กองปราบตะครุบ'เฒ่าวัย80' แก๊งตุ๋นที่ดิน-ขายพระปลอม

ตำรวจกองปรามตามล็อกตัวเฒ่าวัย 80 ปี ที่ร่วมแก๊งหลอกตุ๋นเหยื่อให้นำเงินมาไถ่ถอนที่ดินเพื่อนำไปขายต่อเอากำไร ก่อนเชิดเงินหลบหนีไป ซ้ำยังกุเรื่องหลอกขายพระเก๊ โดยอ้างว่ามีพระผู้ใหญ่ใน จ.ลพบุรี ร่วมด้วย

เมื่อวันที่22ก.พ.ที่กองบังคับการปราบปราม(บก.ป)พล.ต.ต.ชาญวิมลศรี รรท.ผบก.ป. แถลงผลการจับกุมนายปิยะบุตรหรือฮวงประสารกิจวัฒนา อายุ 80 ปี ชาว ต.บางลี่ อ.ท่าวุ้ง จ.ลพบุรี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลแขวงนครปฐมที่ จ.402/2553ลงวันที่24พ.ย.2553ในข้อหา“ร่วมกันฉ้อโกง”พร้อมของกลางพระเครื่องกรุพระร่วงพิมพ์โบราณอายุ200ปี จำนวนกว่า 30 องศ์ และพระเครื่องอื่นๆอีกหลายรายการ โดยจับกุมได้ที่ลานจอดรถริมถนนพหลโยธิน อ.เมือง จ.ลพบุรี ทั้งนี้ สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน กก.2 บก.ป. สืบทราบว่า นายปิยะบุตร ได้ร่วมกับ นายเจือ สิงโตแก้ว ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้ หลอกลวงผู้เสียหายว่า มีเจ้าของที่ดินต้องการจะขายที่ดินแปลงหนึ่ง แต่ที่ดินนั้นติดจำนองจึงขอให้ผู้เสียหายนำเงินมาช่วยไถ่ถอนก่อนและเมื่อไถ่ถอนเสร็จแล้วจะมีนายทุนมาซื้อที่ดินแปลงดังกล่าวไปขายได้กำไรจำนวนมาก จากนั้นจะมีส่วนแบ่งค่าตอบแทนให้กับผู้เสียหายจนเมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อมอบเงินเป็นค่าไถ่ถอนที่ดินให้กับกลุ่มผู้ต้องหาก็จะพากันหลบหนีไปกระทั่งเจ้าหน้าที่พบว่า ผู้ต้องหาได้มากบดานอยู่ที่ จ.ลพบุรี จึงได้นำกำลังไปจับกุม อย่างไรก็ตาม ภายหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้นำกำลังไปตรวจค้นที่บ้านพักของ นายปิยะบุตร ก็พบพระร่วงพิมพ์โบราณ กว่า 30 องค์ จึงได้เก็บไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบสวน นายปิยะบุตร ให้การรับสารภาพว่า ได้ร่วมกับพวกหลอกลวงเหยื่อให้นำเงินมาไถ่ถอนที่ดินจริง โดยตนทำหน้าที่เป็นนายหน้าและจะได้ส่วนแบ่ง 10 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนเงินที่หลอกผู้เสียหายได้ซึ่งทำมาแล้ว 7-8 ครั้งในช่วงระยะเวลา2ปีสำหรับเงินที่ได้จะนำไปเล่นพนันตีไก่ส่วนพระเครื่องตรวจค้นพบนั้นได้ซื้อมาจากตลาดแผงเช่าพระที่ท่าพระจันทร์ จากนั้นได้ร่วมกับพระผู้ใหญ่ และฆราวาสภายในวัดแห่งหนึ่งใน จ.ลพบุรีเพื่อนำไปฝังดินไว้ภายในวัดดังกล่าว ก่อนจะสร้างเรื่องว่าได้มีการขุดค้นกรุพระร่วงพิมพ์โบราณอายุ200ปี เพื่อเป็นการสร้างมูลค่า แล้วประชาสัมพันธ์ออกข่าว เพื่อปล่อยให้เช่าบูชาในราคาองค์ละ5,000–10,000บาท อย่างไรก็ตาม ทางชุดสืบสวน กก.2 บก.ป. กำลังอยู่ระหว่างการขยายผลเครือข่ายขบวนการหลอกลวงที่ดิน รวมทั้งขยายผลในเรื่องขบวนการหลอกขายพระดังกล่าว ซึ่งหากมีผู้เสียหายรายใดได้ถูกขบวนการนี้หลอกลวง สามารถมาติดต่อพนักงานสอบสวนกองปราบปราม เพื่อดำเนินคดีต่อผู้ต้องหารายนี้เพิ่มเติมได้.