แอฟริกาค้าขายไม่สะดวก
แม้แอฟริกาจะเป็นอีกจุดหมายในการตักตวงพลังงานและการลงทุน ของกลุ่มประเทศทุนหนาจากภายนอก แต่ในขณะเดียวกัน ธุรกิจการค้าระหว่างกันในทวีป กลับเต็มไปด้วยอุปสรรค ทำให้เสียโอกาสและรายได้ปีละหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐ
รายงานธนาคารโลกบอกว่า ประเทศในแอฟริกาค้าขายกับส่วนอื่นๆ ของโลก ยังง่ายกว่าค้าขายในกลุ่มเดียวกันเอง เหตุเพราะอุปสรรคด้านการค้าเยอะแยะไปหมด
รายงานออกมาหลังการประชุมสุดยอดสหภาพแอฟริกา (เอยู) องค์กรสมาชิก 54 ประเทศ ที่ประเทศเอธิโอเปีย ซึ่งที่ประชุมประสานเสียงเรียกร้องให้แอฟริกาเป็นเขตการค้าเสรีทั่วทวีปภายในปี พ.ศ. 2560
แต่ธนาคารโลกกล่าวย้ำว่า ปัญหาสำคัญรีบด่วนยิ่งกว่าของแอฟริกา อยู่ที่การปรับปรุงการไหลเวียนของการค้าขาย โดยเฉพาะในช่วงที่กลุ่มยูโรโซน หุ้นส่วนการค้าสำคัญของแอฟริกา กำลังประสบปัญหาหนักเรื่องหนี้สิน
จากการประเมินของธนาคารโลก หากเศรษฐกิจยูโรโซนถลำเข้าสู่ภาวะถดถอย อัตราการเติบโตของเศรษฐกิจแอฟริกาโดยรวมจะถูกหักออก 1.3 % ในปีนี้
ขณะที่เศรษฐกิจโลกยังอยู่ในภาวะไม่แน่นอน ตลาดยุโรปและอเมริกาเหนือคาดว่าจะซบเซาต่อไปอีก โอกาสยังมีมหาศาล สำหรับการค้าข้ามเขตแดนภายในแอฟริกา ทางด้านผลิตภัณฑ์อาหาร สินค้าพื้นฐานจากโรงงานผลิต และบริการ
โอเบียเจลี อีเซกเวซิลี รองประธานธนาคารโลกประจำภูมิภาคแอฟริกา กล่าวว่า สถานการณ์ของยูโรโซน และแนวโน้มเศรษฐกิจโลก ลดโอกาสของแอฟริกาที่จะมีแหล่งใหม่กระตุ้นการเติบโตของเศรษฐกิจ และการสร้างานใหม่ นั่นหมายถึงเป้าหมายลดความยากจนจะล่าช้าออกไปอีก
อุปสรรคด้านการค้าและไม่ใช่การค้า ยังมีอยู่มากมายในแอฟริกา กลุ่มที่ได้ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือ ผู้ค้ารายย่อยและทุนน้อย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง
อีเซกเวซิลีแนะทางแก้ ผู้นำแอฟริกาจำเป็นต้องสร้างตลาดภูมิภาคที่มีพลัง สำหรับประชาชนประมาณ 1,000 ล้านคน ครอบคลุมเศรษฐกิจประมาณ 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ
การค้าระหว่างประเทศต่างๆ ในแอฟริกาด้วยกันเอง ปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 10 % ของมูลค่าการค้าทั้งหมดของภูมิภาค ยังต่ำกว่ามากเมื่อเทียบกับอเมริกาเหนือ ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 40 % และ 63 % ของภูมิภาคยุโรปตะวันตก
ปัญหาใหญ่อยู่ที่การทุจริตคอร์รัปชั่น กฎระเบียบหยุมหยิมของทางราชการ และระบบสาธารณูปโภคไม่ได้มาตรฐาน โดยเฉพาะถนนและทางรถไฟ ค่าใช้จ่ายด้านการขนส่งในแอฟริกา สูงกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว 60 %
แม้แต่แอฟริกาตอนใต้ซึ่งเป็นพื้นที่เจริญกว่าพื้นที่อื่นๆ อุปสรรคต่อการทำธุรกิจการค้ายังอยู่ในระดับสูง เย่างเช่นกลุ่มองค์กรย่อยของพื้นที่ ชุมชนการพัฒนาแอฟริกาภาคใต้ (เอสเอดีซี) เครือข่ายห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ “ช็อปไรท์” ต้องจ่ายค่าอนุญาตสัปดาห์ละ 20,000 ดอลลาร์สหรัฐ ในการนำเข้าเนื้อ นม และพืชผัก เพื่อวางจำหน่ายตามห้างเครือข่าย เฉพาะที่แซมเบียประเทศเดียว
เครือข่ายห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่อีกรายของแอฟริกาใต้ ต้องใช้เวลา 3 ปีในการขออนุญาต ส่งออกเนื้อวัวและเนื้อหมูแปรรูป จากแอฟริกาใต้ไปยังแซมเบีย
รายงานธนาคารโลกบอกว่า หากแอฟริกาไม่แก้ไขอุปสรรคเหล่านี้โดยเร็ว และอย่างจริงจัง กลุ่มยูโรโซนหุ้นส่วนการค้าสำคัญเจ๊งเมื่อไหร่ ผลกระทบต่อแอฟริกาจะหนักเกินคาดคิดแน่นอน.
เลนซ์ซูม
แสดงความคิดเห็น
แบ่งปัน