อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 25 มีนาคม 2560

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 25 มีนาคม 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

"โครงการแว่นตาเพื่อน้อง" ให้ในสิ่งที่มี-มีในสิ่งที่ให้

น่าชื่นชมห้างแว่นท็อปเจริญร่วมกับมูลนิธิสงเคราะห์เด็กสภากาชาดไทย สานต่อ “โครงการแว่นตาเพื่อน้อง”ปี 4 ช่วยเหลือเยาวชนที่มีปัญหาด้านสายตาในพื้นที่ห่างไกลทั่วประเทศ เสาร์ที่ 4 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 09.00 น.


วันก่อนนั่งทำงานอยู่ที่โรงพิมพ์ กำลังมองหาสิ่งดี ๆ เรื่องดี ๆ มานำเสนอ...บังเอิญทีมงานห้างแว่นท็อปเจริญเข้ามาเยี่ยมเยียนที่กองบก.ขณะพูดคุยทักทายเกิดไปสะดุดแฟ้มโครงการหนึ่งของท็อปเจริญเข้า...เป็นการสานต่อ“โครงการแว่นตาเพื่อน้อง”ปี 4 เห็นเนื้อหาสาระใจความแล้วบอกได้คำเดียวว่า “นี่แหละสิ่งที่กำลังมองหาอยู่” เป็นโครงการที่ทำเพื่อเด็ก...สังคมควรรับรู้ว่ายังมีภาคเอกชนที่มีน้ำใจ-แบ่งปัน-ทำสิ่งดี ๆ ให้กับลูกหลานของเราอยู่....



นพศักดิ์ ตรีพรชัยศักดิ์กรรมการผู้จัดการห้างแว่นท็อปเจริญ บอกว่า เนื่องด้วยสมเด็จ พระเทพรัตนราชสุดาฯ องค์ประธานกรรมการอำนวยการมูลนิธิสงเคราะห์เด็กของสภากาชาดไทย ทรงห่วงใยในคุณภาพชีวิตของพสกนิกรชาวไทยในพื้นที่ห่างไกล รวมถึงทรงเล็งเห็นความสำคัญของการได้รับการศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเยาวชนอันจะเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาประเทศ ห้างแว่นท็อปเจริญ และมูลนิธิสงเคราะห์เด็กของสภากาชาดไทย จึงขอมีส่วนร่วมในการให้ความช่วยเหลือเยาวชนที่มีปัญหาด้านสายตาในพื้นที่ห่างไกลทั่วประเทศ ภายใต้ “โครงการแว่นตาเพื่อน้อง” โดยปีนี้เป็นการสานต่อการดำเนินโครงการอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน





นับแต่ริเริ่มโครงการฯ ปี 57 ได้ออกหน่วยบริการตรวจสุขภาพดวงตา ตรวจวัดสายตา และประกอบแว่นใหม่ ด้วยอุปกรณ์ และเครื่องมืออันทันสมัยโดยผู้เชี่ยวชาญเพื่อมอบแว่นสายตาให้แก่เยาวชนเป็นประจำ เดือนละ 1 ครั้ง โดยมีเยาวชนเข้ารับบริการเฉลี่ยครั้งละ 500 คนขึ้นไป หากพบเยาวชนมีปัญหาโรคตาที่ไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยแว่น ทางโครงการฯจะส่งตัวเข้ารับการรักษาต่อที่ศูนย์รักษาตาท็อปเจริญ โดยไม่คิดค่าบริการแต่อย่างใด ซึ่งในขณะนี้โครงการฯ ได้ส่งต่อความช่วยเหลือแล้วรวมกว่า 15,000 ราย ภายในปี 66 ตั้งเป้าจะส่งต่อความช่วยเหลือให้กับเยาวชนครอบคลุมทั่วประเทศเพิ่มเป็น 35,000 ราย คาดว่าจะเป็นไปตามแผนที่วางไว้”

รศ.พญ.นวลจันทร์ ปราบพาลกรรมการอำนวยการและเลขาธิการ มูลนิธิสงเคราะห์เด็กของสภากาชาดไทย บอกว่า “ปัจจุบันมีสิ่งอำนวยความสะดวกทางเทคโนโลยีมากขึ้น เป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อสายตาของเยาวชนในยุคดิจิตอล ในฐานะที่มูลนิธิฯ มีหน้าที่ให้ความช่วยเหลืออุปการะเลี้ยงดูเด็กหรือผู้เยาว์ที่เป็นเด็กกำพร้า รวมทั้งให้การศึกษา ฝึกวิชาชีพ และการดูแลด้านสุขภาพร่างกายของเด็กให้สมบูรณ์แข็งแรง เราจึงให้ความสำคัญเกี่ยวกับปัญหาสุขภาพดวงตา และการมองเห็นของเด็กเป็นอย่างมาก ประจวบเหมาะกับความตั้งใจของห้างแว่นท็อปเจริญที่อาสาให้การสนับสนุน และจัดตั้งโครงการแว่นตาเพื่อน้องขึ้น เพื่อร่วมกันเดินหน้าสานต่อการให้ความช่วยเหลือเด็ก และเยาวชนในถิ่นทุรกันดารที่มีปัญหาสายตาทั่วประเทศ

นพ.นพวุฒิ ตรีพรชัยศักดิ์” ผอ.ศูนย์รักษาตาท็อปเจริญ กล่าวว่า ยุคนี้เราใช้การมองระยะใกล้มากขึ้น โดยเฉพาะอุปกรณ์มือถือจ้องดูกันเป็นเวลานานหลายชั่วโมงต่อวัน ไม่ละสายตา รวมถึงจ้องดูในบริเวณที่มีแสงน้อย ดวงตาต้องใช้กล้ามเนื้อเพ่งทำงานเกร็งตลอดเวลา ทำให้เกิดปัญหาขึ้นได้ อยากฝากถึงเยาวชนให้ตระหนักถึงความสำคัญของการใช้สายตาอย่างเหมาะสม ถึงแม้ว่าโลกยุคปัจจุบันจะเปลี่ยนแปลงไปมาก มีเทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้ามาช่วยให้การเรียนรู้เป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น แต่การใช้สายตาจับจ้องมากเกินไปก็อาจเกิดโทษได้



...หมอพูดทำเอาเห็นภาพขึ้นมาทันที อย่าว่าแต่เด็กเลยคุณหมอ ผู้ใหญ่บางคนหนักกว่าอีก ติดไลน์ ติดเฟซฯตอนแก่เยอะมาก....ก็คงต้องปล่อยไปตามสภาพ แต่สำหรับเด็ก ๆ เป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้ามเด็ดขาดขอบคุณโครงการดี ๆ... เป็นน้ำใจของภาคเอกชนที่ทำเพื่อเด็กอย่างแท้จริง...ให้ในสิ่งที่มี-มีในสิ่งที่ให้...หากบริษัทห้างร้านคิดแบบนี้ทุกแห่งน่าจะดีไม่น้อย ขายอะไรมีอะไรก็นำสิ่งนั้น ๆ มามอบให้เด็กยากไร้ ...ได้ทั้งบุญได้ทั้งชื่อเสียงบริษัท... ที่สำคัญเด็กจะจดจำสิ่งดี ๆ ที่พวกท่านมอบให้เขาตลอดไป.
..............................................
คอลัมน์ “คนดีของสังคม”
โดย “เหยี่ยวขาว”

(ร่วมสนับสนุนคนทำดีในสังคมโดย “ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ”)

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 93