ปาดคอแท็กซี่ตายรายวัน
ฆาตกรลวงฆ่าโหด “โชเฟอร์แท็กซี่” สยดสยองสะท้านบางปู ใช้มีดปาดหลอดลมกระจุย ฟันแขนซ้าย-ขวาเป็นแผลฉกรรจ์ ทิ้งศพห้อยหัวออกนอกรถ หลังก่อเหตุหลบหนีลอยนวล ไม่ได้แตะต้องทรัพย์สินเป็นเงินสดเกือบ 2 หมื่น ตร.เร่งสืบหาเบาะแส พลิกแผ่นดินล่าตัวมาดำเนินคดี ด้านตำรวจบางรักรู้ตัวเจ้าของรถบีเอ็มฯ ที่ก่อเหตุสยองใช้อาวุธปืนยิงคนขับรถแท็กซี่ตายอนาถคาแยกสุรวงศ์ เป็นชายวัย 42 ปี อยู่ย่านคลองสาน
ลวงฆ่าปาดคอแท็กซี่กลางซอยเปลี่ยวครั้งนี้ เกิดขึ้นเมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 7 ก.ค. พ.ต.ท.สุทธิชล ธงชัยภูมิ สวส.สภ.บางปู จ.สมุทรปราการ ได้รับแจ้งมีเหตุโชเฟอร์แท็กซี่ถูกฆ่าปาดคอเสียชีวิตในรถที่กลางซอยเสริมมิตร หมู่ 4 ต.บางปูใหม่ จึงรีบไปสอบสวนพร้อม พ.ต.ท.วิชิต บุญชินวุฒิกุล รอง ผกก.ป. พ.ต.ท. พิสุทธิ์ จันทรสุวรรณ รอง ผกก.สส. พ.ต.ต. ธรรศกร ก้อนทอง สว.สส. ร.ต.อ.ภูวนาท แก่นจันทร์ รอง สว. ที่เกิดเหตุ พบรถแท็กซี่โตโยต้าอัลติส สีชมพู ทะเบียน ทว-175 กรุงเทพมหานคร ของสหกรณ์เสริมมิตรแท็กซี่ จำกัด จอดเปิดไฟหน้าอยู่กลางถนน ประตูข้างคนขับเปิดอ้าอยู่ พบร่างไร้วิญญาณของนายวีระวร น้ำเงิน อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 96 หมู่ 1 ต.บึงแก อ.มหาชนะชัย จ.ยโสธร โชเฟอร์แท็กซี่นอนจมกองเลือด ศีรษะทิ่มออกมาอยู่ข้างประตู
จากการตรวจสอบสภาพศพ พบว่าที่ลำคอมีบาดแผลถูกปาดด้วยอาวุธมีดจนเป็นแผลฉกรรจ์หลอดลมขาด แขนซ้ายมีบาดแผลถูกฟันด้วยอาวุธมีด 2 แผล แขนขวาอีก 1 แผล เลือดสาดกระเซ็นเปื้อนกระจกหน้ารถแดงฉาน คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3 ชั่วโมง จากการตรวจสอบเอกสารที่อยู่ในกระเป๋าคาดเอวของผู้ตาย พบว่าภายในมีเงินสดอยู่ 18,180 บาท โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง พระเครื่องอีก 1 พวง จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน ก่อนมอบศพให้มูลนิธิร่วมกุศลสมุทรปราการ นำส่งชันสูตรที่สถาบันนิติเวชวิทยา
สอบสวนนายสมศักดิ์ ไม่คล้ายมี อายุ 32 ปี พยานที่ขับรถผ่านมาพบเห็นรถแท็กซี่คันดังกล่าว เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุตนขี่ จยย.ออกมาจากบ้านพักท้ายซอย เพื่อไปซื้อบัตรเติมเงินที่ตลาดตำหรุ เมื่อขี่รถมาถึงกลางซอยซึ่งเป็นที่มืดและเป็นทางโค้งเปลี่ยว พบรถแท็กซี่จอดขวาง อยู่กลางถนนเปิดไฟหน้าเอาไว้ ประตูด้านคนขับเปิดอ้าอยู่จึงได้จอดรถลงไปดู พบผู้เสียชีวิตนอนจมกองเลือดหัวห้อยลงมาที่พื้นถนน ด้วยความตกใจจึงรีบขี่ จยย.ไปตาม รปภ. ซึ่งเข้าเวรรักษาความปลอดภัยโรงงานที่ปากซอยมาดูและรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ดังกล่าว
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า คนร้ายน่าจะลวงโชเฟอร์แท็กซี่มาเพื่อชิงทรัพย์ โดยทำทีว่าจ้างให้มาส่งที่ซอยเปลี่ยว หลังจากผู้ตายขับรถเข้าไปจนถึงท้ายซอยซึ่งเป็นทางตัน คนร้ายได้ออกอุบายให้ผู้ตายขับรถวนออกมา สบโอกาสถึงจุดที่เกิดเหตุซึ่งเป็นทางโค้งมืดและเปลี่ยว คนร้ายจึงได้ชักอาวุธมีดออกมาจี้ชิงทรัพย์ แต่โชเฟอร์ แท็กซี่ขัดขืนต่อสู้ คนร้ายจึงใช้มีดฟันเข้าที่แขนทั้งสองข้างของผู้ตาย ก่อนที่จะใช้มีดเล่มเดียวกันปาดคอผู้ตายจนหลอดลมขาดเสียชีวิต หลังก่อเหตุคนร้ายได้วิ่งหลบหนีไปโดยที่ไม่ทันได้ แตะต้องทรัพย์สินของผู้ตายแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่จะเร่งสืบสวนหาเบาะแสคนร้าย เพื่อจับกุมตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ต่อมา พ.ต.ท.วิชิต รอง ผกก.ป. สืบทราบว่า คนร้ายที่ก่อเหตุมี 2 คน เป็นวัยรุ่นชายและหญิง อายุประมาณ 25 ปี เนื่องจากมีพยานระบุตรงกันว่า ในช่วงเวลาเกิดเหตุ มีวัยรุ่นชายสภาพคล้ายคนติดยาได้มาขอน้ำจากชาวบ้านล้างแผลมีดบาดที่มือซ้ายและขอเสื้อผ้าเปลี่ยน โดยอ้างว่าถูกกลุ่มวัยรุ่นย่านสำโรงเหนือรุมทำร้าย นอกจากนี้ ยังมีโชเฟอร์แท็กซี่รายหนึ่ง ระบุว่ารับตัววัยรุ่นชายและหญิงที่รูปพรรณสัณฐานตรงกับพยานปากแรก ไปส่งที่ปากซอยโรงเหล็กย่านสำโรงใต้ ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ทราบข้อมูลผู้ต้องสงสัยแล้ว อยู่ระหว่างการอนุมัติหมายจับของศาลสมุทรปราการ เพื่อจับกุมตัวคนร้ายไปดำเนินคดี
ส่วนความคืบหน้า คดีฆาตกรรมนายสุริยา แก้วก่า อายุ 46 ปี ชาวจ.หนองคาย คนขับรถแท็กซี่โตโยต้าอัลติส สีชมพู ทะเบียน ทว-5107 กรุงเทพมหานคร ถูกคนภายในรถเก๋ง ยี่ห้อบีเอ็มดับเบิลยู สีดำ ทะเบียน วธ 1510 กรุงเทพมหานคร ยิงเสียชีวิตใกล้สามแยกถนน สุรวงศ์ ตัดถนนเจริญกรุง แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก พ.ต.ท.สุริยา จำนงโชค พงส. (สบ 3) สน.บางรัก เจ้าของคดี กล่าวว่า ขณะนี้ได้ทำการสอบปากคำพยานแวดล้อมที่เห็นเหตุการณ์ไปแล้ว 3-4 ปาก ซึ่งให้การว่าได้ยินเสียงคนทะเลาะมีปากเสียงกันมาจากบริเวณที่เกิดเหตุ บริเวณแยกสุรวงศ์ ตัดถนนเจริญกรุง 36 จากนั้นได้ยินเสียงปืนดังขึ้นมา 2 นัด แล้วสังเกตเห็นชายที่ขับขี่รถเก๋งบีเอ็มดับเบิลยู ทะเบียน วธ 1510 กรุง เทพมหานคร ขับขี่รถยนต์ออกไปอย่างรวดเร็ว หลบหนีไปทางถนนเจริญกรุง 36 ขณะที่นายสุริยา ยืนอยู่สักพักก่อนล้มฟุบลงไป เมื่อเข้ามาดูก็พบว่าเสียชีวิตแล้ว โดยข้างตัวพบไม้คมแฝกซึ่งคาดว่าจะเป็นอาวุธของผู้ตายตกอยู่ด้านข้าง
พ.ต.ท.สุริยา กล่าวต่อว่า นอกจากนี้บริเวณที่เกิดเหตุไม่มีกล้องโทรทัศน์วงจรปิดแต่อย่างใด แต่จากแนวทางการสอบสวนทราบว่าก่อนเกิดเหตุผู้ตายมีผู้โดยสารโดยสารมาในแท็กซี่ด้วย แต่ผู้โดยสารได้ขอลงจากรถก่อน โดยมีแท็กซี่อีกคันมารับช่วงต่อไป ซึ่งจะได้ติดต่อมาเพื่อทำการสอบปากคำเพิ่มเติม โดยขณะนี้ทราบแล้วว่าผู้ครอบครองรถเก๋งบีเอ็มดับเบิลยูเป็นชายวัย 42 ปี พักอยู่ย่านคลองสาน ซึ่งจะได้ทำการเรียกตัวมาสอบปากคำอย่างละเอียดว่าในวันเกิดเหตุใครเป็นผู้ขับขี่ และใครเป็นผู้ลงมือก่อเหตุในการใช้อาวุธปืนยิงนายสุริยา จนเสียชีวิตต่อไป.




แสดงความคิดเห็น
แบ่งปัน