อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 27 กรกฎาคม 2559

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 27 กรกฎาคม 2559
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

‘เจน-ณัฐสวรส อิงคนางกูล’ ยึดหลัก 4 ขยัน พลิกฟื้นธุรกิจโคมไฟฟ้าฉุกเฉิน ‘ซันนี่’

ศุกร์ที่ 15 มกราคม 2559 เวลา 04.21 น.

ตั้งใจสืบทอดธุรกิจจากคุณพ่อ “อรรถวิทย์ อิงคนางกูล” เพราะรู้ดีว่าล้วนเป็นมรดกตกทอดสู่รุ่นลูก ลูกคนกลางหัวใจแกร่งอย่าง “เจน-ณัฐสวรส อิงคนางกูล” จึงไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค มุ่งมั่นทุ่มเทหาความรู้หวังพลิกฟื้นธุรกิจผลิตและจำหน่ายเครื่องโคมไฟฟ้าฉุกเฉิน โคมไฟฟ้าป้ายทางออกฉุกเฉินและตู้ระบบควบคุมไฟฟ้า รวมถึงนำเข้าแบตเตอรี่ชนิดนีเกิล เมทัลไฮดราย และชนิดซีล ลีด เอซิด ภายใต้ชื่อยี่ห้อ “ซันนี่” ที่เคยโด่งดังในอดีตให้กลับมารุ่งโรจน์อีกครั้ง ในฐานะ กรรมการผู้จัดการบริษัท อีสออน อิมปอร์ต-เอ็กซ์ปอร์ต จำกัด

หลังจบปริญญาโท สาขาการจัดการธุรกิจระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยนอร์ทัมเบรีย รัฐนิวคาสเซิล สหราชอาณาจักร ก็กลับมารับช่วงต่อธุรกิจทันที โดยมีคุณพ่อคอยให้คำปรึกษาถ่ายทอดแก่นความรู้ เช่น การตั้งยอดขาย หลักการจัดการสั่งซื้อ การเก็บวัตถุดิบเข้าสต๊อก ที่สำคัญคือการตรวจสอบบัญชี ส่วนเรื่องยิบย่อยคุณพ่อปล่อยให้เจนใช้ประสบการณ์เรียนรู้ด้วยตัวเอง

เจน เล่าว่า คุณพ่อมีธุรกิจอยู่ 2 บริษัท ได้แก่ บริษัท ไอ.ซี.โอ อิมปอร์ต- เอ็กซ์ปอร์ต จำกัด นำเข้าอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ที่เกี่ยวกับประตู อาทิ กุญแจ ลูกบิด ประตูบานพับ พี่ชายคนโต ศุภกิจ อิงคนางกูล ได้สืบทอดกิจการ ส่วนเจนดูแลบริหารบริษัท อีสออน อิมปอร์ต-เอ็กซ์ปอร์ต จำกัด (เดิมคือ บริษัท ซันนี่ เอ็นจิเนียริ่ง (1988) จำกัด) ซึ่งเดิมทีคุณพ่อทิ้งให้ผู้จัดการโรงงาน วางนโยบายและดูยอดรายเดือนเท่านั้น เมื่อเจนกลับมาต้องเรียนรู้งานทุกอย่างในองค์กร ตั้งแต่แผนกสโตร์ วิธีการเก็บสต๊อก กระบวนการเบิกสั่งซื้อวัตถุดิบ ฝ่ายผลิต การบรรจุ และการจัดส่งสินค้า 1 ปีเต็ม

เริ่มแรกปัญหาค่อนข้างมากเนื่องจากเจนเรียนมาทางสายการตลาด ไม่มีความรู้ด้านอิเล็กทรอนิกส์มากนัก แต่ต้องดูแลไปถึงการผลิต จึงต้องศึกษากับแผนกต่าง ๆ เวลาซัพพลายเออร์เสนอขาย เจนยอมเปิดใจคุยตรง ๆ ว่าไม่มีความรู้ ต้องการคำแนะนำ ถ้าเป็นไปได้ขอแคตตาล็อกรายละเอียดเกี่ยวกับสินค้ามาศึกษา ว่าอะไหล่แต่ละตัวทำหน้าที่อะไร ก่อนเชื่อมโยงกับสิ่งที่วิศวกรสอน เพื่อปะติดปะต่อความรู้ต่าง ๆ นับเป็นเรื่องหินไม่ใช่น้อย

หลังจากเรียนรู้งานได้เพียง 2 ปี คุณพ่อกลับจะขายบริษัททิ้ง ทำเอาเจนต้อง “ยกมือไหว้” ขอโอกาส สิ่งที่ทำไม่ได้หวังมรดกแต่อย่างใด เพียงเสียดายธุรกิจที่คุณพ่ออุตส่าห์สร้างมา

ในอดีตแบรนด์ซันนี่ครองตลาดอันดับหนึ่ง ถือเป็นเจ้าแรกที่ผลิตโคมไฟฉุกเฉิน ทุกวันนี้ไม่ว่าสาวเจนไปไหนมาไหนลูกค้ายังคงถามหา บ่นเสียดายมากที่จากเคยรุ่งโรจน์เป็นอันดับหนึ่งแต่กลับถูกทิ้งร้าง หลังทราบว่าเจนกลับมาต่อยอดธุรกิจ ต่างพูดให้กำลังใจจนฮึกเหิมอยากทวงบัลลังก์อันดับหนึ่งกลับคืน

จากเดิมมองเพียงมาตรฐาน และบริการที่ดี เจนมุ่งมั่น พัฒนาบุคลากร เป็นลำดับแรก โดยปลูกจิตสำนึกให้พนักงานรักองค์กร เห็นคุณค่าในงานที่ทำ ด้วยการจัดคอร์สอบรมทุกระดับสม่ำเสมอ อย่างไรก็ตาม ยังไม่ทิ้งการ พัฒนาสินค้า ตอบโจทย์ความต้องการของตลาด ซึ่งปรับอุปกรณ์รักษาความปลอดภัย ดีไซน์แบบเก่าโบราณขัดหูขัดตา สร้างออกมาให้ทันสมัยเหมาะเป็นเฟอร์นิเจอร์ ชิ้นหนึ่ง ประดับโรงแรม โรงพยาบาล และห้างสรรพสินค้า

ตลอดระยะเวลาที่กุมบังเหียนมาตลอด 6 ปี เจนยึดหลัก 4 ขยัน” ปรัชญาการทำงานต้นตำรับจากคุณพ่อ ได้แก่ ขยันถาม ถ้าไม่รู้อะไรให้ถามแล้ววันหนึ่งจะฉลาดไม่ต้องกลัวหรือเขินอาย คิดว่าเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เจนประสบ ความสำเร็จเร็ว เพราะไม่เคยวางตัวกับลูกน้องว่าเป็นนายจ้าง ทำให้ผู้รู้ยินดีสอนอย่างเต็มใจ ขยันดู พยายามศึกษาดูสิ่งที่คนอื่นทำแล้วนำมาประยุกต์ใช้ ขยันทำ ฝึกทำจนเกิดความชำนาญ และ ขยันตาม ติดตามงานไม่ละทิ้งเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหาย

ควบคู่กับหลักในการทำธุรกิจที่ ต้องมีคุณธรรมและความจริงใจให้กับคู่ค้า ลูกค้า และผู้ขายทุกราย รวมถึงบุคลากร ในองค์กรทุกคน สร้างความเชื่อใจ และวางตัวให้น่าเชื่อถือ

ทิศทางในอนาคต เจน มีความตั้งใจส่งออกสินค้ามากขึ้น พร้อมทั้งพัฒนาสินค้าอย่างต่อเนื่อง และอาจต่อยอดไปไลน์การผลิตอื่น ๆ อีก เนื่อง จากตลาดโคมไฟฟ้าฉุกเฉินมีเพียงไม่กี่รายในประเทศไทย อย่างไรก็ตามเจนไม่ได้ประมาท ยังพัฒนาสินค้าต่อเนื่อง การบริการต้องเป็นอันดับหนึ่ง ตามนโยบายขององค์กรคือ “มุ่งมั่นผลิตสินค้าตามมาตรฐาน บริการรวดเร็วให้ลูกค้าพึงพอใจ”.

ข่าวรุ่นใหม่ไฟแรงล่าสุด

จำนวนคนอ่าน 5,457 คน

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 627