นับถอยหลังอวสาน รถยนต์จดประกอบ ผู้ประกอบการครวญขอความเป็นธรรม

วันเสาร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา 00:00 น.

ปัญหารถยนต์หรูจดประกอบ ที่อาศัยช่องว่างของกฎหมาย หลีกเลี่ยงการจ่ายภาษีนำเข้ารถยนต์ราคาแพง โดยสำแดงเอกสารต่อกรมศุลกากรเป็นชิ้นส่วนอะไหล่ แต่ความจริง ทำเพียงผ่าครึ่งรถยนต์หรูมือสอง ที่ประมูลจากต่างประเทศ บ้างก็ถอดล้อและฝากระโปรงพอเป็นพิธี ก่อนนำมาประกอบเป็นคัน และนำไปประเมินเสียภาษีสรรพสามิต เพื่อขอจดทะเบียนจากกรมการขนส่งทางบก โดยแจ้งจดการใช้พลังงานเป็นแก๊ส เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบมลพิษของรถยนต์อันเข้มงวดจากสำนักงานมาตรฐานอุตสาหกรรม

หลังจากใช้กรรมวิธีอันแยบยลในการขอจดทะเบียน รถยนต์หรูจดประกอบจะถูกนำมาขายในตลาด ได้เสียงตอบรับจากบรรดาเหล่าเศรษฐีน้อยใหญ่เป็นอย่างดี เพราะรถยนต์เหล่านี้มีราคาต่ำกว่ารถที่นำเข้าโดยตัวแทนจำหน่ายอย่างถูกต้องราว 20-30 เปอร์เซ็นต์ ทำให้มีรถสปอร์ตและซูเปอร์คาร์ ตลอดจนรถหรูเฉพาะกลุ่มมากมาย วิ่งกันเกลื่อนเมืองในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา

ทีมข่าวเฉพาะกิจเดลินิวส์เห็นความไม่ชอบมาพากล เกาะติดเรื่องดังกล่าวมานานเกือบ 3 ปี เพื่อชี้นำให้ภาครัฐเห็นช่องโหว่ ที่ต้องสูญเสียรายได้จากการเก็บภาษีจากบรรดาเศรษฐีที่อาศัยช่องโหว่กฎหมายซื้อของเล่นราคาแพงมาขับขี่อวดบารมีตามท้องถนน รวมความเสียหายที่เกิดขึ้นนับหมื่นล้านบาท

ในที่สุดปัญหานี้ก็กำลังจะได้ข้อยุติ ถึงเวลานับถอยหลังปัญหาของรถยนต์จดประกอบก็ว่าได้!!

กระทั่งช่วงต้นเดือน ก.พ. 55 ที่ผ่านมา นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.คมนาคม ได้ร่วมประชุมกับ นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ และ นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย รมช.คลัง ถึงการแก้ปัญหารถยนต์จดประกอบ โดยระบุว่า ได้สั่งการให้กรมการขนส่งทางบก พิจารณาออกกฎกระทรวงเพิ่มเติม งดจดทะเบียนรถยนต์จดประกอบภายใน 30 วัน ซึ่งทางกระทรวงพาณิชย์จะพิจารณาออกกฎกระทรวง “ห้ามนำเข้าชิ้นส่วนใช้แล้วของรถยนต์ เพื่อนำมาประกอบเป็นคันในประเทศ และกระทรวงการคลัง จะกำชับให้กรมสรรพสามิต ตรวจสอบเอกสารชิ้นส่วนรถยนต์ที่นำเข้ามาประกอบเป็นคันอย่างเข้มงวด รวมถึงการกำหนดเพดานภาษีของรถยนต์จดประกอบ ให้มีความเหมาะสมกับราคาขายในท้องตลาด”

รมว.คมนาคม ระบุชัดเจนว่า ตอนนี้เป็นเรื่องของ 3 กระทรวง ที่ต้องแก้ไขปัญหารถยนต์จดประกอบอย่างจริงจัง เนื่องจากในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา มีผู้นำเข้าชิ้นส่วนรถยนต์หรูราคาแพง มาแจ้งจดประกอบมากเกือบ 2 หมื่นคัน ส่งผลกระทบต่อการจัดเก็บภาษีรายได้มากกว่า 8,000-9,000 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังเป็นการตัดราคาตัวแทนจำหน่ายรถยนต์หรูต่าง ๆในประเทศอย่างไม่เป็นธรรม

นายสมชัย ศิริวัฒนโชค อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวว่า ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา มีการนำเข้าชิ้นส่วนรถยนต์หรู มาประกอบในโรงงานที่ได้รับใบอนุญาตจากกรมสรรพสามิต รวม 89 โรงงาน และจากสถิติในปี 2553 เพียงปีเดียว มีรถยนต์แจ้งจดประกอบ ขอทะเบียนจากกรมการขนส่งทางบกมากถึง 9,000 คัน

ภายหลังจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกมาให้ข่าวถึงการหาทางยุติปัญหารถยนต์จดประกอบนั้น ส่งผลทำให้บรรดาผู้ประกอบการโรงงานที่ได้รับใบอนุญาตจากกรมสรรพสามิต ถึงกับครวญขอความเป็นธรรมบ้าง โดยมีบรรดาตัวแทนจากชมรมรถยนต์จดประกอบรวมตัวกันอยากให้รัฐเห็นใจกับผู้ประกอบการที่ทำมาหากินกันอย่างสุจริต บางรายยืนยันว่า รถยนต์จดประกอบทำถูกต้องตามขั้นตอนกฎหมายทุกอย่าง ที่สำคัญทางกรมสรรพสามิต ยังเป็นผู้ออกใบโรงงานประกอบรถยนต์ในประเทศให้เอง ที่ผ่านมา รถยนต์จดประกอบ จ่ายภาษีให้กรมสรรพสามิตมากเป็นอันดับสอง รองจากเหล้าและบุหรี่

ดังนั้นหากเป็นไปได้ ชมรมรถยนต์จดประกอบ จึงอยากวิงวอนขอให้ภาครัฐทบทวนมาตรการที่จะดำเนินการ เพราะขณะนี้ มีรถยนต์ที่ประกอบเสร็จ และรอการเสียภาษีมากกว่า 3,000 คัน หากลองเฉลี่ยภาษีรถยนต์เหล่านี้อยู่ที่คันละ 5 แสนบาท รัฐจะต้องสูญเสียรายได้จากมาตรการดังกล่าวไปเกือบ 1,500 ล้านบาท นอกจากนี้โรงงานประกอบรถยนต์ที่ได้รับอนุญาตหลายร้อยโรงงานจะต้องปิดตัว ลอยแพพนักงานที่มีฝีมือประกอบรถยนต์หลายพันชีวิต ความเสียหายที่เกิดขึ้นคงประเมินค่าไม่ได้ หากจะออกมาตรการใด ๆ โดยไม่ให้เวลาล่วงหน้ากับผู้ประกอบการ ในไม่ช้าคงมีรถเถื่อนหนีภาษี สวมทะเบียนวิ่งกันเกลื่อนเมือง

อย่างไรก็ดีจากนี้ไปอีกประมาณ 1 เดือนก็ต้องลุ้นดูว่า ทั้ง 3 กระทรวงจะเดินหน้าสางปัญหาแก้กฎหมายหรือหาทางออกที่ดีที่สุดสำหรับเรื่องนี้ได้สำเร็จหรือไม่ ต้องเฝ้าติดตามกันต่อไป!!.

ทีมข่าวเฉพาะกิจ

แสดงความคิดเห็น

แบ่งปัน

จำนวนคนดู   6,884  ครั้ง