อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 7 ธันวาคม 2559

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 7 ธันวาคม 2559
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

โผล่อีกค้ำประกันเรียน'ดร.' ไม่จ่าย4ล.ถูกฟ้องล้มละลาย

รองเจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารร้องกองปราบ หลังตกเป็นหนี้นับล้าน เหตุเพราะค้ำประกันทุนเรียนต่อ ดร.ให้อดีตอาจารย์มหาวิทยาลัยดัง ขณะที่เจ้าตัวอาศัยอยู่อเมริกาไม่กลับไทยแล้ว พฤหัสบดีที่ 11 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา 01.04 น.

เมื่อวันที่ 11 ก.พ. ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พล.ต.กิตติภพ มนูญนิมิตร รองเจ้ากรมกิจการพลเรือนทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย พร้อมด้วย นางจันทิรา วิเศษณัฐ ครู คศ.2 ชำนาญการ วิทยาลัยอาชีวะธนบุรี เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.วรพงษ์ ภคเวส รอง ผกก. กก.1 บก.ป.เพื่อร้องทุกข์กรณีที่ต้องตกเป็นหนี้จากการค้ำประกันให้กับนางภัทรพร (ขอสงวนนามสกุล) อดีตอาจารย์มหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่ง เพื่อศึกษาต่อระดับปริญญาเอก หรือดุษฎีบัณฑิต ที่คณะบริหารธุรกิจการจัดการ มหาวิทยาลัยแห่งเมืองซาราโซตา รัฐฟลอริดา ประเทศสหรัฐอเมริกา รวมมูลค่าเสียหายกว่า 4 ล้านบาท โดยนำเอกสารที่เกี่ยวข้องมามอบให้พนักงานสอบสวนไว้เป็นหลักฐาน

พล.ต.กิตติภพ กล่าวว่า สาเหตุที่เดินทางมาร้องทุกข์เนื่องจากตนพร้อมด้วยนางจันทิรา และอาจารย์มหาวิทยาลัยอีกคนซึ่งไม่สะดวกเดินทางมาด้วย ได้รับความเสียหายจากการไปค้ำประกันทุนศึกษาต่อระดับปริญญาเอก ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ในปี 2539 ของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา สกอ.ให้กับนางภัทรพร ซึ่งรู้จักกันเนื่องจากเป็นเพื่อนบ้านกัน เนื่องจากห็นว่าจะเป็นประโยชน์ต่อวงการศึกษาที่อาจารย์จะได้ศึกษาต่อและกลับมาพัฒนาเรื่องการศึกษาของประเทศชาติ จึงยินยอมค้ำประกันให้ แต่หลังจากศึกษาสำเร็จกลับมาแล้ว นางภัทรพรมารายงานตัวกับทางมหาวิทยาลัยต้นสังกัด เมื่อเดือนก.พ. 2546 แต่เพียง 1 เดือนเศษ คือประมาณต้นเดือนเม.ย.ปีเดียวกัน หลังจากนั้นก็ลาออกจากราชการ และทางมหาวิทยาลัยดังกล่าวก็อนุมัติให้ลาออกได้

เมื่อทางมหาวิทยาลัยแห่งนี้ อนุมัติให้นางภัทรพรลาออก ตนก็ไม่ทราบว่ามีการติดตามทวงถามกรณีการใช้คืนทุนในการศึกษาต่อด้วยหรือไม่ และไม่มีการแจ้งมาที่ตนในฐานะผู้ค้ำประกันทราบ กระทั่งปี 2547 มหาวิทยาลัยดังกล่าวได้ฟ้องคดีกับตน เพื่อบังคับให้ตนกับอาจารย์อีก 2 ท่าน ในฐานะผู้ค้ำประกันชดใช้ค่าเสียหาย ที่ผ่านมาเราก็ได้ติดตามทวงถามกับนางภัทรพร แต่ปรากฏว่าได้มีการทำหนังสือมายังมหาวิทยาลัย และถึงตน แจ้งว่ายินดีจะชดใช้เงินคืน หลังจากนั้นก็พบว่ามีการชดใช้ทุนให้ทางมหาวิทยาลัยประมาณ 6 ล้านบาท ขณะนั้นตนยังเชื่อมั่นว่านางภัทรพรจะยินยอมชดใช้ทุนให้จนหมด แต่เมื่อปี 57 ก็มีหนังสือจากมหาวิทยาลัยต้นสังกัดไปฟ้องต่อศาลล้มละลาย ให้ผู้ค้ำประกันทั้ง 3 รวมถึงนางภัทรพรด้วยเป็นบุคคลล้มละลาย

ผู้เสียหายกล่าวต่อว่า ตนรับราชการอยู่จะปล่อยให้เป็นบุคคลล้มละลายไม่ได้ จึงเห็นว่าสิ่งที่นางภัทรพรกระทำมาตลอดคือการหลอกลวง พวกตนจึงต้องไปขอความเห็นใจจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อจะชดใช้คืนเฉพาะเงินต้น หลังจากนางภัทรพรผ่อนชำระมาแล้วประมาณ 6 ล้านบาท เราก็จะขอชำระคืนต่อให้ในส่วนที่เหลือโดยไม่ต้องเสียค่าปรับ

“มีการตกลงกันระหว่างทางมหาวิทยาลัยแห่งนี้กับทางกรมบัญชีกลาง เพื่อให้เราชดใช้เงินคืนในส่วนที่เหลืออีกประมาณ 4 ล้านบาท แล้วให้ผู้ค้ำประกันทั้ง 3 หารเฉลี่ยกันไป ก็เป็นเงินประมาณคนละ 1.34 ล้านบาทเศษ ให้ผ่อนชำระเป็นเวลา 8 และ 12 ปี พอเรารับสภาพหนี้ดังกล่าว ทางมหาวิทยาลัยก็ถอนฟ้องพวกเรา ซึ่งเรารับสภาพนี้แล้ว แต่ตัวนางภัทรพร ปัจจุบันศาลตัดสินให้ล้มละลาย โดยคดีล้มละลายภายใน 3 ปี ก็จะพ้นอายุความ เขาก็สบายไม่ต้องเดือดร้อนอะไร เพราะใช้ชีวิตอยู่ที่ประเทศอเมริกา แต่เราต้องเดือดร้อนด้วยภาระหนี้ที่ไม่ได้ก่อ”

รองเจ้ากรมกิจการพลเรือนทหาร กล่าวต่อว่า อยากให้ทางตำรวจดำเนินการในเรื่องนี้ เพราะหากไม่เป็นคดีก็คงดำเนินการอะไรไม่ได้ ที่ผ่านมาเคยไปขอความเห็นใจจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ไม่มีใครช่วยเหลือเรา แต่หากทาง บก.ป.ช่วยนำเรื่องนี้แจ้งต่อกระทรวงการต่างประเทศ หรือสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) เพื่อติดตามตัวนางภัทรพรกลับมาจากประเทศสหรัฐอเมริกา หากสามารถประสานงานให้เขากลับมาก็จะจัดการเรื่องหนี้สินตรงนี้ได้ ที่สำคัญตนทราบมาว่านางภัทรพร ได้สัญชาติอเมริกันแล้ว จึงอยากให้มีการตรวจสอบด้วยเพราะคนที่มีปัญหา มีประวัติอยู่ในเมืองไทย ไม่น่าจะได้รับการพิจารณาให้ได้รับสัญชาติ อีกส่วนหนึ่งตนก็อยากให้มีการประสานไปยังสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เพราะปัจจุบันบุคคลที่หนีคดีแบบนี้ก็ไม่ได้อยู่ในบัญชีดำ หรือแบล็กลิสต์ ทำให้สามารถเดินทางเข้าออกเมืองได้ตามปกติ หากว่ามีการช่วยกันดำเนินการหลายๆ ฝ่าย ก็คงดำเนินคดีกับคนเหล่านี้ได้ เพราะเราเป็นคนธรรมดา ไม่ใช่เจ้าหน้าที่รัฐ ไม่มีอำนาจตามกฎหมาย เราก็คงไม่สามารถไปจับกุมใครได้ แต่ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเหลือก็จะเป็นคดีตัวอย่าง

ด้าน พ.ต.ท.วรพงษ์ กล่าวว่า ในเบื้องต้นได้ลงบันทึกประจำวันไว้ แต่เนื่องจากกรณีดังกล่าวเป็นคดีความไปแล้ว หลังจากนี้ก็จะประสานไปยังกรมบังคับคดี เพื่อติดตามเรื่องต่อไป.


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 464