ป้ายแดงชวนขับ

เบนซ์ จีแอลอี 250 ดี เอเอ็มจี หล่อเข้มสปอร์ตพร้อมลุย

จีแอลอี 250 ดี 4 เมติก เอเอ็มจี ไดนามิก รถครอสโอเวอร์รุ่นใหม่ล่าสุดของเมอร์เซอร์เดส-เบนซ์ที่ปรับโฉมมาจากเอ็ม-คลาสสะท้อนถึงตัวตน มีความคล่องแคล่วปราดเปรียว โดดเด่นตั้งแต่ดีไซน์ภายนอกด้วยลายเส้นคมสะดุดตา

จีแอลอี 250 ดี 4 เมติก เอเอ็มจี ไดนามิก รถครอสโอเวอร์รุ่นใหม่ล่าสุดของเมอร์เซอร์เดส-เบนซ์ที่ปรับโฉมมาจากเอ็ม-คลาสสะท้อนถึงตัวตน มีความคล่องแคล่วปราดเปรียว โดดเด่นตั้งแต่ดีไซน์ภายนอกด้วยลายเส้นคมสะดุดตา กระจังหน้าสีเงินโครเมียมแบบ 2 แถบขนาดใหญ่พร้อมตราสัญลักษณ์ดาวสามแฉกตรงกลางกันชนหน้าพร้อมช่องระบายอากาศขนาดใหญ่ล้อมรอบด้วยโครเมียมเช่นเดียวกับขอบหน้าต่าง โดยเฉพาะปลายท่อ 2 ท่อ ไฟหน้าแบบแอลอีดี ไฟเดย์ไทม์สำหรับการขับขี่เวลากลางวัน

ไฟเลี้ยวที่กระจกมองข้าง ไฟท้ายและไฟเบรกดวงที่ 3 แบบแอลอีดี กระจกมองข้างด้านผู้ขับขี่และกระจกส่งหลังปรับลดแสงสะท้อนอัตโนมัติโดยเพิ่มลุคความสปอร์ตด้วยล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ขนาด 20 นิ้วสีเทาพร้อมชุดแต่งเอเอ็มจี บอดี้สไตลิ่งที่บริเวณกันชนหน้า-หลังดิสก์เบรกหน้าแบบมีช่องระบายความร้อน บันไดข้างสเตนเลสดีไซน์สปอร์ตรวมทั้งโอ่อ่าโปร่งสบายด้วยหลังคาพาโนรามิก ซันรูฟเลื่อนเปิด-ปิดด้วยไฟฟ้า

ส่วนภายในคงเน้นความหรูหราสง่างามแต่แฝงความเป็นสปอร์ตเอาไว้มาพร้อมกับด้านบนของคอนโซลหน้าและด้านบนของแผงหุ้มประตูหุ้มด้วยหนังอาร์ทิโก พวงมาลัยมัลติฟังก์ ชั่น ปุ่มสตาร์ตเครื่องยนต์ เบาะผู้ขับขี่และผู้โดยสารด้านหน้าปรับระดับด้วยระบบไฟฟ้าพร้อมหน่วยบันทึกความจำ โดยเบาะนั่งด้าน
หลังสามารถพับได้ทั้ง 1:3 หรือ 2:39 ตามความต้องการเพื่อเพิ่มพื้นที่เก็บของ รวมทั้งเพิ่มความสุนทรีแห่งการขับขี่ด้วยไฟเรืองแสงล้อมรอบห้องโดยสารแบบ 3 สี พรั่งพร้อมด้วยระบบความบันเทิงและสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน

ด้านความปลอดภัยจีแอลอี 250 ดีจัดให้เต็มที่ ทั้งระบบป้องกันก่อนเกิดเหตุ (พรี-เซฟ)ถุงลมนิรภัย 10 จุด โปรแกรมควบคุมการทรงตัวอัตโนมัติ (อีพีเอส) ระบบช่วยเตือนอาการเหนื่อยล้าขณะขับขี่ เซ็นเซอร์ช่วยในการนำรถเข้าจอดระบบขับเคลื่อน 4 ล้อตลอดเวลา กล้องแสดงภาพรอบทิศทาง

สำหรับแฟนของค่ายดาวสามแฉกที่ชื่นชอบรถลุย ๆ ที่พร้อมใช้ในเมืองได้อย่างคล่องตัว จีแอลอี 250 ดีที่มาพร้อมกับชุดแต่งเอเอ็มจีจึงเป็นอีกทางเลือกที่ไม่ควรพลาดทดลองก่อนตัดสินใจ.

เอสยูวี "ติดดาว"

ในตลาดเอสยูวีหรูขนาดราคาระดับ 4 ล้านบาทขึ้นไปในบ้านเรานั้นเป็นตลาดที่เมอร์เซเดส-เบนซ์ยังไม่สามารถเจาะตลาดกลุ่มนี้ได้ดีนัก เป็นตลาดที่รถเอสยูวีหรูจากญี่ปุ่นอย่างโตโยต้า แฮริเออร์ หรือ เลกซัส อาร์เอ็กซ์ที่จับกลุ่มลูกค้าที่ต้องการรถที่ขับสบายเชื่อถือได้ และรถหรูจากเยอรมนีอย่างปอร์เช่ คาร์เยนน์ ที่จับตลาดลูกค้าที่ต้องการสมรรถนะและหลงใหลในแบรนด์ ทั้งสองเจ้าเป็นเจ้าตลาดมาช้านาน รถยนต์แบรนด์อื่นเป็นเพียงคู่ชกประเดี๋ยวประด๋าวเท่านั้น

แต่สถานการณ์น่าจะเปลี่ยนไปเมื่อเมอร์เซเดส-เบนซ์ ตัดสินใจส่งเอสยูวีขนาดกลางรุ่นจีแอลอีที่มีขนาดเท่า ๆ กับโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ลงในตลาดนี้ หากจะว่ากันด้วยรูปลักษณ์แล้วต้องยอมรับว่าจีแอลอีนั้นไม่ได้ล้ำยุคอะไร แถมบางมุมยังทำให้เรานึกถึงฟอร์จูนเนอร์โฉมที่แล้วเสียด้วย แต่หากไม่คิดอะไรก็นับว่าเป็นรถที่หล่อเหลาเอาการ ด้วยกระจังหน้าสไตล์สปอร์ตที่เป็นเอกลักษณ์ของรถในสไตล์นี้ของค่ายดาวสามแฉก แต่หากชอบของล้ำ ๆ ก็คิดว่าน่าจะไปเล่นเลกซัสจะดีกว่า แต่ถ้าชอบแนวคลาสสิกจีแอลอีคันอวบ ๆ คันนี้ก็ดูดีไม่น้อย

ส่วนภายในนั้นหากเทียบกับรถเก๋งรุ่นปัจจุบันของเมอร์เซเดส-เบนซ์ อาจดูเชยไปบ้างแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะล้าสมัยอะไร เพราะถึงเช่นไรนี่ก็คือรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ทุกกระเบียดนิ้ว สวยงามประณีตหนักแน่นและโอ่โถงในทุกที่นั่ง ด้วยรถคันนี้เป็นทริม เอเอ็มจี ดังนั้นหน้าปัดจะเป็นลายคาร์บอนวงพวงมาลัยจึงเป็นแบบสปอร์ต (วงเล็กกว่าปกติและไม่กลม) เบาะนั่งเป็นแบบบัคเกตซีททรงสวย อีกทั้งมาพร้อมหลังคากระจกสองตอนที่เป็นออพชั่นเฉพาะรุ่นเอเอ็มจี และแน่นอนว่าติดตั้งล้ออัลลอย 5 ก้าน ขนาด 20 นิ้วลายเฉพาะของ “เอเอ็มจี” ที่สวยลงตัว

แน่นอนว่าคนที่ซื้อรถทรงนี้ต้องถามว่าบรรทุกสัมภาระได้เยอะไหมต้องบอกว่าเหลือ เฟือกว้างและลึกใหญ่โตอลังการ แถมแนวหลังคายังสูงใส่จักรยานแบบวางตั้งไม่ต้องถอดอานได้สบายส่วนท่านที่กังวลว่ารถคันโตจะขับยากก็ต้องบอกเลยว่าการออกแบบที่ดีทำให้รถคันนี้ขับง่ายเหลือเชื่อ วงเลี้ยวที่แคบและระบบช่วยด้านทัศนวิสัยด้วยการมีกล้องรอบคันช่วยให้การขับในที่แคบ ๆ ทำได้สบายแต่ลูกเล่นประจำรถที่ยอดเยี่ยมโดนใจเห็นจะเป็นหลุมวางเครื่องดื่มที่ปรับอุณหภูมิร้อน-เย็นได้เป็นลูกเล่นที่รถหรูทุกคันควรจะมี

ที่รู้สึกติด ๆ ขัด ๆ อยู่บ้างเห็นจะเป็นคันเกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะ ที่วางอยู่ในตำแหน่งคอพวงมาลัยแม้จะใช้งานง่ายสบายมือแต่สำหรับคนที่มีรถหลายคัน (ที่ไม่ใช่เมอร์เซเดส-เบนซ์) อาจจะหลงคว้าคันเกียร์ตรงคอนโซลแน่นอนว่าจั่วลม และที่แย่ที่สุดคือบางครั้งคนที่มีรถญี่ปุ่นสลับใช้เวลาเปลี่ยนเลนอาจจะหลงคว้าคันเกียร์โยกเปลี่ยนเกียร์แทนที่ก้านไฟเลี้ยวได้เหมือนกัน ถ้าจะให้ดีควรจะเปลี่ยนรถที่บ้านทุกคันเป็นเมอร์เซเดส-เบนซ์ทุกคัน ปัญหาจะหมดไป!

เมอร์เซเดส-เบนซ์ จีแอลอี 250ดี เอเอ็มจี ไดนามิกเครื่องยนต์ดีเซลสมรรถนะเยี่ยมคันนี้มาพร้อมลูกเล่นมากมายในสไตล์สปอร์ตกับราคา 5.49 ล้านบาท แต่ถ้ายอดตัดออพชั่นพวกนั้นออกไปบ้างและหันมาพิจารณารุ่น 4 แมติก เอ็กซ์คลูซีพ (เชื่อว่าจะทำให้ผู้ที่สนใจตัดสินซื้อได้ง่ายขึ้นเพราะราคาแค่ 4.99 ล้านบาท ถูกลงไปครึ่งล้านทีเดียวคิดหนักล่ะสิทีนี้.

ภัทรกิติ์ โกมลกิติ

ช่วงล่างรถเอสยูวีในฝัน

เอ็ม เดอะสตาร์ หรือ อรรถพล ประกอบของ แห่งพีทีที เพอร์ฟอร์มา ดริฟท์ ทีมนักทดสอบขาประจำ “ป้ายแดงชวนขับ” ให้ความเห็นหลังการทดสอบรถเมอร์เซเดส-เบนซ์ จีแอลอี 250 ดีว่ารูปร่างไม่ค่อยคุ้นหน้าตานักเพราะในเมืองไทยมีจำนวนน้อย แต่คันนี้เป็นรถเอสยูวีเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ 204 แรงม้า แรงบิด 500 นิวตัน-เมตร หลายคนคิดว่าเรี่ยวแรงน้อยเมื่อเทียบกับบอดี้รถค่อนข้างใหญ่ อย่างไรก็ตามมีสิ่งที่มาทดแทนก็คือเกียร์ 9 สปีด เป็นรถขับเคลื่อน 4 ล้อตลอดเวลาซึ่งระบบนี้จะฉุดพละกำลังเมื่อรถวิ่งเร็ว ๆ ประกอบกับรูปทรงภายนอกที่มีเหลี่ยมนิด ๆ และดูไม่สปอร์ตเท่าไรหรือไม่ลู่ลมนัก เนื่องจากการดีไซน์ที่เน้นใช้งานในเมืองหรือขับลุยป่าเขาได้สบาย ๆ

จีแอลอีใหม่ได้รับการดีไซน์ให้ดูสวยงามโดยเฉพาะเมื่อมาพร้อมกับชุดแต่งของเอเอ็มจีจะเห็นถึงความแตกต่างเมื่อเทียบกับรุ่นธรรมดาเช่น ล้ออัลลอยเอเอ็มจี เบรกมีระบบระบายความร้อนติดโลโก้เบนซ์ เบาะนั่งใช้หนังเนปปาทั้งคันตั้งแต่คอนโซลหน้า แผงประตูให้ความรู้สึกสวยงามหรูหรา พวงมาลัยแบบ 3 ก้านเหมือนรถแข่ง หน้าปัดลายแคบล่า เรียกว่าเอาใจวัยรุ่นพอสมควร นอกจากนี้ยังใช้เครื่องเสียงของฮามันน์ การ์ดอน รวมทั้งติดตั้งกล้องถอยหลังที่เห็นรอบทิศทาง

“อัตราเร่งตอนต้นดี โดยเกียร์ 1, 2, 3 ถึง 4 เปลี่ยนเร็วมาก อาจด้วยแรงม้าที่น้อยบอดี้หนักจึงต้องใช้อัตราทดของเกียร์เข้ามาช่วยในการออกตัวที่ดีขึ้น ส่วนรอบปลายนั้นค่อนข้างอืดนิดนึง อย่างไรก็ดีผมประทับใจ
เรื่องระบบเกียร์ที่เปลี่ยนเร็วและไหลลื่นมีความนิ่มนวลมาก เรียกว่าเป็นรถเอสยูวีที่ขับสนุกรวมทั้งให้ความประหยัดน้ำมันโดยเฉพาะเมื่อใช้โหมดอีโค”

เอ็มบอกว่า จีแอลอีเป็นรถขับสนุกการเร่งแซงทำได้อย่างมั่นใจด้วยการปรับใช้โหมดสปอร์ต ขับเร็วมั่นใจมีความสปอร์ตเกาะถนนหนึบแน่นดี เมื่อขับช้า ๆ ผ่านหลุมที่ขรุขระให้ความรู้สึกนุ่มนวลแต่ไม่มากจนเกินไป ขับช้า ๆ ก็สบาย ระบบเบรกใช้ได้ดีเมื่อเทียบน้ำหนักรถแม้ขับด้วยความเร็ว160 กม./ชม. แต่เบรกก็เอาอยู่ โดยรวมถือเป็นรถที่นั่งสบาย การขับทางไกลสบาย รวมทั้งมีระบบล็อคความเร็วอัตโนมัติให้อีกด้วย

ด้านความปลอดภัยจีแอลอี 250 ดีให้ความสำคัญมากเพราะจัดให้เต็มพิกัด เช่นแทรคชั่นคอนโทรล ระบบช่วยเบรก มีถุงลมนิรภัยเยอะมาก โดยเฉพาะบริเวณเข่าเซฟตี้ให้กับคนขับ

มาถึงการให้ดาว เอ็มบอกว่าภายนอกให้ 4.5 ดาวเพราะดูก้ำกึ่งระหว่างความสปอร์ตและคลาสสิกแต่มีความลงตัว ภายในให้ 5 ดาว เพราะดีไซน์สปอร์ตพอควร พวงมาลัย เบาะนั่งสบายหลังคาพาโนรามิกเปิดได้ ทั้งหมดเอาไว้นอนดูดาวหรือรับแสงแดดชายทะเล วัสดุที่ใช้ ฟังก์ชั่นใช้งานครบ ด้านเครื่องยนต์ให้ 4.5 ดาวเพราะใช้งานเต็มประสิทธิภาพ แต่อยากให้เพิ่มความแรงขึ้นอีกนิด เนื่องจากรถบอดี้ใหญ่ทำให้การเร่งแซงด้วยความเร็วกลาง ๆ ไม่มั่นใจมาก ช่วงล่างให้ 5 ดาว เพราะเป็นรถเอสยูวีที่มีช่วงล่างแบบในฝันที่อยากได้ โดยรวมขอให้ 4.5 ดาว เนื่องจากยังขาดความแรง อย่างไรก็ตามรถสไตล์นี้เชื่อว่าวัยรุ่นน่าสนใจ.

เรื่อง : ลำยอง ปกป้อง / ภาพ : จุมพล นภทิพย์

ความคิดเห็น