อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ 2560

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

ต้องทำ'5 ข้อ'ฟื้นสภาพป่า! เหมือนอดีตความหวังยังมีอยู่

ยังมีความหวังอยู่เสมอว่า...ถ้าข้อมูลถูกต้องและครบถ้วน มียุทธศาสตร์ ยุทธวิธีแม่นยำ 5 ข้อที่ต้องทำ เชื่อว่าน่าจะทำให้ป่ากลับมามีสภาพที่สมบูรณ์ใกล้เคียงในอดีตได้!! พุธที่ 15 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 09.00 น.


จากสภาพทรัพยากรป่าไม้ของประเทศไทยที่ชำรุดทรุดโทรมเป็นอย่างมาก อันเกิดจากการถูกบุกรุกทำลายมาอย่างต่อเนื่อง และการยึดคืนผืนป่า รวมทั้งฟื้นฟูสภาพป่าในปัจจุบันที่ทำได้น้อยมาก น้อยกว่าที่โฆษณาไว้ ซึ่งดูได้จากรายงาน 2 ชิ้นนี้

1.สบอ.15 เชียงราย รายงานการตรวจสอบในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ลาวฝั่งขวา ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของ กรมป่าไม้ และสวนป่าที่อยู่ในความรับผิดชอบของ กรมอุทยานฯ พบ

-พื้นที่เป้าหมายแปลงปลูกป่า FPT 23/4 เนื้อที่ 4,719-3-63 ไร่ ถูกบุกรุกจำนวน 3,576-3-22ไร่
-พื้นที่สวนป่าแม่ขะจาน จำนวน 3 แปลง คือ

แปลงที่ 1 ปี 2523 เนื้อที่ 507-2-97 ไร่ ถูกบุกรุกฯ ทั้งหมด
แปลงที่ 2 ปี 2525 เนื้อที่ 235-3-52 ไร่ ถูกบุกรุกทั้งหมด
แปลงที่ 3 ปี 2536 เนื้อที่ 242-0-56 ไร่ ถูกบุกรุกฯ 140-1-18 ไร่



2.รายงานจากจังหวัดเชียงใหม่ นายปวิณ ชำนิปนะศาสน์ ผวจ.เชียงใหม่ กล่าวในที่ประชุมอนุกรรมการป้องกันและปราบปรามการตัดไม้ทำลายป่า จังหวัดเชียงใหม่ (คปป.จ ชม.) ครั้งที่ 1/2569 ว่าปัญหาการบุกรุกทำลายในพื้นที่เชียงใหม่ไม่มีความคืบหน้า

รายงานข่าว 2 ชิ้นนี้สะท้อนข้อเท็จจริงถึงสภาพป่าสงวนแห่งชาติที่ดูแลโดย กรมป่าไม้ และสภาพสวนป่าที่ดูแลโดย กรมอุทยานฯ อยู่ในสภาพที่ชำรุดทรุดโทรมขนาดไหน และสะท้อนการประเมินการทำงานจากภายนอกว่าที่ผ่านมาผลงานเป็นเช่นไร

อย่างไรก็ตาม ผมยังมีความหวังอยู่เสมอว่า ถ้าข้อมูลถูกต้อง และครบถ้วน มียุทธศาสตร์ยุทธวิธีแม่นยำ และอีกบางอย่างต่อไปนี้ น่าจะทำให้สภาพป่ากลับมามีสภาพที่สมบูรณ์ใกล้เคียงในอดีตได้ เช่น


1.ต้องมีความพยายามของรัฐบาลต่อไป
แม้จะมีความพยายามกันมาทุกยุคและหลายรัฐบาล ที่จะเพิ่มพื้นที่ป่าของประเทศ เพราะต่างก็รู้ดีว่าป่ามีความสำคัญยิ่ง ซึ่งการมีป่าที่อุดมสมบูรณ์จะทำให้สภาพแวดล้อมของประเทศ การพัฒนาและการแก้ปัญหาให้กับประเทศชาติและประชาชนดีขึ้นตามมา รัฐบาลยังต้องจัดสรรงบประมาณเพื่อสนับสนุนงานด้านนี้ต่อไป ยังต้องผลักดันระบบราชการให้ต้องทำงานอย่างต่อเนื่อง และต้องพยายามปฏิรูปการโยกย้ายแต่งตั้งเพื่อให้สามารถสนองนโยบายได้ ตลอดจนต้องพยายามใช้ทุกกลไกของรัฐมาร่วมควบคุมการทำงานในกระทรวง ทั้ง ปปช. ปปท. สนง. หรืออื่นๆ



2.ต้องมีข้าราชการที่ดีไว้ทำงาน
สิ่งนี้ก็สำคัญไม่น้อย เพราะประเทศเราใช้ระบบราชการเป็นกลไกหลักในการทำงานด้านอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จะเห็นได้ว่ายามใดงานด้านทรัพยากรป่าไม้ได้ฝ่ายการเมืองที่ดีและได้ข้าราชการดี ยามนั้นก็นับว่าเป็นบุญของประเทศชาติและบ้านเมือง เพราะทรัพยากรป่าไม้ก็จะได้รับการปกป้องดูแลอย่างดี

แต่ยามใดที่ฝ่ายการเมืองดีแต่มีข้าราชการเลว หรือในยามที่ฝ่ายการเมืองเลวแต่มีข้าราชการที่ดี ก็ยังถือว่าบ้านเมืองยังมีบุญอยู่บ้าง เพราะยังมีการตรวจสอบทานอำนาจกันอยู่ ซึ่งการทุจริตโดยส่วนใหญ่เป็นความร่วมกันของฝ่ายการเมืองและข้าราชการ แต่ยามใดที่ฝ่ายการเมืองที่เลวและข้าราชการชั่วมาเจอกัน ยุคสมัยนั้นถือเป็นวิบากกรรมของบ้านเมือง เพราะทั้ง 2 ฝ่ายจะร่วมกันหาแต่ประโยชน์เพื่อตน และพวกพ้องตัวเอง ไม่เห็นแก่ชาติบ้านเมืองหรืออะไรทั้งสิ้น งานจริงๆ จะไม่ยอมทำ ทำงานเฉพาะผ่านหน้าจอโทรทัศน์และสื่อต่างๆ ซึ่งก็เกินของจริง และยุคนั้นทรัพยการป่าไม้ก็ถูกทำลายลงอย่างย่อยยับ

สำหรับรัฐมนตรี ทส.ท่านนี้ พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ ผมเชื่อว่าท่านได้สกัดคนชั่วไว้ได้ส่วนหนึ่งแล้ว ยังเหลืออีกไม่มาก หากท่านมีข้าราชการดีๆ ไว้ทำงานมากขึ้น และมีข้อมูลดีๆ ที่ครบถ้วนและตรงไปตรงมา เชื่อว่าท่านจะสามารถควบคุมป่าที่เหลือไว้ได้ จะฟื้นฟูสภาพป่าขึ้นมาใหม่ได้



3.ต้องมีระบบบริหารจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ดี
จากข้อเท็จจริงที่สภาพป่าสงวนแห่งชาติและสวนป่าที่เสียหายยับเยิน ตลอดจนอุทยานแห่งชาติบางแห่งที่ถูกบุกรุกยังแก้ปัญหาไม่ได้ ด้วยสภาพที่เป็นเช่นนี้ หากยังใช้ระบบปกติที่เป็นอยู่ในขณะนี้ คิดว่าคงแก้ปัญหาไม่ได้แล้ว จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงระบบใหม่เหมือนที่ กระทรวงศึกษาธิการ ได้ทำมาแล้ว โดยที่ กระทรวง ทส. ต้องปรับปรุงเปลี่ยนแปลงระบบใหม่หลายประการ และเป็นยุคที่ต้องเร่งทำ ซึ่งหากจะออกกฏหมายก็สะดวกและรวดเร็ว หรือจะใช้ ม.44 เลยก็ได้ เพื่อให้มีระบบบริหารจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ดี และต้องเร่งรัดให้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว

4.ต้องมีโครงการใหม่ๆ เข้ามา
อาจเป็นโครงการใหม่เลย หรืออาจเป็นโครงการเก่าที่ดีๆ เช่น โครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติฯ อาจต้องทำเป็นเฟสที่ 2 ก็ได้ เพราะเชื่อว่าถ้าหากรัฐมีหลักประกันที่ดี ภาคเอกชนก็น่าจะร่วมปลูกป่าอีก ซึ่งทำให้เราจะได้ป่ามาโดยไม่ต้องใช้งบประมาณแต่อย่างใด หลักประกันที่ว่า คือโครงการเดิมจะได้รับการตรวจสอบทั้งหมดว่ามีสภาพเป็นอย่างไร ใครทำผิดกฏหมายก็จะถูกเอาผิดลงโทษ และเปิดช่องให้เอกชนฟ้องเรียกความเสียหายที่ลงทุนไปแล้ว ทำให้เกิดความเสียหายเพราะไม่มีป่าที่ลงทุน ให้ปลูกเหลืออยู่แต่อย่างใด



หรือ โครงการทวงคืนผืนป่าและฟื้นฟูเขาหัวโล้น ก็เป็นโครงการที่ดี แต่ต้องทำแบบตรงไปตรงมา ยึดได้เท่าไหร่ก็ฟื้นฟูให้ทั้งหมด ไม่ใช่ทำแบบที่ทำอยู่ขณะนี้ มีแต่รายงานที่สวยหรูแต่สวนทางกับข้อเท็จจริง ปั้นแต่งตัวเลขขึ้น จนทำให้คนไม่รู้จริงและคนนอกวงการอาจจะเชื่อ แต่คนที่อยู่ใกล้ชิดติดวงการไม่มีใครเชื่อตัวเลขในรายงานเหล่านี้

การยึดคืนทำมาได้บ้างแต่เล็กน้อยมาก สังคมเองก็ไม่ได้คาดหวังว่าต้องได้มากมายอะไร เพียงแต่ให้เป็นไปตามข้อเท็จจริงก็พอ ได้เท่าไหร่ก็เท่านั้น แล้วก็พยายามทำกันต่อไป อย่าโยนภาระให้เป็นหน้าที่ของตำรวจ เพราะการจับกุมส่วนใหญ่ไม่ได้ตัวผู้กระทำผิด


5.ต้องมีข้าราชการเลือดใหม่
ในการบริหารทรัพยากรป่าไม้ที่ผ่านมา การที่ป่าเหลืออยู่ก็เพราะมีข้าราชดีๆ ช่วยกันปกป้องดูแล จึงต้องสร้างและเพิ่มข้าราชการที่ดีๆ ให้มีมากขึ้น ที่มีทั้งอุดมการณ์ และมีความมุ่งมั่นตั้งใจ เพิ่มข้าราชการเลือดใหม่นี้ลงไปเป็นหัวหน้าทุกหน่วยป้องกันรักษาป่า ทุกหน่วยพิทักษ์ป่า และหน่วยพิทักษ์อุทยานฯ ตลอดจนทุกสวนป่า

ขณะนี้แทบไม่มีข้าราชการปฎิบัติในตำแหน่งเหล่านี้ และต้องสนับสนุนพัฒนาให้หน่วยเหล่านี้เป็นกำลังหลักในการป้องกันทรัพยากรป่าไม้ กระทรวง ทส. อาจต้องกลับมาทำโรงเรียนป่าไม้อีกครั้งตามรับสั่ง สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อเพิ่มข้าราชการระดับปฏิบัติการให้มากขึ้น เพราะขณะนี้ข้าราชการจะกองกันอยู่ส่วนบน

บทความชิ้นนี้ยังยืนยันความเชื่อว่าหากรัฐมนตรี ทส. พล..สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ มีข้าราชการดีๆ และข้อมูลตรงไปตรงมา ท่านจะสามารถควบคุมป่าที่เหลือไว้ได้ และจะฟื้นฟูสภาพป่าขึ้นมาใหม่ได้ และข้อความทุกชิ้นของคอลัมน์นี้ไม่เคยบั่นทอนกำลังใจคนดีที่ตั้งใจทำงานแม้แต่น้อย ลองย้อนกลับไปดูตั้งแต่ต้นได้ และไม่เคยเขียนเพื่อประโยชน์ส่วนตนเพื่อขออะไรใคร สามารถตรวจสอบดูได้ บันทึกความเห็นไว้เพื่อหวังเพียงที่จะดูแลและปกป้องทรัพยากรป่าไม้ในอีกบทบาทหนึ่งเท่านั้น
…..............................................
คอลัมน์ : พุ่มไม้ใบบัง By Narit
โดย “นริศ ขำนุรักษ์”

ขอบคุณภาพจาก กมธ. ที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนฯ

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 9