จับตาผลกระทบ
ภาพรวมราคาทองคำในสัปดาห์นี้ นักวิเคราะห์ยังมองว่าจะปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยนักวิเคราะห์จาก บล. ฟินันเซียไซรัส ระบุว่า ราคาทองคำจะปรับตัวเพิ่มขึ้นหาระดับ 1,745-1,750 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ โดยได้แรงหนุนจากการดำเนินนโยบายการเงินเชิงผ่อนคลายของธนาคารกลางจีน หลังปรับลดอัตราการกันสำรองก่อนปล่อยกู้ลง 0.5% เหลือ 20.5% ซึ่งถือเป็นแนวโน้มการผ่อนคลายนโยบายการเงินตามธนาคารกลางญี่ปุ่นและอังกฤษ
ทั้งนี้ราคาทองคำมักจะปรับขึ้นทุกครั้งที่มีการผ่อนคลายนโยบายการเงิน จึงน่าจะได้รับผลดีและน่าจะเคลื่อนไหวแบบปรับตัวลงยากต่อไปก่อนช่วงสั้น ๆ ส่วนปัจจัยที่จับตาคือ การเปิดเผยตัวเลขภาคอสังหาริมทรัพย์ของสหรัฐ ทั้งยอดขายบ้านมือสอง และยอดขายบ้านใหม่ รวมไปถึงจีดีพีของเยอรมนีและอังกฤษ คาดกรอบการเคลื่อนไหวของราคาทองคำโลก 1,710-1,750 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ หรือคิดเป็นราคาขายออกของทองคำแท่งในประเทศประมาณบาทละ 25,000-25,600 บาท
นักวิเคราะห์บริษัท คลาสสิก โกลด์ ฟิวเจอร์ส ระบุว่า ในสัปดาห์นี้ปัจจัยบวกมีผลต่อราคาทองคำ คือข่าวการแก้ปัญหาหนี้ของกรีซ ล่าสุดมีความหวังว่าอาจได้รับเงินช่วยเหลือภายหลังการประชุม รมว.คลังยูโรโซน รวมถึงตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่ประกาศออกมาดี จีนประกาศลดอัตราเงินสดสำรองตาม ก.ม. ราคาน้ำมันปรับสูงขึ้นจากความตึงเครียดระหว่างอิหร่านกับอิสราเอลและชาติตะวันตก การคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับต่ำของเฟด การที่ธนาคารกลางของประเทศต่าง ๆ คงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับต่ำและอาจมีการอัดฉีดเงินเข้าระบบเศรษฐกิจ ส่วนประเด็นลบ ได้แก่ การประกาศปรับลดอันดับเครดิตของสถาบันจัดอันดับ และประเด็นการแก้ปัญหาหนี้ของกรีซยังสร้างความผันผวน.
แสดงความคิดเห็น
แบ่งปัน