สัญญาระหว่างสมรส (2)

วันอังคารที่ 21 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา 00:00 น.

ฉบับที่แล้วว่ากันด้วยเรื่องการแบ่งทรัพย์สินระหว่างสามีภริยาที่มีลักษณะเป็นสัญญาระหว่างสมรส ฉบับนี้ต่อกันด้วยระยะเวลาในการบอกล้างสัญญาระหว่างสมรสคือ สัญญาระหว่างสมรสอาจทำกันไว้นานแล้วกี่ปีก็บอกล้างได้ เพราะสัญญาระหว่างสมรสสามารถบอกล้างได้ตลอดเวลาที่คู่สมรสยังมีชีวิตอยู่และไม่มีการหย่า

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8739/2551 แม้สัญญาระหว่างสมรสเกี่ยวกับทรัพย์สินที่ทำไว้ต่อกันระหว่างที่เป็นสามีภริยากันจะมีข้อตกลงห้ามไม่ให้บอกล้างหรือยกเลิกสัญญามีกำหนดเวลา 20 ปี ก็ตามแต่ก็เป็นข้อตกลงที่ฝ่าฝืนต่อประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1469 ซึ่งเป็นบทบัญญัติที่มุ่งคุ้มครองสิทธิของคู่สมรสโดยทั่วไปที่ได้ทำสัญญาเกี่ยวกับทรัพย์สินไว้ในระหว่างสมรสโดยตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของความเสน่หาหรือเหตุอื่นใดอันทำให้ตนต้องเสียประโยชน์ มิให้ถูกเอารัดเอาเปรียบหรือถูกข่มเหงโดยไม่เป็นธรรมและเป็นการป้องกันมิให้ครอบครัวต้องร้าวฉานแตกแยกกัน ข้อตกลงจะไม่บอกล้างหรือบอกเลิกสัญญาที่เกี่ยวกับทรัพย์สินในระหว่างสมรส จึงมีวัตถุประสงค์ที่ขัดต่อบทกฎหมายดังกล่าว ตกเป็นโมฆะตาม ป.พ.พ. มาตรา 150 จำเลยที่ 1 จึงมีสิทธิบอกเลิกสัญญาดังกล่าวได้

กฎหมายกำหนดระยะเวลาการบอกล้างเพียงว่า จะต้องบอกล้างภายในกำหนด 1 ปี นับแต่การขาดจากการสมรส เช่น ถ้ามีการหย่าไปแล้วเพราะจะต้องบอกล้างสัญญาภายใน 1 ปี นับแต่วันหย่า เป็นต้น แต่เนื่องจากการขาดจากสมรสมี 3 วิธี ความตาย การหย่า และศาลพิพากษาให้เพิกถอนการสมรส ดังนั้นถ้าไม่มีการบอกล้างภายในกำหนด 1 ปี นับแต่วันที่ขาดจากการสมรส สัญญาระหว่างสมรสนี้จะสมบูรณ์ตลอดไป

การจะบอกล้างสัญญาระหว่างสมรสนี้แตกต่างจากการเพิกถอนสัญญาให้โดยเสน่หาเพราะถ้าเป็นสัญญาการให้โดยเสน่หาจะต้องมีเหตุเพิกถอนการให้ตามกฎหมายด้วย เช่น เพิกถอนการให้โดยเสน่หาเพราะเหตุเนรคุณ หรือเพราะยากจนลงและอีกฝ่ายหนึ่งไม่อุปการะเลี้ยงดู แต่ถ้าเป็นสัญญาระหว่างสมรสคู่สัญญาสามารถที่จะบอกล้างได้โดยไม่จำเป็นต้องมีเหตุตามกฎหมาย ตัวอย่างตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 818/2546 วินิจฉัยว่า การที่โจทก์จดทะเบียนให้ที่ดินแก่จำเลยซึ่งเป็นภริยาระหว่างสมรสซึ่งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1469 ได้บัญญัติถึงการบอกล้างสัญญาที่เกี่ยวกับทรัพย์สินที่สามีภริยาทำไว้ต่อกันในช่วงเวลาดังกล่าวไว้โดยเฉพาะแล้ว ดังนั้นเมื่อโจทก์ต้องการบอกล้างสัญญาการให้ที่ดินต่อจำเลย จึงต้องนำบทบัญญัติมาตรา 1469 มาใช้บังคับ หาใช่นำบทบัญญัติมาตรา 535 (สัญญาให้โดยเสน่หา) อันเป็นบทบัญญัติทั่วไปมาใช้บังคับไม่

ฉบับหน้ามาต่อกันด้วยผู้มีสิทธิบอกล้างได้.

แสดงความคิดเห็น

แบ่งปัน

จำนวนคนดู   1,154  ครั้ง