 2-1

*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-

เอฟเวอร์ตัน - แบล็กพูล (21.00 น.)

เดวิด มอยส์ กุนซือฝีมือดีของ “ทอฟฟี่สีน้ำเงิน” เอฟเวอร์ตัน ทีมอันดับ 10 ของพรีเมียร์ลีก ยังใช้งาน แลนดอน โดโนแวน ปีกอเมริกัน ได้ต่อไป ก่อนกลับไปร่วมทีม แอลเอ กาแล็กซี ในสัปดาห์หน้า นอกจากนั้น ยังมีปัญหานักเตะบาดเจ็บรบกวนหลายคน ไม่ว่าจะเป็น ฟิล จากีลกา (เอ็นเข่า), ลีออน ออสแมน (เข่า) และ ซีมุส โคลแมน (ต้นขา) แต่ก็มีโอกาสได้นักเตะกลับมาสู่ทีมหลายคนเช่นกัน โดยเฉพาะ นิกิชา เยลาวิช หัวหอกโครแอต ที่น่าจะหายเจ็บกล้ามเนื้อท้องแล้ว และยังมีลุ้นได้ แจ็ค ร็อดเวลล์ มิดฟิลด์คนสำคัญ หายเจ็บเข่าคืนทีมด้วย ส่วน ทิม เคฮิลล์ เจ็บหน้าแข้งเล็กน้อย น่าจะลงได้ ขณะที่ตัวหลักชุดเก่งคนอื่น ๆ ก็ยังอยู่ครบทั้ง มารูยาน เฟลไลนี, เลห์ตัน เบนส์ และ สตีเวน พีนาร์

เอียน ฮอลโลเวย์ ผู้จัดการทีม “เดอะ ซีไซเดอร์” แบล็กพูล ทีมกลุ่มนำของศึกเดอะ แชมเปี้ยนชิพ ที่มีโอกาสได้เลื่อนชั้น จะไม่มี แมตต์ ฟิลลิปส์ ปีกตัวเก่ง ที่กำลังฟอร์มดี ซึ่งได้รับบาดเจ็บที่ต้นขา ทำให้ นูฮา ดิคโก ปีกตัวใหม่ ที่เพิ่งได้ตัวมา มีโอกาสได้ลงเล่นแทนต่อไป แต่ต้องดูใจ ฮอลโลเวย์ ดูอีกทีว่าจะเลือกความสดหรือความเก๋า ซึ่งถ้าหากเลือกความเก๋า โอกาสอาจจะตกเป็นของ แกรี เทย์เลอร์-เฟลทเชอร์ หรือ เควิน ฟิลลิปส์ ขณะที่ คีธ เซาเธิร์น หายเจ็บข้อเท้า กลับมาซ้อมได้แล้ว แต่ยังไม่น่าจะลงเล่นได้ อย่างไรก็ตาม 2 กองหน้าตัวหลักอย่าง โลมานา ลัวลัว และ โรมัน เบดนาร์ ยังพร้อมล่าตาข่ายตามเดิม

ความน่าจะเป็นของเกม : แบล็กพูล ยังเล่นได้น่าตื่นตาตื่นใจเหมือนปีก่อน และมีลุ้นกลับมาเล่นพรีเมียร์ลีกในฤดูกาลหน้า ดังนั้น แม้ชื่อชั้นดูเป็นรอง แต่ เอฟเวอร์ตัน เอาชนะไม่ได้ง่าย ๆ แน่นอน เพราะปีนี้ทอฟฟี่มักจะทำได้ดีกับทีมใหญ่เท่านั้น แต่พอเจอทีมรองกลับเอาแน่เอานอนไม่ได้เท่าที่ควร เกมนี้จึงน่าจะออกสูสี แต่เนื่องด้วยเกมรับ แบล็กพูล ยังไว้ใจไม่ได้ ทำให้มีโอกาสโดนเจาะสูง และต้องยอมรับว่า เอฟเวอร์ตัน มีโอกาสชนะ และผ่านเข้ารอบมากกว่า

ผลที่คาด : เอฟเวอร์ตัน ชนะ 3-1

*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-

มิลล์วอลล์ - โบลตัน (21.00 น.)

เคนนี แจ็คเกตต์ ผู้จัดการทีม มิลล์วอลล์ ทีมโซนท้ายตารางในศึกเดอะ แชมเปี้ยนชิพ ไม่มีปัญหานักเตะบาดเจ็บรบกวนเพิ่มเติมมากนัก โดยนักเตะที่ยังลงไม่ได้ก็เป็นพวกที่เจ็บอยู่เดิมแล้วทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น จิมมี อับดู ที่เจ็บเข่า รวมถึง เธอร์รี ราคอน ที่เจ็บข้อเท้า, ทามิกา เอ็มคันดาเวียร์ ที่เจ็บหัวเข่า และ สตีฟ มิลเดนฮัลล์ โกลสำรอง ที่เจ็บข้อเท้า ส่วนที่เหลือนอกจากนั้น พร้อมเป็นตัวเลือกให้ แจ็คเกตต์ ทั้งหมด และ พอล โรบินสัน กัปตันทีม ก็ยังลงนำทัพได้ต่อไป ส่วนในแดนหน้า เลียม ฟีนีย์ ปีกฟอร์มดี และ แอนดี เคโอห์ กองหน้าตัวใหม่ มีลุ้นได้เป็นตัวจริง ขณะที่ แฮร์รี เคน กองหน้าดาวรุ่ง ที่ยืมมาจาก สเปอร์ ก็ยังพร้อมล่าตาข่าย

โอเวน คอยล์ ผู้จัดการทีมสกอตต์ของ “เดอะ ทรอตเตอร์ส” โบลตัน วันเดอเรอร์ส ทีมรองสุดท้ายของพรีเมียร์ลีก จะยังไม่มีนักเตะที่เจ็บอย่าง ริคาร์โด การ์ดเนอร์ (ต้นขา), สจวร์ต โฮลเดน (เข่า) และ ฌอน เดวิส (เข่า) ส่วน ลี ชอง ยอง ปีกเกาหลีใต้ ที่ขาหัก อาการดีขึ้นมากแล้ว แต่ยังไม่น่าจะพร้อม อย่างไรก็ตาม ตัวหลักคนอื่น ๆ ยังสามารถลงสนามได้ทั้งหมด โดยเกมรุกยังมี มาร์ติน เปตรอฟ ทำเกมตามกราบ เพื่อสนับสนุน เควิน เดวีส์, ดาวิด เอ็นกอก รวมถึง อิวาน คลาสนิช ต่อไป

ความน่าจะเป็นของเกม : เป็นเกมที่ไม่มีอะไรต้องเสียสำหรับทั้ง 2 ทีม เพราะเป้าหมายหลักคือการเอาตัวรอดในลีกมากกว่าทั้งคู่ ทั้ง 2 ทีมจึงจะเปิดเกมเข้าแลกกันสนุกอย่างแน่นอน เนื่องจากต่างไม่ต้องการเสมอ เพื่อไปเตะใหม่ ซึ่งส่งผลให้น่าจะมีโอกาสยิงกันเยอะ แต่เนื่องด้วยกองหลังยังเปราะด้วยกันทั้งคู่ จึงมีโอกาสพอ ๆ กัน และเป็นอีกเกมที่อาจจะเสมอแล้วไปเตะใหม่

ผลที่คาด : เสมอกัน 1-1

*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-

นอริช - เลสเตอร์ (21.00 น.)

พอล แลมเบิร์ต กุนซือหนุ่มของ “นกขมิ้นเหลืองอ่อน” นอริช ซิตี ทีมอันดับ 8 ของพรีเมียร์ลีก ไม่มีปัญหานักเตะบาดเจ็บรบกวนมากนัก โดยตัวหลักที่ไม่พร้อมลงสนามมีเพียงแค่ ดาเนียล อยาลา เพียงคนเดียว ส่วนที่เหลือพร้อมเป็นตัวเลือกได้เกือบทั้งหมด และคาดว่า แลมเบิร์ต จะยึดผู้เล่นชุดเก่งลงเล่นต่อไป โดยแดนหลังมี รัสเซลล์ มาร์ติน กับ อดัม ดรูรี เป็นตัวหลัก ขณะที่แดนกลางใช้ แอนดรูว์ เซอร์แมน กับ แอนโธนี พิลคิงตัน ทำเกมริมเส้น และแดนหน้าก็ยังอยู่ครบทั้ง แกรนท์ โฮลท์, สตีฟ มอร์ริสัน และ ซิโมน แจ็คสัน

ไนเจล เพียร์สัน ผู้จัดการทีม “สุนัขจิ้งจอก” เลสเตอร์ ซิตี ทีมดังในโซนกลางตารางของศึกเดอะ แชมเปี้ยนชิพ ที่มีเจ้าของเป็นคนไทย นั่นคือกลุ่มคิงเพาเวอร์ เกมนี้ พร้อมส่ง โซล แบมบา กองหลังทีมชาติไอวอรีโคสต์ ลงสนามได้แล้ว หลังกลับมาจากช่วยชาติในศึกแอฟริกัน เนชั่นส์ คัพ เรียบร้อย ขณะที่ นีล แดนน์ส มิดฟิลด์ ที่เพิ่งพ้นโทษแบน ก็จะลงสนามได้ต่อไป นอกจากนั้น จอห์น แพนต์ซิล กองหลังอีกคน ก็พร้อมกลับมาช่วยทีมเช่นกัน แต่ตัวเจ็บยังเหมือนเดิมคือ แอนดี คิง (เท้า), มาร์ติน แวกฮอร์น (เอ็นหลังเข่า), ดาริอุส วาสเซลล์ และ เจฟเฟอรี ชลูปป์ (เข่าทั้งคู่) อย่างไรก็ตาม ตัวหลักคนอื่น ๆ พร้อมลงได้หมด โดยแนวรุกวาง พอล กัลลาเกอร์ ทำเกมอยู่หลังคู่หน้าคือ เจอร์เมน เบคฟอร์ด และ เดวิด นูเจนท์

ความน่าจะเป็นของเกม : นอริช มาดีอย่างเหลือเชื่อในพรีเมียร์ลีก จนทำอันดับขึ้นมาติดท็อป 10 ได้อย่างเหนียวแน่น อีกทั้งยังรู้ทาง เลสเตอร์ เป็นอย่างดี เพราะเจอกันมาหลายครั้งในเดอะ แชมเปี้ยนชิพ เกมนี้จึงค่อนข้างเหนือกว่าอย่างชัดเจน เพราะทีมสุนัขจิ้งจอกเองก็ยังไม่แน่นอน แพ้-เสมอ-ชนะได้ทุกเกม แถมกองหลังก็ยังมีรอยรั่วมากมาย ประกอบกับเล่นนอกบ้านไว้ใจไม่ได้เท่าไหร่ด้วย ทีมนกขมิ้นจึงน่าจะเปิดบ้านชนะได้ไม่ยาก

ผลที่คาด : นอริช ชนะ 3-1

*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-

ซันเดอร์แลนด์ - อาร์เซนอล (00.15 น.)

มาร์ติน โอนีล ผู้จัดการทีม “แมวดำ” ซันเดอร์แลนด์ ทีมแรงแห่งพรีเมียร์ลีก ที่ล่าสุดขยับขึ้นมาอยู่อันดับ 9 ของตารางแล้ว มีปัญหานักเตะบาดเจ็บรบกวนเยอะเหมือนเดิม โดย เคร็ก กอร์ดอน, ไตตัส บรัมเบิล, นิคลาส เบนท์เนอร์, เวส บราวน์, เดวิด วอห์น และ ลี แคตเตอร์โมล ลงไม่ได้ทั้งหมด แต่มีลุ้นได้ แมทธิว คิลกัลลอน กองหลัง หายเจ็บข้อเท้า กลับมาช่วยทีม แต่ตัวหลักคนอื่นยังอยู่ครบทั้งหมด โดยแดนกลางต้องหุบ เซบาสเตียน ลาร์สสัน ไปยืนตัวกลางร่วมกับ แจ็ค คอลแบ๊ก แล้วเกมรุกใช้ เจมส์ แม็คคลีน ทำเกมร่วมกับ สเตฟาน แซสเซญอง เพื่อสนับสนุน เฟรเซอร์ แคมป์เบลล์ กองหน้าตัวเป้า

อาร์เซน เวนเกอร์ กุนซือ “ปืนใหญ่” อาร์เซนอล ที่พาทีมขึ้นมารั้งอันดับ 4 ของพรีเมียร์ลีกแล้ว เกมนี้ หมดสิทธิใช้บริการ เพอร์ แมร์เตซัคเกอร์ กองหลังทีมชาติเยอรมนี ที่เจ็บข้อเท้า ขณะที่ตัวเจ็บคนอื่น ๆ ก็ยังเหมือนเดิม ไม่ว่าจะเป็น อังเดร ซานโตส, อาบู ดิยาร์บี, คาร์ล เจนกินสัน และ แจ็ค วิลเชียร์ แต่อาจจะได้ คีแรน กิบบ์ส แบ๊กซ้าย กลับมาประจำการ นอกจากนั้น ตัวหลักคนอื่นยังอยู่ครบทั้ง โรบิน ฟาน เพอร์ซี, มิเคล อาร์เตตา, ธีโอ วัลคอตต์ และ อเล็กซ์ ออกซ์เลด แชมเบอร์เลน แถมยังได้ แชร์วินโญ กลับมาจากแอฟริกันเนชั่นส์ คัพ แล้วด้วย แต่ เธียร์รี อองรี กองหน้าจอมเก๋า ที่ยืมมาจาก นิวยอร์ก เรดบูลล์ส กลับไปร่วมทีมในอเมริกา เรียบร้อยแล้ว

ความน่าจะเป็นของเกม : เพิ่งเจอกันมาเมื่อสัปดาห์ก่อน และเป็น อาร์เซนอล ที่บุกมาเฉือนชนะ 1-2 รูปเกมวันนี้จึงไม่น่าจะแตกต่างจากเดิมมากนัก และคงจะสูสี จนต้องตัดสินกันที่ความเด็ดขาดในแดนหน้าเหมือนเดิม ทำให้ต้องยอมรับว่าเป็นเกมที่ออกได้ทุกหน้าจริง ๆ แต่กุนซืออย่าง มาร์ติน โอนีล เคยพลาดมาแล้ว มักจะจำขึ้นใจไม่ค่อยให้พลาดอีก ทำให้แม้จะดูเหนือกว่า แต่ อาร์เซนอล บุกมาชนะเหมือนในลีกไม่ง่ายแน่นอน โดยโอกาสออกเสมอมีมากที่สุดหรือแม้แต่เจ้าถิ่นพลิกชนะก็ยังเป็นไปได้

ผลที่คาด : เสมอกัน 1-1.

 

กัปตันเจมี

แสดงความคิดเห็น

แบ่งปัน

จำนวนคนดู   1,772  ครั้ง