อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 27 สิงหาคม 2559

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 27 สิงหาคม 2559
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

หนุน ‘น้ำพุร้อน’ ผลิตไฟฟ้า เติมน้ำทำเกษตรกรรม

อังคารที่ 5 มกราคม 2559 เวลา 00.18 น.

ความต้องการใช้พลังงานจากไฟฟ้าเพิ่มมากขึ้น ในขณะที่แหล่งผลิตพลังงานกลับพบว่ามีอยู่อย่างจำกัด กรมทรัพยากรน้ำบาดาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กรมทรัพยากรธรณีให้ความสำคัญและเร่งศึกษาโครงการสร้างแหล่งพลังงานทดแทนมากขึ้น

กรมทรัพยากรน้ำบาดาลได้เข้าไปศึกษาโครงการพลังงานความร้อนใต้พื้นพิภพ อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ หรือแหล่งน้ำพุร้อน ดำเนินการโดยการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย เพื่อเป็นต้นแบบแนวทางการหาแหล่งพลังงานความร้อนจากใต้พื้นพิภพ ในแหล่งอื่น ๆ ของประเทศไทย

ปัจจุบันประเทศไทยมีการใช้แหล่งพลังงานความร้อนใต้พิภพ เพื่อผลิตไฟฟ้าเพียงแห่งเดียวคือ โรงไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานความร้อนใต้พิภพฝาง ตั้งอยู่ที่ ต.ม่อนปิ่น อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ โดยได้เริ่มเดินเครื่องเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2531 มีขนาดกำลังผลิต 300 กิโลวัตต์ เป็นโรงไฟฟ้าแบบ 2 วงจร แห่งแรกในเอเชียอาคเนย์ ได้น้ำ 500,000 ลูกบาศก์เมตรต่อปี

โรงไฟฟ้านี้ใช้น้ำร้อนจากหลุมเจาะในระดับตื้นโดยมีอุณหภูมิประมาณ 130 องศาเซลเซียส อัตราการไหล 16.5-22 ลิตรต่อวินาที มาถ่ายเทความร้อนให้กับสารทำงานและใช้น้ำอุณหภูมิ 15-30 องศาเซลเซียส อัตราการไหล 72-94 ลิตรต่อวินาที เป็นตัวหล่อเย็น

นายสุพจน์ เจิมสวัสดิพงษ์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล กล่าวว่า ศักยภาพของแหล่งพลังงานความร้อนใต้พิภพในประเทศไทยน่าสนใจ เนื่องจากเป็นแหล่งที่มีอุณหภูมิในแหล่งกักเก็บสูงกว่า 180 องศาเซลเซียส และมีลักษณะโครงสร้างทางธรณีวิทยาเหมาะสมที่สามารถกักเก็บน้ำร้อนได้เป็นจำนวนมาก อยู่ในระดับที่ไม่ลึก หากพิจารณาในมิติของการวิจัยเพื่อองค์ความรู้ มิติของการเป็นแหล่งผลิตพลังงานเพื่อทดแทนเชื้อเพลิงจากฟอสซิลและมิติของความคุ้มทุนในระยะยาว ควรส่งเสริมสนับสนุนให้มีการศึกษา วิจัย เพื่อใช้ประโยชน์จากแหล่งพลังงานความร้อนใต้พิภพให้มากขึ้น

“กรมทรัพยากรน้ำบาดาล ทำโครงการศึกษาและสำรวจแหล่งน้ำพุร้อนเพื่อผลิตพลังงานความร้อนใต้พื้นพิภพและอุตสาหกรรมท้องถิ่นมา 2 ปีแล้ว โดยคัดเลือกพื้นที่ที่มีศักยภาพในการดำเนินการได้ 5 พื้นที่คือ ที่ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ อ.พาน จ.เชียงราย อ.กะปง จ.พังงา และ อ.แม่จัน จ.เชียงราย โดยพื้นที่ดังกล่าวมีสภาพที่เหมาะกับการผลิตพลังงานไฟฟ้าใต้พื้นพิภพ ซึ่งกรมทรัพยากรน้ำบาดาลจะนำผลการศึกษาที่แล้วเสร็จในต้นปี 2559 ใช้เป็นแนวทางทางการศึกษาและหารือการดำเนินการร่วมกับหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องกับการใช้พลังงานเพื่อดำเนินการต่อไป”

ด้าน ดร.เกรียงศักดิ์ ภิระไร นักธรณีวิทยาชำนาญการพิเศษกรมทรัพยากรน้ำบาดาล กล่าวว่า น้ำพุร้อนนอกจากการผลิตไฟฟ้าแล้วยังมีผลพลอยได้ที่เกิดขึ้นตามมาจากกระบวนการผลิตไฟฟ้า น้ำร้อนที่นำไปใช้ในโรงไฟฟ้าเมื่อถ่ายเทความร้อนให้กับสารทำงานแล้ว อุณหภูมิจะลดลงเหลือ 77 องศาเซลเซียส สามารถนำความร้อนนี้ไปใช้เป็นพลังงานในการอบแห้ง และห้องเย็นสำหรับเก็บรักษาพืชผลทางการเกษตรได้

ใช้หลักการ นำน้ำร้อนไปถ่ายเทความร้อนให้กับของเหลวหรือสารทำงาน (Working Fluid) ที่มีจุดเดือดต่ำจนกระทั่งเดือดเป็นไอ แล้วนำไอนี้ไปหมุนกังหันเพื่อขับเครื่องกำเนิดไฟฟ้าผลิตไฟฟ้า

น้ำร้อนที่ถ่ายเทความร้อนแล้วแบ่งเป็น 2 ส่วน ซึ่งระดับความร้อนของน้ำลดลงเหลือ 30-40 องศาเซลเซียสปล่อยลงสู่บ่อน้ำแร่เพื่อการท่องเที่ยว และปล่อยลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ แต่ต้องรอให้น้ำเปลี่ยนเป็นอุณหภูมิปกติ ซึ่งน้ำร้อนจากแหล่งใต้ดินอุดมไปด้วยแร่ธาตุเมื่อนำไปใช้กับภาคเกษตร ทำให้พืชผลมีคุณภาพดี

ที่ผ่านมามหาวิทยาลัยเชียงใหม่และสถานีทดลองพืชฝาง กรมวิชาการเกษตร จึงได้ทำการวิจัยการใช้ประโยชน์ในพื้นที่ อ.ฝาง ซึ่งส่วนใหญ่ปลูกสวนส้ม หัวหอม กระเทียม คุณภาพและรสชาติของผักผลไม้ดีขึ้น โดยไม่ต้องใส่ปุ๋ย นับเป็นผลดีต่อเกษตรกรที่จะช่วยลดค่าใช้จ่าย

โครงการโรงงานไฟฟ้าจากพลังงานความร้อนใต้พื้นพิภพจะไม่ส่งผลให้เกิดปัญหาที่ดินทรุดตัวหรือพังทลายเนื่องจากเป็นการขุดเจาะจากแหล่งหินต้นกำเนิดความร้อนหรือหินแกรนิตใต้พื้นดินที่มีความแข็งแรงมากพอ” นักธรณีคนเดิมยืนยัน

อย่างไรก็ตามหากมีการดำเนินการเพื่อผลิตพลังงานความร้อนใต้พื้นพิภพอย่างเป็นระบบตามที่กรมฯ ได้ศึกษามา คาดว่าจะช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนพลังงานไฟฟ้าในอนาคต ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในเรื่องสายส่งกระแสไฟได้ สามารถแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตรได้ส่วนหนึ่ง

ที่สำคัญลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน เนื่องจากพลังงานความร้อนจากใต้พื้นพิภพเป็นพลังงานสะอาดและสามารถนำมาใช้ได้ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงต่างจากพลังงานลมและแสงแดด จะช่วยลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก.

พรประไพ เสือเขียว/spornprapai@yahoo.com

ข่าวหมายเหตุประชาชนล่าสุด

จำนวนคนอ่าน 3,453 คน

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 534