บันทึกอาเซียน : การพัฒนาสื่อสารมวลชนในสังคมประชาธิปไตยของพม่า [2]

วันพุธที่ 8 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา 16:13 น.

 

พม่ายุคปฎิรูปการเมือง

[ระหว่างวันที่ 30-31 มกราคม 2555 ผมได้รับเชิญเข้าร่วมประชุมปฏิบัติการเรื่อง “Media Development in a Democratic Society | การพัฒนาสื่อในสังคมประชาธิปไตย” ณ กรุงย่างกุ้ง สาธารณรัฐแห่งสหภาพพม่า | Republic of the Union of Myanmar เป็นการประชุมแลกเปลี่ยนความรู้และความคิดเห็นระหว่างสื่อมวลชนพม่าประมาณ 100 คน กับ สื่อมวลชนและนักวิชาการรับเชิญจากอินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ศรีลังกา และไทย บทความนี้เป็นผลสืบเนื่องจากการประชุมคร้งนี้]

เวลาที่คุณถั่น ลวิน ตุน หนุ่มพม่าจากสถานีวิทยุเสียงอเมริกา (Voice of America - VOA) เข้ามาในห้องประชุม ของโรงแรมทะเลสาปอินยา (Inya Lake Hotel) สื่อมวลชนพม่ารุมล้อมถ่ายรูปกันแน่นชุลมุนราวกับจะเป็นเหตุการณ์สำคัญในรอบปี ซึ่งก็อาจเป็นเช่นนั้น เพราะพม่าไม่คบค้าสมาคมกับ VOA มานานกว่า 20 ปีแล้ว - หรืออาจเป็นในทางกลับกัน - สหรัฐอเมริกาลดระดับความสัมพันธ์ทางการทูตและทางเศรษฐกิจกับพม่าจนถึงขั้นถอนตัวเอกอัครทูตปิดกั้นการค้าและธุรกิจระหว่างประเทศมาตั้งแต่หลังคณะทหารพม่ายึดอำนาจการปกครองเบ็ดเสร็จเมื่อปี 1988 แล้ว

อันที่จริง ไม่ว่าจะเป็น VOA, BBC หรือสื่อมวลชนต่างประเทศองค์กรใดก็ตาม ก็ยากที่จะเข้าไปทำข่าวในพม่าได้อย่างสะดวก ผมเองครั้งที่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปถ่ายทำสารคดีในประเทศพม่าระหว่างปี 2551-2552 รวมสองครั้ง แต่ละครั้งกระทรวงข่าวสารของพม่าจะส่งเจ้าหน้าที่มาร่วมคณะ หรือ “ประกบ” เดินทาง“อำนวยความสะดวก” ไปทุกหนแห่ง โดยผมต้องออกค่าใช้จ่าย ค่าเดินทาง กินอยู่ พักแรม และจ่ายเงินเป็นเบี้ยเลี้ยงรายวันให้ตามระเบียบของทางการ หน้าที่ของเจ้าหน้าที่ผู้นั้นก็คือคอยดูแลว่าทีมงานจะถ่ายทำภาพใดที่ควรให้ถ่าย และสิ่งใดที่ไม่ควรถ่ายไม่ควรทำก็จะคอยบอกและกำกับให้เป็นตามนั้น หลังจากถ่ายทำเสร็จแล้วฝ่ายพม่าจะขอสำเนาภาพหนึ่งชุดทั้งภาพนิ่งและภาพยนตร์หรือวิดีโอ (ส่วนผมสามารถเจรจาขอยกเว้นไม่ให้สำเนาภาพทั้งหมดได้ - เป็นรายแรก!)กระทรวงข่าวสารพม่าทำเช่นนี้กับสื่อมวลชนต่างประเทศทั่วไปที่เข้าไปทำงานในพม่าอย่างเป็นทางการ ส่วนพวกที่แอบเข้าไปทำข่าวหรือสารคดีโดยแอบแฝงเข้าไปเป็นนักท่องเที่ยว ใช้กล้้องขนาดเล็กแบบที่นักท่องเที่ยวใช้กันก็รอดตัวไป หากถ่ายภาพสถานที่ท่องเที่ยวก็จะไม่มีใครว่า แต่หากซอกแซกไปถ่ายภาพในที่ที่ไม่บังควร ไม่นานก็จะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือทหารพม่ามาห้าม ครั้งที่ผมไปทำสารคดีในพม่า อู เหมี่ยว มินท์ เจ้าหน้าที่ของกระทรวงข่าวสารพม่าบอกว่ากระทรวงฯมีเจ้าหน้าที่ติดตามประกบนักข่าวต่างประเทศเพียงสองสามคน และมักจะตามดูแลทีมโทรทัศน์ของญี่ปุ่นกับไทยบ่อยกว่าทีมจากชาติอื่น ดังนั้นหากมีนักข่าวหรือทีมสารคดีจากต่างประเทศขอเข้าพม่ามากๆคิวคอยก็จะยาวเพราะเจ้าหน้าที่ “อำนวยความสะดวก” มีไม่พอ ในปี 2009 มีการจัดการประชุมรัฐมนตรีพลังงานอาเซียนที่เมืองมัณฑะเลย์ (Mandalay) ผมขออณุญาตรัฐบาลพม่าเพื่อเข้าไปทำข่าวโทรทัศน์รัฐบาลพม่าก็ไม่อนุญาต

มาในปี 2012 สถานการณ์ด้านเสรีภาพของสื่อมวลชนพม่าเปลี่ยนไป พม่าจัดให้มีการลงประชามติรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ในวันที่ 10 พฤษภาคม ปี ค.ศ.2008 ซึ่งมุ่งสร้างสังคมประชาธิปไตยที่มีระเบียบวินัย เปลี่ยนชื่อประเทศจาก “สหภาพเมียนม่าร์ | Union of Myanmar” เป็น “สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนม่าร์ | Republic of the Union of Myanmar” ธงชาติพม่าก็เปลี่ยนด้วย ต่อมาในปี 2010 รัฐบาลทหารของพม่าจัดให้มีการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เป็นการเลือกตั้งครั้งแรกในระบอบประชาธิปไตยและเป็นการเลือกตั้งที่เป็นไปโดยสงบเรียบร้อยแม้จะมีเสียงกล่าวหาถึงเรื่องการทุจริตเลือกตั้งบ้าง มีประชาชนมาใช้สิทธิ์ประมาณ 77% พรรค Union Solidarity and Development Party (พรรคสหภาพสามัคคีพัฒนา) ของฝ่ายอำนาจทหารเดิมได้รับชัยชนะด้วยคะแนนเสียง 80% หลังจากนั้นพม่าก็เดินหน้าเข้าสู่ยุคใหม่แห่งการปฏิรูปการเมือง อันจะนำไปสู่การปฏิรูปเศรษฐกิจ สังคม และการปฏิรูปสื่อสารมวลชน ต่อไปในอนาคต

หลังการเลือกตั้ง ปี 2010 รูปแบบประชาธิปไตยของพม่าเป็นแบบเสรีนิยมประชาธิปไตย แต่ยังคงเน้นความมีวินัยในการแสดงออกซึ่งสิทธิเสรีภาพ นโยบายการปรองดองแห่งชาติเพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างสันติและสร้างสรรค์กับชนกลุ่มน้อยในรัฐต่างๆเป็นรูปธรรมมากขึ้น ดังที่เห็นได้จากความตกลงสันติภาพกับชนเผ่าต่างๆตั้งแต่ปลายปี 2011 เป็นต้นมา นางอองซาน ซูจี ผู้นำฝ่ายค้านแห่งพรรค National League for Democracy - NLD | พรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย ก็ได้รับอิสรภาพเมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน 2010 หลังจากถูกควบคุมตัวให้อยู่เฉพาะในบ้านเป็นเวลานานถึงเกือบ 15 ปีนับจากที่ถูกควบคุมบริเวณครั้งแรกวันที่ 10 กรกฎาคม 1989  นักโทษการเมืองอื่นอีกจำนวนมากก็ได้รับการปล่อยตัวในเวลาต่อมา รัฐบาลพม่าจัดตั้งคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ออกกฎหมายแรงงานใหม่ให้สิทธิคนงานในการตั้งสหภาพแรงงาน ให้สิทธิสหภาพแรงงานในการจัดการชุมนุมประท้วง ด้านการพัฒนาเศรษฐกิจพม่ายึดแนวทางผสมผสานทั้งสังคมนิยมผสมทุนนิยม เริ่มมีการผ่อนปรนในเรื่องการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ นักธุรกิจและนักลงทุนต่างชาติเริ่มทยอยเข้าแสวงหาโอกาสทางธุรกิจกันมากขึ้น ต่างไปจากอดีตที่นอกเหนือไปจากความร่วมมือระหว่างรัฐต่อรัฐแล้ว นักธุรกิจต่างชาติจะต้องมีความเชื่อมโยงกับอำนาจรัฐของพม่าแนบแน่นเป็นที่ไว้วางใจได้จึงจะมีโอกาสมั่นคงในการทำธุรกิจในพม่าได้ นักธุรกิจไทยต้องอาศัยการนำของรัฐบาลไทยหรือไม่ก็ต้องเป็นนักธุรกิจที่เป็นนักการเมืองในเครือข่ายอำนาจรัฐบาลไทยโดยตรงจึงจะมีโอกาสสูงในการทำธุรกิจหรือลงทุนในพม่าได้ กิจการโรงแรมชั้นหนึ่งในเมืองใหญ่ของพม่าก็มีที่เป็นของนักธุรกิจไทย กิจการร้านอาหารไทยมีให้เห็นอยู่ทั่วไป ทั้งที่เป็นภัตตาคารระดับใหญ่และร้านอาหารไทยขนาดย่อม ส่วนสินค้านำเข้าจากไทยนั้นถือเป็นส่วนสำคัญทั้งสำหรับเศรษฐกิจไทยและเศรษฐกิจพม่า การขนส่งสินค้าข้ามพรมแดนที่ไม่สะดวกด้วยขั้นตอนการขนส่งสินค้าผ่านแดนที่ซับซ้อนในอดีตจะสะดวกรวดเร็วมากขึ้นในอนาคตอันใกล้เมื่อเขตการค้าเสรีอาเซียนและประชาคมอาเซียนพัฒนาจนบรรลุเป้าประสงค์ในปี 2015 ถึงกระนั้นก็ตาม ทุกวันนี้สินค้าไทยก็มีมากพบเห็นได้ทั่วไปในตลาดพม่า

ในปี 2011 ปีที่อินโดนีเซียเป็นประธานอาเซียน แรงกดดันอย่างเป็นมิตรจากอาเซียนผ่านอินโดนีเซียผู้ทำหน้าที่ประธานประจำปี และผ่านการพิจารณาในที่ประชุมสุดยอดอาเซียนในเดือนพฤศจิกายน 2011 ทำให้พม่าปรับเปลี่ยนนโยบายการเมืองและเรื่องสิทธิเสรีภาพหลายประการ โดยเฉพาะเรื่องการปล่อยตัวนักโทษการเมือง ในที่สุดอาเซียนก็ตกลงเห็นชอบให้พม่าเป็นประธานอาเซียนได้ในปี 2014 ซึ่งเป็นปีเดียวกันที่พม่าจะได้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ครั้งที่ 27

พม่าเข้าเป็นสมาชิกอาเซียนเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 1997  เป็นสมาชิกลำดับที่ 9 แต่ยังไม่เคยรับโอกาสเป็นประธานอาเซียนเลย ขณะที่กัมพูชาเป็นสมาชิกอาเซียนลำดับที่ 10 ท้ายสุดเมื่อวันที่ 30 เมษายน 1999, หลังพม่าสองปี, แต่ได้เป็นประธานอาเซียนแล้วถึงสองครั้ง

อาเซียนเห็นความไม่พร้อมในการพัฒนาการเมืองในพม่าเป็นอุปสรรคในการทำหน้าที่ประธานอาเซียนมานาน 12 ปี

ดังนั้น ปี 2014 จึงเป็นปีสำคัญของพม่า

หากปี 2015 เป็นปีสำคัญของอาเซียนในฐานะที่เป็นปีเป้าหมายการสร้างประชาคมอาเซียน

ปี 2014 ก็จะเป็นปีสำคัญยิ่งสำหรับพม่า

เพราะถึงปี 2014 พม่าควรจะปฏิรูปประเทศอย่างรอบด้านให้รวดเร็วพอทันรับมวลมิตรอาเซียนและประชาคมโลกที่จะเข้าประเทศด้วยความคาดหวังในเสรีภาพในการเดินทาง เสรีภาพในการทำงานรายงานข่าวสารข้อมูล ไม่เพียงเฉพาะเรื่องอาเซียนและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเท่านั้น แต่เป็นเรื่องทุกแง่มุมของสัมคมพม่าที่นานาองค์กรข่าวทั่วโลกต้องการแสวงหาความจริงที่ดูเสมือนถูกบดบังปิดกั้นมานาน เพื่อถ่ายทอดสู่สังคมโลกอย่างไม่มีัขีดจำกัด

ปี 2012 พม่าจึงเริ่มกระบวนการวางรากฐานสิทธิเสรีภาพของสื่อสารมวลชน.

สมเกียรติ อ่อนวิมล

แสดงความคิดเห็น

แบ่งปัน

จำนวนคนดู   1,853  ครั้ง