อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 26 สิงหาคม 2559

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 26 สิงหาคม 2559
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

อื้อฉาวที่สุด

เสาร์ที่ 9 มกราคม 2559 เวลา 01.49 น.

เป็น ความโชคดีของ “ม...สุขุมพันธุ์ บริพัตร” ผู้ว่าฯ กทม. หลังไม่ปรากฏรายชื่ออยู่ในคำสั่ง “พล..ประยุทธ์ จันทร์โอชา”นายกรัฐมนตรี ซึ่งใช้อำนาจใน ฐานะ “หัวหน้า คสช.” ที่ 1/2559 เรื่อง ประกาศรายชื่อเจ้าหน้าที่ของรัฐที่อยู่ระหว่างการถูกตรวจสอบเพิ่มเติมครั้งที่ 3

วันนี้ต้องพูดกันตรง ๆ นับตั้งแต่จัดรูปแบบ การบริหารงานเมืองหลวงประเทศไทย ให้ มีการเลือกตั้ง “ผู้ว่าฯ กทม.” ในยุค “คุณชายหมู” ถูกวิจารณ์ว่า ผลักดัน โครงการที่มีข้อสงสัย ที่มีข้อครหา และมีข่าวลบเกิดขึ้นมากที่สุด แถมในแต่ละประเด็นยังไม่สามารถชี้แจง เพื่อแก้ข้อสงสัยได้อีกด้วย

การประชุมสภา กทม. สมัยประชุมสามัญ สมัยที่ 1 ครั้งที่ 1 ประจำปี พ.ศ. 2559 ซึ่งมีการยื่นกระทู้ถามสดเรื่อง การใช้งบประมาณจำนวนมากถึง 39 ล้านบาท ในการจัดแสดงแสงไฟบริเวณลานคนเมือง ช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ แทนที่ “ม...สุขุมพันธ์ุ” จะอาศัยเวทีดังกล่าวนี้ ชี้แจงข้อสงสัยต่าง ๆ กลับมอบหมาย “รองผู้ว่าฯ กทม.” ประชุมแทน

ทำให้หลายคนคิดถึง สมัย “นายทักษิณ ชินวัตร” และ เครือข่าย เรืองอำนาจขึ้นมาทันที เวลามี การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในวาระตั้งกระทู้สอบถาม หรือตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล มักไม่ค่อยได้รับความร่วมมือจากบุคคลระดับตำแหน่ง “นายกรัฐมนตรี” เป็นประจำ

ยังจำได้สมัย “ม...สุขุมพันธ์ุ” เป็นทีมงาน “พล..ชาติชาย ชุณหะวัณ” ระหว่างดำรงตำแหน่ง “ผู้นำฝ่ายบริหาร” อยู่ในสถานะที่ถูกเรียกว่า “ทีมที่ปรึกษาบ้านพิษณุโลก” เวลาออกมาให้ความเห็นทางการเมือง ต้องบอกว่าแหลมคมและชัดเจน แม้กระทั่งเสนอแนะให้ “กองทัพ” ปัดกวาดบ้านตัวเอง

ไม่น่าเชื่อพอมารับตำแหน่ง “ผู้ว่าฯ กทม.” กลับกลายเป็น คนพูดจาไม่ค่อยรู้เรื่อง ไม่ยอมชี้แจงเรื่องราวที่เป็นข้อสงสัย และมีข้อครหาต่าง ๆ แม้กระทั่งในช่วงที่ “สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์” ซึ่งสังกัดพรรคเดียวกัน ออกมาเรียกร้องแถลงผ่านสื่อ แต่กลับไม่มีคำตอบใด ๆ ทั้งสิ้น จนหลายคนจำไม่ได้แล้วว่า การบริหารงาน กทม. มีกี่โครงการที่เกิดความอื้อฉาว

แล้วบอกตรง ๆ ผมเชื่อว่า คนไทยไม่ได้สนใจ ไม่ให้น้ำหนักเรื่องความสัมพันธ์ ระหว่าง “คุณชายหมู” กับ “หนุ่มมาร์ค” ที่ยังจูนกันไม่ลงตัว ติดต่อสื่อสารพูดคุยกันไม่รู้เรื่อง แต่จะเสียความรู้สึกมาก ถ้าปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้น เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของประเทศชาติ ต้องเข้าใจว่าโกงแค่บาทเดียว ปล้นชาติเป็นแสนล้านบาท ก็มีความผิดต้องถูกดำเนินคดีเช่นเดียวกัน

แต่คนรักความถูกต้อง ยังไม่สิ้นหวังเสียทีเดียว หลังจาก “พล..ประยุทธ์” ได้บอกกับสื่อว่า สั่งให้คณะทำงานด้านกฎหมาย ติดตามโครงการแสดงแสงไฟบริเวณลานคนเมือง เพราะวันนี้บอกได้เลย อำนาจที่จะกำจัดความไม่ถูกต้อง ที่เกิดขึ้นกับการบริหารงาน กทม. ต้องพึ่งมาตรา 44 เพียงอย่างเดียว

นอกจาก ใช้งบประดับไฟลานคนเมือง ยังมีข้อสงสัย เกี่ยวกับการใช้งบประมาณจัดซื้อเครื่องดนตรี เพื่อแจกจ่ายโรงเรียนในสังกัด กทม. การเดินทางไปต่างประเทศของผู้บริหารระดับสูง เกิดข้อครหา ทั้งการเลือกบริษัทและรูปแบบการประมูล

จริง ๆ ข้อพิรุธที่เกิดขึ้นมากมายขนาดนี้ “บิ๊กตู่” ต้องใช้อำนาจพิเศษในฐานะ “หัวหน้า คสช.” พักการปฏิบัติหน้าที่ “ผู้ว่าฯกทม.” เปิดทางให้การตรวจสอบ เป็นไปด้วยความโปร่งใส และได้รับการยอมรับ เชื่อเถอะถ้าผู้มีอำนาจพิจารณาโครงการ ยังมีอำนาจปฏิบัติหน้าที่อยู่ เอกสารข้อมูลสำคัญ อาจถูกทำลายและบิดเบือน

เขียนถึงเรื่องนี้ ทำให้นึกถึงคำพูดของ “สุทธิชัย ทรรศนสฤษดิ์” ในฐานะ ส.. กทม. ได้ยื่นกระทู้ถามสดเรื่อง ขอทราบเหตุ ผลและความจำเป็นในการใช้งบประมาณ 39 ล้านบาท ในการจัดแสดงแสงไฟบริเวณลานคนเมือง

ตอนหนึ่งพูดว่า “โบนัสปีนี้ก็ไม่มีให้เจ้าหน้าที่ เงินบำนาญก็เพิ่งมาขอยืมเงินกองทุนเงินสะสม เหมือนยากจน แต่ยังใช้เงินฟุ่มเฟือย ผมแค่เปรียบเทียบนะไม่ได้ต้องการจะว่าใคร ซึ่งไม่มีสมัยไหนที่จะมีข่าวฉาวเท่าสมัยนี้มาก่อน มีแต่เรื่องทุจริตออกทีวีทุกวัน”

วันนี้ “พล..ประยุทธ์” ได้โปรดคืนความสุขให้คนเมืองหลวง และทำความถูกต้องให้เกิดขึ้นด้วยเถิด.

“เขื่อนขันธ์”

จำนวนคนอ่าน 253 คน

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

คำสำคัญ

บอกต่อ : 503