เพลิงไหม้ร้านซักอบรีด ตำรวจคาดไฟฟ้าลัดวงจร

เกิดเหตุเพลิงไหม้ร้าน "ซัก อบ รีด" ย่านจอมทอง คนงานกว่า 10 ชีวิตเผ่นหนีทันไร้เจ็บตาย ตร.คาดไฟฟ้าลัดวงจร เร่งประสานพฐ.เข้าตรวจหาสาเหตุที่แท้จริงอีกครั้ง

เมื่อวันที่ 19 ก.พ. พ.ต.ท.บรรพต บุญวิศิษฎ์ พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการพิเศษสน.บางมด รับแจ้งมีเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชนภายในอาคารเลขที่ 43/1527 ซอยพระรามที่ 2/11 ถนนพระรามที่ 2 แขวงบางมด เขตจอมทอง กทม. จึงรีบไปตรวจสอบพร้อมกำลังเจ้าหน้าที่สายตรวจ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งและรถดับเพลิงจากสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกรุงเทพมหานคร 5 คัน ที่เกิดเหตุลักษณะเป็นอาคารพาณิชย์ ความสูง 3 ชั้น ปลูกติดกันประมาณ 30 คูหา พบแสงเพลิงและกลุ่มควันสีดำจำนวนมากพวยพุ่งออกมาจากบริเวณชั้นที่ 1 ของอาคารเลขที่ 43/1527-29  ซึ่งประกอบกิจการรับซัก อบ รีด ประเภทผ้าขนหนูและผ้าปูที่นอนตามโรงแรม ทำให้เป็นเชื้อเพลิงอย่างดี เพลิงจึงลุกลามไปอย่างรวดเร็ว ประกอบกับซอยที่เกิดเหตุค่อนข้างคับแคบเจ้าหน้าที่ชุดดับเพลิงจึงทำงานอย่างยากลำบาก ต้องลำเลียงสายยางและหัวฉีดมาระดมฉีดน้ำสกัด ใช้เวลาประมาณ 20 นาที เพลิงจึงสงบ ตรวจสอบเบื้องต้นเพลิงลุกไหม้กองผ้าขนหนูและผ้าปูที่นอนซึ่งกองอยู่บริเวณชั้นที่ 1 เสียหายทั้งหมดจำนวน 3 คูหา

จากการสอบสวน นายเอก อายุ 28 ปี ชาวไทยใหญ่ คนงานร้านดังกล่าวให้การว่า ตนเพิ่งมาทำงานได้ 1 สัปดาห์ ซึ่งวันนี้ตนพร้อมเพื่อนคนงานกว่า 10 ชีวิต เริ่มทำงานตามปกติ โดยแบ่งงานกันทำมีทั้งซักผ้า อบผ้าและรีดผ้า ที่รับมาทำความสะอาดจากโรงแรมต่าง ๆ ตั้งแต่เวลา 08.00 น. ถึง 18.30 น. ซึ่งพอเลิกงาน แต่ละคนก็พักผ่อน จนกระทั่งก่อนเกิดเหตุ เวลา 21.00 น.ที่ผ่านมา จึงแยกย้ายกันขั้นไปนอนบนห้องพักที่บริเวณชั้นที่ 3 ต่อมา มีเพื่อนคนงานเห็นควันสีดำพวยพุ่งมาจากที่ 1 และได้กลิ่นเหม็นไหม้ จึงลงไปตรวจสอบ ปรากฏว่าพบไฟไหม้กองผ้า เลยตะโกนเรียกบรรดาคนงานให้รีบวิ่งหนีตายและถือว่าโชคดีที่หนีกันทัน โดยที่ไม่มีใครบาดเจ็บล้มตาย

ด้าน พ.ต.ท.บรรพตเปิดเผยว่า ขณะนี้ยังไม่ทราบว่า เจ้าของกิจการดังกล่าวเป็นใคร เนื่องจากคนงานส่วนใหญ่เป็นคนต่างด้าวและไม่ทราบชื่อเจ้าของ หลังจากนี้เจ้าหน้าที่จะเร่งติดตามตัวเจ้าของมาเพื่อทำการสอบปากคำ ส่วนสาเหตุคาดว่า เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรอย่างไรก็ดีจะประสานให้กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อหาสาเหตุของเพลิงไหม้ที่แน่ชัด ก่อนดำเนินการประเมินค่าความเสียหายต่อไป.