ฤกษ์ปุรณมี-อมาวสี(2) ‘พรจันทร์เพ็ญ’ ‘น้ำมนต์’ท่านว่าขลัง
มื่อวันที่ 6 ก.พ.ที่ผ่านมา ณ ที่นี้ได้เปิดปฏิทินโหรกับการเกิดจุดจันทร์เพ็ญ วันจันทร์เพ็ญ-วันปุรณมี และจุดจันทร์ดับ วันจันทร์ดับ-วันอมาวสี ในปี 2555 จากการเปิดเผยของ อ.ภิญโญ พงศ์เจริญ นายกสมาคมโหราศาสตร์นานาชาติ ซึ่งการเกิดจุด “ปุรณมี” ในปีนี้คือ... วันที่ 9 ม.ค. เวลา 14.03 น., วันที่ 8 ก.พ. เวลา 04.44 น., วันที่ 8 มี.ค. เวลา 16.56 น., วันที่ 7 เม.ย. เวลา 02.37 น., วันที่ 6 พ.ค. เวลา 10.48 น., วันที่ 4 มิ.ย. เวลา 17.59 น., วันที่ 4 ก.ค. เวลา 01.20 น., วันที่ 2 ส.ค. เวลา 08.10 น., วันที่ 31 ส.ค. เวลา 21.41 น., วันที่ 30 ก.ย. เวลา 10.24 น., วันที่ 30 ต.ค. เวลา 02.55 น., วันที่ 28 พ.ย. เวลา 21.28 น. และวันที่ 28 ธ.ค. เวลา 16.59 น.
ขณะที่การเกิดจุด “อมาวสี” ที่ยิ่ง “มีความเชื่อ” ในปี 2555 นี้คือ... วันที่ 23 ม.ค. เวลา 14.20 น., วันที่ 22 ก.พ. เวลา 05.19 น., วันที่ 22 มี.ค. เวลา 21.29 น., วันที่ 21 เม.ย. เวลา 14.07 น., วันที่ 21 พ.ค. เวลา 06.25 น., วันที่ 19 มิ.ย. เวลา 21.36 น., วันที่ 19 ก.ค. เวลา 10.53 น., วันที่ 17 ส.ค. เวลา 22.24 น., วันที่ 16 ก.ย. เวลา 08.58 น., วันที่ 15 ต.ค. เวลา 18.47 น., วันที่ 14 พ.ย. เวลา 04.33 น. และวันที่ 13 ธ.ค. เวลา 15.02 น.
’วันอมาวสี“ นั้นมีความเชื่อเรื่องการ ’ขอพร-ขอเงิน“
ส่วน ’วันปุรณมี“ ก็มีความเชื่อเรื่องของ ’มงคลชีวิต“
ทั้งนี้ ดูตามวันตามเดือนในตอนนี้ วันที่จะเกิดจุดจันทร์เพ็ญ วันจันทร์เพ็ญ-วันปุรณมี จะมาถึงก่อนวันเกิดจุดจันทร์ดับ วันจันทร์ดับ-วันอมาวสี โดยวันจันทร์เพ็ญ-วันปุรณมี ครั้งต่อไปกำลังจะมาถึงในวันที่ 8 ก.พ. นี้แล้ว ขณะที่วันจันทร์ดับ-วันอมาวสี ครั้งต่อไปคือวันที่ 22 ก.พ. ดังนั้น มาดูความเชื่อเรื่องปุรณมีกันก่อน
กับความเชื่อที่เกี่ยวกับวันเกิดจุดจันทร์เพ็ญ วันจันทร์เพ็ญ หรือ ’วันปุรณมี“ ในมุมของ ’พิธีกรรมเพื่อความเป็นสิริมงคล“ นั้น ทาง อ.ภิญโญ พงศ์เจริญ ระบุไว้ว่า... “วันปุรณมี ก็ควรสร้างสรรค์สิ่งที่เป็นมงคล”
คนไทยแต่โบราณเชื่อว่า หากได้ทำ ’น้ำมนต์“ ในคืนจันทร์เพ็ญ จะ ’ศักดิ์สิทธิ์“ ยิ่งนัก เกิดสิริมงคล ทำการใดก็สำเร็จสมความปรารถนา มีโชคชัยมงคล ประสบชัยชนะ เป็นเสน่ห์เมตตามหานิยม เป็นที่รักของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย รอดพ้นจากภยันตรายต่าง ๆ เพราะโลก ดวงจันทร์ ดวงอาทิตย์ โคจรมากุมกันและเล็งกัน
“วันจันทร์เพ็ญนั้น ใน 1 ปี มีถึง 12 ครั้ง เพราะใน 1 ปี มี 12 เดือน โดยใน 1 เดือนจะมีวันจันทร์เพ็ญเพียงวันเดียว ซึ่งเมื่อพิจารณาแล้ว มีมติเป็นเอกฉันท์ว่าช่วง วันเพ็ญเดือน 12 หรือวันลอยกระทงนั้น เป็นช่วงวันที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดในการทำน้ำมนต์ แต่หากไม่สะดวกหรือไม่สามารถใช้วันเพ็ญเดือน 12 ได้ ก็ใช้วันเพ็ญเดือนอื่น ๆ เป็นวันทำน้ำมนต์ได้” ...นายกสมาคมโหราศาสตร์นานาชาติ ระบุ
พร้อมทั้งบอกว่า... ช่วง วันเพ็ญมาฆะ วันเพ็ญวิสาขะ วันเพ็ญอาสาฬหะ ก็ทำน้ำมนต์ได้ศักดิ์สิทธิ์มากเช่นกัน (ยึดตามช่วงวันเวลาเกิดจุดจันทร์เพ็ญ ที่อาจไม่ตรงกับ 15 ค่ำก็ได้ ซึ่งกรณีนี้รวมถึงจันทร์ดับด้วย)
แล้วการทำ ’น้ำมนต์จันทร์เพ็ญ“ ต้องทำอย่างไร???
วิธีการทำหรือพิธีกรรมในการทำน้ำมนต์จันทร์เพ็ญนั้น ทาง อ.ภิญโญ แนะนำว่า มีขั้นตอนวิธีปฏิบัติ ดังนี้คือ... 1. เตรียมสถานที่อันโล่งกว้างอยู่กลางแจ้ง ไม่อยู่ใต้ร่มไม้หรือเงามืดของสิ่งกีดขวางหรือมีนกกาบินผ่าน, 2. ให้เตรียมบาตรน้ำมนต์หรือขันน้ำมนต์ขนาดใหญ่พอสมควร, 3. ให้เตรียมน้ำฝนหรือน้ำบริสุทธิ์เพื่อใช้ทำน้ำมนต์, 4. นำเอาน้ำฝนหรือน้ำบริสุทธิ์มาใส่ลงในบาตรน้ำมนต์หรือขันน้ำมนต์
5. นำบาตรหรือขันน้ำมนต์ที่บรรจุน้ำแล้วไปวางที่กลางแจ้งที่เตรียมไว้ ประการสำคัญคือให้วางไว้กลางแจ้ง อย่าวางไว้ใต้เงาร่มไม้ เงาสิ่งปลูกสร้าง เงาสิ่งกีดขวาง อย่าให้มีนกกาเครื่องบินบินผ่าน, 6. วันเวลาที่วางบาตรหรือขันน้ำมนต์ คือ เวลาก่อนเที่ยงคืนของคืนจันทร์เพ็ญ, 7. ก่อนเวลา 24.00 น. ก่อนเที่ยงคืนเล็กน้อย ให้จุดเทียนน้ำมนต์สีขาวที่ปากบาตรหรือขันน้ำมนต์เพื่อให้น้ำตาเทียนหยดลงไปในน้ำ จากนั้นให้ท่องคาถากำกับ 9 จบ โดยคาถากำกับมีว่า ’...ปุณณจันโท วิชานันเต วิสุทธิสาวโก วโร พุทโธ สัมธัมมรังสี มุนโน มัตถเกสุกังฯ...“ หรือจะสวดพระปริตรบท “อภยปริตร” ด้วยอีกก็ได้
8. เสร็จแล้วให้รอจนกระทั่งเงาของดวงจันทร์ลอยมาปรากฏในบาตร หรือขันน้ำมนต์นั้น อย่างชัดเจน และ 9.ในบัดเดี๋ยวนั้นให้ตั้งจิตอธิษฐานขอพรตามความปรารถนา เป็นการขอพรจันทร์วันปุรณมี
“สำหรับ น้ำมนต์จันทร์เพ็ญ นั้น ใช้ดื่มกินก็ได้ อาบก็ได้ รดศีรษะก็ได้ ประพรมก็ดี แต่ควรทำทันทีหลังพิธีการเสร็จสิ้น แล้วทำน้ำมนต์ใหม่ในวันเพ็ญเดือนต่อไป ถ้าเป็นน้ำมนต์จันทร์เพ็ญเดือน 12 นั้นศักดิ์สิทธิ์มาก เพราะ 1 ปีมีเพียงครั้งเดียวเท่านั้น ทำไว้ดื่มกินก็ได้ อาบก็ได้ ประพรมศีรษะร่างกายก็ได้ ช่วยเรื่องบรรเทายามเจ็บไข้ ป้องกันอันตรายจากการเดินทาง เป็น สิริสวัสดิมงคลแก่ชีวิต ส่วนที่เหลือนิยมเก็บไว้ใช้ตลอดทั้งปี รอจนกระทั่งถึงวันเพ็ญเดือน 12 ปีต่อไปแล้วค่อยทำน้ำมนต์จันทร์เพ็ญเดือน 12 อีกครั้ง” ...อ.ภิญโญ ระบุ
นี่ก็เป็นพิธีทำ “น้ำมนต์” กับความเชื่อเรื่อง “วันปุรณมี”
ส่วนเรื่อง ’วันอมาวสี“ พิธี ’ขอเงิน“ ต้องต่ออีกตอน...
แสดงความคิดเห็น
แบ่งปัน