อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 30 กรกฎาคม 2559

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 30 กรกฎาคม 2559
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

ชี้ช่องฝรั่งสเปนฆ่าหั่นศพ!! เผ่นเข้าป่าชายแดนสุรินทร์

ตำรวจจังหวัดสุรินทร์ระดมออกหา ฝรั่งชาวสเปนผู้ต้องสงสัยคดีฆ่าหั่นศพ คาดเผ่นหนีออกชายแดนไทย-เขมร ขณะที่แฟนสาวชาวไทยเข้าให้การอ้างไม่รู้เห็นกับการฆาตกรรมแต่อย่างใด เสาร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา 06.59 น.

เมื่อวันที่ 6 ก.พ. น.พ.ต.อ.ยศวัฒน์ งามสง่า ผกก.สส.ภ.จว.สุรินทร์ ได้เชิญตัว น.ส.ปริศนา แสนอุบล อายุ 22 ปี เพื่อนสาวของนายอาเธอร์ชาวสเปน ผู้ต้องสงสัยคดีฆ่าหั่นศพชาวสเปนอยู่บ้านเลขที่ 72 หมู่ที่ 4 บ.จะแกโกน ต.สำโรง อ.เมือง จ.สุรินทร์ มาสอบปากคำที่ห้องสืบสวนภูธร จ.สุรินทร์ โดยเบื้องต้น น.ส.ปริศนา รับสารภาพว่า นายอาเธอร์มาอยู่อาศัยกับตนเองตั้งแต่วันที่ 31 ม.ค.59 ที่ผ่านมา โดยนั่งรถจักรยานยนต์ ยี่ฮ้อ ออนด้า รุ่นพีซีเอ็ก สีแดง ล้อทองไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนมาด้วยกัน โดยพักอยู่ที่บ้านจะแกโกน ต.สำโรง อ.เมืองจ.สุรินทร์ซึ่งนายอาร์เธอร์ได้หลบหนีไปตั้งแต่เมื่อวานช่วงเวลา 6 โมงเย็นแล้ว หลังพากันไปเที่ยวที่ร้านป้าไผ่ คาราโอเกะ บ.เทนมีย์ต.เทนมีย์ อ.เมือง จ.สุรินทร์ ระหว่างนั้นพนักงานพากันเปิดดูข่าวพบ ข่าวและภาพของนายอาร์เธอร์ พอดีจึพากันงสงสัยขณะเดียวกันนายอาเอร์เมื่อเห็นพนักงานต่างมองตนเองอย่างมีพิรุธ จึงรีบขับรถจักรยานยนต์หนีออกไปหลังจากนั้นในช่วงเช้าวันเดียวกันนี้ พนักงานร้านคาราโอเกะได้แจ้งให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบจนต้องเชิญตัว น.ส.ปริศนา มาสอบสวนให้ปากคำดังกล่าว ซึ่งในเบื้องต้น น.ส.ปริศนา ให้การว่าได้ไปทำงานที่ กทม.และคบกับนายอาร์เธอร์ มากว่า6 เดือนแล้ว โดยพักคอนโดคนละแห่งกันและก็ไม่ทราบเรื่องว่านายอาร์เธอร์เกี่ยวข้องกับคดีนี้ ซึ่งตนเองไม่รู้ไม่เห็นด้วยกับเรื่องที่เกิดขึ้นแต่อย่างใด

ขณะที่ จนท.ตำรวจเร่งไล่ล่าผู้ต้องหารายนี้คาดว่าจะยังคงหลบหนีอยู่ในพื้นที่ จ.สุรินทร์หรืออาจจะหลบหนีออกนอกประเทศตามแนวชายแดนไทยกัมพูชาแล้วก็เป็นได้เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตรวจสามารถตรวจยึดรถจยย.คันดังกล่าวถูกจอดทิ้งไว้ที่บริเวณตลาดสมบัติ ซึ่งเป็นตลาดการค้าติดชายแดนไทย-กัมพูชา ต.ด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาซึ่งได้มีการปรานงานตรวจสกัดจับในทุกช่องทางแล้ว ขณะที่ จนท.ตำรวจจาก สนง.ตำรวจแห่งชาติและตำรวจนครบาล กำลังนั่งเฮลิคอปเตอร์เดินทางมา เพื่อสอบปากคำเพิ่มอีกครั้ง.

จำนวนคนอ่าน 9,865 คน

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 527