อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 27 กันยายน 2559

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 27 กันยายน 2559
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

‘เลี้ยงปลากัดยักษ์’ตัวใหญ่-สีเจ็บ..ราคายิ่งงาม

การเพาะพันธุ์นั้น ผู้ที่เริ่มต้นเลี้ยงใหม่ ๆ ต้องใจเย็น ๆ เพราะต้องใช้เวลา จากประสบการณ์ส่วนตัว แนะนำว่าควรแยกเลี้ยงปลาออกเป็นเกรด ๆ เวลานำปลาไปขายจะได้มีความชัดเจนในเรื่องราคา เสาร์ที่ 16 มกราคม 2559 เวลา 06.30 น.

ปลากัดยักษ์” เป็นหนึ่งในสายพันธุ์ปลาสวยงาม ที่ได้รับความนิยมจากตลาดผู้เลี้ยงปลาทั้งในประเทศและตลาดต่างประเทศ ทำให้ “การเพาะพันธุ์ปลากัดยักษ์” เป็นอาชีพที่น่าสนใจ สามารถสร้างรายได้เป็นอย่างดี ซึ่งวันนี้ทีม “ช่องทางทำกิน” ก็มีข้อมูลกรณีศึกษามานำเสนอให้พิจารณากัน...

รณกรณ์ สิทธิรัตนสกุล ผู้เชี่ยวชาญการพัฒนาสายพันธุ์ปลากัด ที่เรียกว่า “บรีดเดอร์” ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับ “การเพาะเลี้ยงปลากัดยักษ์” ว่า เดิมทีทำงานเป็นพนักงานห้างสรรพสินค้า แต่หลังจากประสบอุบัติเหตุจนบาดเจ็บสาหัส เมื่อหายกลับมาแล้ว ร่างกายกลับไม่ปกติเหมือนเดิม จึงจำเป็นต้องลาออกจากงานมาเพื่อพักรักษาตัวอยู่ที่บ้าน ทำให้ไม่มีรายได้เข้ามาจุนเจือช่วยเหลือครอบครัว ตนจึงมองหาอาชีพอื่นเพื่อมาทดแทน โดยมองมาที่การเพาะพันธุ์และเพาะเลี้ยงปลากัดยักษ์เพื่อส่งขายตามตลาดปลาสวยงาม เนื่องจากปลาชนิดนี้เลี้ยงง่าย โตเร็ว ยิ่งถ้าหากเลี้ยงจนได้ปลาที่มีขนาดใหญ่ มีสีสวยครบเครื่อง ก็ยิ่งขายได้ราคาดี โดยปลากัดยักษ์ที่สมบูรณ์ สีสันสวย ๆ นั้น สามารถขายได้ราคาสูงถึงตัวละหลักพันบาท

ที่สำคัญปลากัดยักษ์ยังเป็นปลาที่ได้รับความนิยมจากตลาดต่างประเทศด้วย ตนจึงเริ่มศึกษาอย่างจริงจังจนมีความเชี่ยวชาญ สามารถเพาะพันธุ์ได้ตามที่ต้องการทุกรูปแบบ อย่างไรก็ดี ก็มีคำแนะนำสำหรับผู้ที่เริ่มเพาะเลี้ยงใหม่ ๆ ว่า ควรเริ่มเลี้ยงปลากัดยักษ์จำนวนน้อย ๆ ไปก่อน โดยอาจเริ่มที่จำนวน 5 คู่ จนเริ่มมีความชำนาญหรือเชี่ยวชาญมากขึ้น จึงเพิ่มจำนวนปลากัดภายหลัง เนื่องจาก “พ่อพันธุ์-แม่พันธุ์ปลากัดยักษ์” ต่อ 1 คู่นั้น มีราคาค่อนข้างสูง

ทุนเบื้องต้น “การเพาะเลี้ยงปลากัดยักษ์” ขึ้นกับขนาดธุรกิจ โดย “ค่าพันธุ์ปลา” ราคาเฉลี่ยของ “ค่าพ่อพันธุ์-แม่พันธุ์” อยู่ที่คู่ละ 2,000-3,000 บาท ซึ่งถ้าเริ่มเลี้ยงที่ 5 คู่ก็จะต้องใช้เงินลงทุนส่วนนี้ ประมาณ 10,000-15,000 บาท ส่วน “ค่าอาหาร” นั้น เฉลี่ยแล้วอยู่ที่วันละประมาณ 50 บาท ซึ่งอาหารที่ใช้เลี้ยง ได้แก่ ไรฝุ่น, ลูกน้ำ, ไส้เดือน, อาหารเม็ด ส่วน อุปกรณ์ ที่จำเป็นในการเลี้ยงปลากัดยักษ์ ประกอบด้วย กล่องโฟม, ตู้ปลา, โหลปลา, แผงกั้นปลา เป็นต้น

เทคนิคการเพาะพันธ์ุปลากัดยักษ์... เริ่มจากนำกล่องโฟมใส่น้ำที่แช่ด้วยใบหูกวาง จากนั้นนำพ่อแม่พันธุ์ปลากัดยักษ์ที่มีอายุมากกว่า 3 เดือน และมีลักษณะดี มาใส่รวมกันในกล่องโฟมที่ได้จัดเตรียมไว้ นำก้านมะยมมาลอยไว้ด้านบนสำหรับใช้เป็นที่ให้ปลากัดตัวเมียวางไข่ สำหรับการเลือกพ่อแม่พันธุ์เพื่อมาเพาะเลี้ยงนั้น ถ้าเป็นปลาตัวผู้ควรเลือกตัวที่มีสีตามที่ตลาดต้องการ ส่วนปลาตัวเมียให้เลือกเฉพาะตัวที่มีไข่เต็มท้อง ที่สำคัญต้องเป็นปลาที่สมบูรณ์ และไม่เป็นโรค

ทั้งนี้ การให้อาหารปลากัดยักษ์นั้น จะให้เพียงวันละ 1 มื้อเท่านั้น โดยเน้นเป็นพวกอาหารสด เช่น ลูกน้ำ ลูกไร ซึ่งการเลี้ยงนั้น จะปล่อยให้พ่อแม่พันธุ์ผสมและรัดกันเองตามธรรมชาติ ซึ่งเมื่อตัวผู้ก่อหวอดและทำการรัดแม่ปลาแล้ว จะสังเกตเห็นไข่สีเหลืองนวลอยู่ในหวอดเกาะกันเป็นแพ จากนั้นให้ช้อนแม่พันธุ์ออกจากกล่องโฟม เพื่อให้ปลาตัวผู้ทำหน้าที่ดูแลไข่ต่อไป

เมื่อเวลาผ่านไป 3-4 วัน ลูกปลากัดก็จะฟักเป็นตัว จากนั้นจึงค่อย ๆ ให้อาหารประเภทไรน้ำตัวเล็ก เพื่อให้ลูกปลาแข็งแรง จนลูกปลากัดอายุได้ประมาณ 2 เดือน หรือสังเกตดูว่าลูกปลากัดยักษ์มีขนาดลำตัวใหญ่เท่ากับขนาดปลากัดทั่วไปที่โตเต็มวัย จึงทำการคัดแยกลูกปลาตัวผู้ที่สมบูรณ์ออกมา โดยนำมาจับแยกใส่ขวดโหลเพื่อแยกเลี้ยงเพียงโหลละ 1ตัว

แนะนำให้ใช้โหลหรือขวดพลาสติกที่มีขนาดใหญ่ในการแยกเลี้ยง ซึ่งการแยกเลี้ยงเดี่ยว จะช่วยป้องกันปลากัดกัดกัน และช่วยรักษารูปทรงหรือฟอร์มให้มีความสมบูรณ์ที่สุด ช่วยให้เกล็ดไม่หลุดร่อน ครีบกับหางไม่เสียหาย และถ้าเป็นไปได้ควรหมั่นเปลี่ยนน้ำบ่อย ๆ จะช่วยให้ลูกปลาโตเร็วขึ้น ส่วนอาหารในช่วงนี้ควรจะเลี้ยงด้วยไส้เดือน เพราะช่วยให้ลูกปลามีลำตัวใหญ่กว่าปกติ เมื่อนำไปขายก็จะได้ราคาดี” เป็นคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญการเพาะเลี้ยงปลากัดยักษ์

รณกรณ์ ผู้ให้ข้อมูลบอกว่า ปลากัดยักษ์ที่ครีบ ชายน้ำ กระโดง ปลายหาง มีความสมบูรณ์ มีสีสันสวยงาม เมื่อขายอาจได้ราคาสูงตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป โดยยิ่งปลาตัวใหญ่ หรือมีเครื่องครบสมบูรณ์ ราคาก็อาจจะสูงเพิ่มขึ้นไปอีก ส่วนปลาที่ไม่สมบูรณ์ หรือมีสีสันไม่สวยงามมากนัก ก็ยังขายได้ โดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ราคาตัวละ 200-300 บาท ซึ่งนอกจากตลาดในประเทศแล้ว กับตลาดต่างประเทศ อาทิ ญี่ปุ่น เกาหลี ฮ่องกง จีน มาเลเซีย และอีกหลาย ๆ ประเทศในโซนเอเชีย ก็ให้ความสนใจ และมีคนนิยมเลี้ยงเช่นกัน ซึ่งการเลี้ยง “ปลากัดยักษ์” นับเป็นอีกหนึ่งอาชีพเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงที่มีอนาคต และมีแนวโน้มตลาดที่น่าสนใจ

การเพาะพันธุ์นั้น ผู้ที่เริ่มต้นเลี้ยงใหม่ ๆ ต้องใจเย็น ๆ เพราะต้องใช้เวลา จากประสบการณ์ส่วนตัว แนะนำว่าควรแยกเลี้ยงปลาออกเป็นเกรด ๆ เวลานำปลาไปขายจะได้มีความชัดเจนในเรื่องราคา” ผู้ให้ข้อมูลคนเดิมกล่าว

พร้อมให้คำแนะนำเพิ่มเติมว่า “ที่สำคัญ ควรศึกษาตลาดว่าแต่ละแห่งนั้น ต้องการปลาสีอะไร ลักษณะอย่างไร เนื่องจากความนิยม หรือรสนิยมของลูกค้า ย่อมมีความแตกต่างกัน โดยเจ้าของปลาควรเก็บสายพันธุ์ของตัวเองไว้ เพื่อใช้สำหรับการพัฒนาสายพันธุ์ปลารุ่น
ต่อ ๆ ไป”

ผู้ที่สนใจ “ปลากัดยักษ์” ของรณกรณ์ สามารถเข้าไปดูที่เฟซบุ๊ก Ronnakorn Sitthirattanasakulsin หรือสอบถามได้ที่ โทร. 08-6385-9699, 08-6355-9025 และนี่ก็เป็นอีกหนึ่ง “ช่องทางทำกิน” ที่สามารถยึดเป็นอาชีพได้ ซึ่งนอกจากจะมีรายได้แล้ว ผู้เลี้ยงก็ยังได้รับความเพลิดเพลินจากการเลี้ยงปลาสวยงามชนิดนี้ด้วย...

บดินทร์ ศักดาเยี่ยงยงค์ : รายงาน

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 463