อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 3 ธันวาคม 2559

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 3 ธันวาคม 2559
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

ดีเดย์1ก.พ.เก็บภาษีมรดก จับตารัฐรีดเงินเศรษฐีไทย

1 ก.พ.นี้ ถือเป็นวันประวัติศาสตร์อีกครั้ง เมื่อไทยจะเริ่มเก็บ “ภาษีมรดก” เป็นครั้งแรก หลังจากรัฐบาลของ “พล.อ.ประยุทธ์จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรี จันทร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา 05.49 น.

1 ก.พ.นี้ ถือเป็นวันประวัติศาสตร์อีกครั้ง เมื่อไทยจะเริ่มเก็บ “ภาษีมรดก” เป็นครั้งแรก หลังจากรัฐบาลของ “พล..ประยุทธ์จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ทุบโต๊ะตัดสินใจเข็นออกมาเป็นรัฐบาลแรก หลังจากที่กระทรวงการคลัง ได้จด ๆ จ้อง ๆ พยายามผลักดันกฎหมายฉบับนี้มานานแสนนาน แต่ไม่เคยสำเร็จสักครั้ง แถมมีอันต้องพับแผนไปหลายครั้งหลายครา

แต่เมื่อมาถึงยุคสมัยของนายกฯ บิ๊กตู่...เรื่องที่ต้องเผชิญแรงกดดันจากฝ่ายการเมืองหลายยุคหลายสมัยและไม่เคยสำเร็จ ก็สามารถบรรลุเป้าหมายได้โดยง่าย ด้วยระบบ วิธีการ กระบวนการ ที่แตกต่างกันออกไป แม้ก่อนหน้านี้ต้องมีการเปลี่ยนแปลงไส้ในเพิ่มขึ้นบ้างก็ตาม แต่เพื่อเป็นประโยชน์ต่อประเทศ ที่สำคัญยังช่วยลดความเหลื่อมล้ำของคนไทยทั้งประเทศ ตามเป้าหมายหลักของรัฐบาลบิ๊กตู่ จึงทำให้การคลอดกฎหมายภาษีมรดกนี้ออกมาได้รวดเร็ว

แจงสาระสำคัญ

ทั้งนี้หลักการของภาษีมรดก หรือ พ...ภาษีการรับมรดก นั้น เป็นการจัดเก็บจากผู้รับมรดกโดยผู้ที่มีหน้าที่ต้องเสียภาษีคือ บุคคลและนิติบุคคลสัญชาติไทย บุคคลหรือนิติบุคคลต่างชาติแต่มีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมืองที่ได้รับมรดกในประเทศไทย ในกรณีที่ผู้รับมรดกเป็นนิติบุคคลให้ถือว่านิติบุคคลที่จดทะเบียนในไทยหรือจัดตั้งขึ้นโดยกฎหมายไทยหรือผู้มีสัญชาติไทยถือหุ้นเกิน 15% ของทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้วในขณะมีสิทธิได้รับมรดกหรือผู้มีสัญชาติไทยเป็นผู้มีอำนาจบริหารกิจการเกินกึ่งหนึ่งของคณะบุคคลซึ่งมีอำนาจบริหารกิจการทั้งหมดเป็นบุคคลผู้มีสัญชาติไทย แต่จะยกเว้นให้แก่เจ้าของมรดกที่เสียชีวิตก่อนกฎหมายใช้บังคับใช้ คู่สมรส หน่วยงานรัฐ กิจการศาสนากิจการศึกษา กิจการสาธารณประโยชน์ และองค์กรระหว่างประเทศ

สำหรับทรัพย์สินที่ต้องเสียคือทรัพย์สินที่ขึ้นทะเบียนได้กำหนดให้ผู้รับมรดกซึ่งเป็นทรัพย์สินที่อยู่ในประเทศไทย 4 ประเภท ได้แก่ อสังหาริมทรัพย์, หลักทรัพย์, เงินฝากหรือตราสารทางการเงิน และยานพาหนะ หากมีมูลค่าสุทธิที่มูลค่าของทรัพย์สินที่ได้รับหักด้วยภาระหนี้สินอันตกทอดมาจากการรับมรดกเกินกว่า 100 ล้านบาทต้องเสียภาษีนับจากวันที่รับมรดก 150 วันพร้อมทั้งกำหนดให้พิจารณาทบทวนมูลค่ามรดกทุก 5 ปีโดยนำอัตราการเปลี่ยนแปลงดัชนีราคาผู้บริโภคที่กระทรวงพาณิชย์คำนวณเพื่อใช้ในราชการในรอบระยะเวลานั้นมาประกอบการพิจารณาด้วย

คำนวณมูลค่า

ขณะที่มูลค่าทรัพย์สินให้ถือตามราคาหรือมูลค่าอันพึงมีในวันได้รับทรัพย์สินมรดกประกอบด้วยกรณีเป็นอสังหาริมทรัพย์ให้ใช้ราคาประเมินเพื่อเรียกเก็บค่าธรรมเนียม จดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมตามประมวลกฎหมายที่ดินหักด้วยภาระที่ถูกรอนสิทธิ ส่วนหลักทรัพย์ที่จดทะเบียนในตลาด หลักทรัพย์แห่งประเทศไทยให้ถือเอาราคาของหลักทรัพย์ในเวลาสิ้นสุดเวลาทำการของตลาดหลักทรัพย์ในวันได้รับมรดกตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในกฎกระทรวง

อัตราจัดเก็บ

ด้านอัตราการจัดเก็บ “ภาษีการรับมรดก” จะจัดเก็บจากมูลค่ามรดกที่ผู้รับได้รับเกินกว่า 100 ล้านบาททั้งรับครั้งเดียวหรือรับหลายครั้งรวมกันโดยหากเกิน 100 ล้านบาทต้องเสียภาษี 10% หรือกรณีเป็นผู้สืบสันดานต้องเสีย 5% และต้องยื่นเสียภาษีภายใน 150 วันนับแต่วันที่ได้รับมรดก หากผู้ที่ไม่ได้ยื่นแบบแสดงรายการเสียภาษีภายในกำหนดเวลาให้เสียเบี้ยปรับอีก 1 เท่าของเงินภาษีที่ต้องจ่าย และหากยื่นแบบ แต่ไม่ถูกต้องครบถ้วนหรือเท็จ ทำให้ภาษีขาดเสียเบี้ยปรับอีก 0.5 เท่าของภาษีที่เสียเพิ่ม โดยเบี้ยปรับอาจงดหรือลดได้ตามประกาศอธิบดีส่วนเงินเพิ่มหาก
ไม่ชำระภาษีให้ครบถ้วนภายในกำหนดเวลาให้เสียเงินเพิ่มอีก 1.5% ต่อเดือน กรณีที่ได้รับอนุญาตให้เลื่อนกำหนดเวลาการชำระภาษีและได้ชำระภาษีภายในกำหนดเวลาที่เลื่อนให้นั้นเงินเพิ่มลดลงเหลือ 0.75% ต่อเดือน

สำหรับการประเมินภาษีหากยื่นแบบและชำระภาษีภายในกำหนดเวลา 150 วัน เจ้าพนักงานประเมินต้องประเมินภาษีให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปี นับแต่วันที่ยื่นแบบสามารถขยายได้ไม่เกิน 3 ปี โดยไม่ให้คิดเบี้ยปรับหรือเงินเพิ่มแต่หากมีภาษีที่ต้องเสียเพิ่มและได้ชำระภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งส่วนกรณีไม่ยื่นแบบภายในกำหนดเวลาเจ้าพนักงานประเมินมีอำนาจประเมินภาษีภายใน 10 ปี นับแต่วันสุดท้ายของการยื่นแบบแสดงรายการภาษี

ต้องระวางโทษ

ขณะเดียวกันยังมีโทษทางอาญาหากไม่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือไม่ปฏิบัติตามหมายเรียกหรือคำสั่งของเจ้าพนักงานประเมินต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือนหรือปรับไม่เกิน 20,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ รวมทั้งหากทำลาย ย้ายไปเสีย ซ่อนเร้น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี และปรับไม่เกิน 400,000 บาท ผู้มีส่วนในการกระทำความผิดจะได้รับโทษหรือจงใจยื่นข้อความเท็จหรือให้ถ้อยคำเท็จหรือตอบคำถามด้วยถ้อยคำอันเป็นเท็จเพื่อหลีกเลี่ยงการเสียภาษีต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนเจ้าพนักงานแจ้งข้อมูลแก่บุคคลอื่นโดยไม่มีอำนาจกระทำได้โดยชอบด้วยกฎหมายต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

คลอด ก..ลูก 7 ฉบับ

นอกจากนี้ ครม.ยังได้แก้ไขกฎหมายลูก 7 ฉบับ ประกอบด้วยร่างพระราชกฤษฎีกาฯ 1 ฉบับและร่างกฎหมายกระทรวงอีก 6 ฉบับเพื่อให้สอดคล้องและมีความชัดเจนต่อการจัดเก็บภาษีมรดก เช่น การแจ้งการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเกี่ยวกับการโอนอสังหาริมทรัพย์ที่ได้มาโดยทางมรดก หากจดทะเบียนระหว่างวันที่ 1 ถึงวันที่ 15 ให้แจ้งภายในวันที่ 20 ของเดือนเดียวกันและหากจดทะเบียนระหว่างวันที่ 16 ถึงวันสิ้นเดือนให้แจ้งภายในวันที่ 5 ของเดือนถัดไป

อย่างไรก็ตามได้กำหนดบุคคลที่ได้รับยกเว้นภาษีมรดก ได้แก่ บุคคลผู้ได้รับมรดกที่เจ้ามรดกแสดงเจตนาหรือเห็นได้ว่ามีความประสงค์ให้ใช้มรดกนั้นเพื่อประโยชน์ในกิจการศาสนา, การศึกษา หรือสาธารณประโยชน์, ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ แต่ไม่รวมถึงรัฐวิสาหกิจที่เป็นบริษัทองค์การมหาชน, วัดวาอาราม, สภากาชาดไทย มูลนิธิ หรือสมาคมตามประกาศกระทรวงการคลัง, สถาบันอุดมศึกษาเอกชนและโรงเรียนเอกชน แต่ไม่รวมถึงโรงเรียนนอกระบบตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน, บุคคลหรือองค์การระหว่างประเทศตามข้อผูกพันตามกฎหมายระหว่างประเทศ อาทิ องค์การสหประชาชาติ, สถานทูต-กงสุล บุคคลในคณะทูต หรือคณะกงสุล

เปิดช่องผ่อน

นอกจากนี้ร่างพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการผ่อนชำระภาษีการรับมรดก โดยผู้มีหน้าที่เสียภาษีที่ได้ยื่นแบบแสดงรายการภาษีภายในกำหนดเวลาสามารถยื่นคำร้องขอผ่อนชำระภาษีภายในเวลาไม่เกิน 5 ปี หากผู้ขอผ่อนชำระยื่นคำร้องขอผ่อนชำระภาษีตามแบบที่อธิบดีกำหนดพร้อมกำหนดวิธีการผ่อนชำระภาษีโดยการกำหนดจำนวนปี จำนวนงวดและจำนวนเงินที่จะต้องชำระในแต่ละงวดและผู้ขอผ่อนชำระต้องจัดหาหลักประกันที่มีมูลค่าไม่ต่ำกว่าภาษีที่ต้องชำระภายใน 30วันนับแต่วันยื่นคำร้อง

ส่วนกรณีผ่อนชำระภาษีภายใน 2 ปีได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียเงินเพิ่ม กรณีผ่อนชำระภาษีเกินกว่า 2 ปีต้องเสียเงินเพิ่ม 0.5% ต่อเดือนหรือเศษของเดือน โดยคำนวณเงินเพิ่มตั้งแต่วันที่การขอผ่อนชำระมีผลบังคับ หากผู้ผ่อนชำระภาษีนำเงินมาชำระภาษีครบถ้วนภายใน 2 ปีให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียเงินเพิ่มและให้นำเงินเพิ่มที่ชำระแล้วมาหักออกจากภาษีที่ต้องชำระ แต่หากผิดนัดไม่ชำระภาษีงวดใดงวดหนึ่งจะหมดสิทธิการผ่อนชำระภาษีและต้องชำระภาษีที่ค้างอยู่พร้อมกับเงินเพิ่ม

แก้การรับการให้

รัฐบาลยังได้แก้ไขร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร(ฉบับที่..) พ.ศ.....ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมเพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายการจัดเก็บ “ภาษีจากการรับมรดก” โดยแก้ไข พ.ร.บ.เพิ่มเติมประมวลรัษฎากรมาตรา 42(14) เรื่องการรับการให้ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่เกี่ยวกับภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาปัจจุบัน แต่จะแก้ไขให้สอดคล้องกับการจัดเก็บภาษีการรับมรดกเพื่อหวังปิดช่องโหว่การโอนหรือการหลีกเลี่ยงการเสียภาษีมรดกที่กำหนดอย่างชัดเจน โดยเฉพาะกรณีอสังหาริมทรัพย์หากผู้รับเป็นผู้ที่มีหน้าที่เสียภาษีแต่ได้รับจากบุพการี ผู้สืบสันดาน คู่สมรสจะได้รับยกเว้น สำหรับทรัพย์ที่มีมูลค่า 20 ล้านบาท ส่วนที่เกิน 20 ล้านบาทต้องเสียภาษีอัตรา 5% แต่สามารถเลือกเสียภาษีในอัตราดังกล่าวแต่ไม่ต้องนำไปรวมภาษีรายได้ประจำปี

เชื่อว่าการบังคับใช้ “ภาษีการรับมรดก” อย่างเป็นทางการจะช่วยลดช่องแคบความเหลื่อมล้ำของรายได้ระหว่างคนจนและเศรษฐีในประเทศลดลงได้ไม่มากก็น้อย ซึ่งต้องรอดูต่อไปว่าหลังจากนี้รัฐบาลจะใช้กฎหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่คงต้องติดตามกัน.

วุฒิชัย มั่งคั่ง

ยังมีช่องว่างเสียภาษี

สมชัย จิตสุชน” ผู้อำนวยการวิจัยด้านการพัฒนาอย่างทั่วถึง สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) มองว่า นโยบายการเก็บภาษีแบบใหม่ของรัฐบาล เช่น ภาษีมรดกและภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเป็นการเก็บภาษีบนฐานทรัพย์สินไม่ใช่บนฐานรายได้หรือรายจ่าย ถือเป็นทิศทางที่ถูกต้องเพราะปัจจุบันไทยเก็บภาษีบนฐานทรัพย์สินน้อยเกินไป แต่ก็ต้องดูว่าจะจัดเก็บได้จริงหรือไม่ โดยเฉพาะการจัดเก็บภาษีมรดกที่อาจไม่ดำเนินการได้ เนื่องจากเป็นภาษีที่มีช่องว่าง ผู้เสียภาษีสามารถหาช่องทางหลีกเลี่ยงได้ต่างจากภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งเป็นภาษีที่มีประสิทธิภาพมากกว่าและผู้เสียภาษีมีช่องทางหลีกเลี่ยงการจ่ายภาษีน้อยกว่าภาษีมรดกซึ่งช่วยสร้างรายได้ให้ประเทศได้มากกว่า

อย่างไรก็ตาม การจัดเก็บภาษีมรดกถือเป็นนโยบายที่แสดงจุดยืนลดความเหลื่อมล้ำ แต่หาก
ระยะยาวรัฐบาลจัดเก็บภาษีมรดกได้น้อย ก็ถือว่าไม่บรรลุเป้าหมายลดความเหลื่อมล้ำของสังคมไทยได้ ซึ่งกฎหมายที่กำลังจะออกมานั้น มองว่าจะออกให้รัดกุมยากเพราะเชื่อว่าอาจมีกลุ่มบุคคลใช้ช่องทางหลีกเลี่ยงภาษีแบบถูกต้องตามกฎหมายได้อีกด้วย โดยสิ่งที่จะทำได้คือการพยายามบังคับคนที่เสียภาษีมรดก แต่ไม่อยากเสียภาษี ก็ให้โอนทรัพย์สินเหล่านั้นสู่สาธารณะซึ่งจะช่วยให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมได้มากขึ้น

พร้อมทำตามกฎหมาย

รุ่งฉัตร บุญรัตน์” กรรมการผู้จัดการใหญ่สายการขายและการตลาดบริษัท มาลีสามพราน จำกัด (มหาชน) บอกว่า รับทราบเรื่องนี้อยู่แล้ว แต่ยังไม่ได้ศึกษาในรายละเอียดมากนัก เพราะเห็นว่าเป็นเรื่องไกลตัว เท่าที่รู้เป็นการจัดเก็บภาษีมรดก จากผู้รับหากเกิดการโอนขึ้นแต่เมื่อกฎหมายมีผลเริ่มบังคับใช้แล้วเชื่อว่าทุกคนต้องทำตามกฎหมายอยู่แล้ว ไม่สามารถหลีกเลี่ยงข้อบังคับได้ แม้ที่ผ่านมาจะมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ แต่เมื่อชัดเจน ก็ผ่อนคลายมากขึ้น โดยการขยายวงเงินเป็น 100 ล้านบาท ถือเป็นการเพิ่มจำนวนคนที่ต้องเสียภาษี แต่ยอมรับได้แม้ต้องจ่ายเงินส่วนหนึ่งไปก็ตาม

อย่างไรก็ตาม หากเป็นการจัดเก็บที่ควบรวมรูปแบบอสังหาริมทรัพย์ เช่น ร่าง พ.ร.บ.ภาษีที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่รัฐบาลต้องการสนับสนุนให้ที่ดินในประเทศเกิดการใช้ประโยชน์สูงสุด อาจส่งผลกระทบต่อภาระหรือเป็นปัญหาแก่ผู้ที่ได้รับ เพราะบางทีผู้ที่รับมรดกอาจมีเพียงที่ดินเปล่า ๆ ซึ่งทำให้ต้องเสียภาษี 2 ต่อ แต่ทั้งหมดเชื่อว่ารัฐบาลคงมีเหตุผลในการจัดเก็บในครั้งนี้ที่ต้องการลดความเหลื่อมล้ำของคนในประเทศและเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บรายได้เข้ารัฐแน่นอน

เก็บเล็กเก็บน้อยเกินไป

สุวัฒน์ ทองร่มโพธิ์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอส เอฟ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารโรงภาพยนตร์เอสเอฟ ซีนีม่า ระบุว่า เห็นด้วยและยินดีที่จะทำตามกฎหมายการเก็บภาษีมรดก ที่รัฐบาลนำออกมาบังคับใช้ ในฐานะที่เป็นนักธุรกิจและเป็นคนไทย โดยอัตราส่วนที่ 5-10% มองว่าอยู่ในระดับที่เหมาะสมไม่มากหรือน้อยเกินไป เมื่อคิดจากสัดส่วนมรดกที่เริ่มต้น 100 ล้านบาท ตามที่รัฐบาลกำหนด โดยมองว่าเมื่อกฎหมายออกมาแล้วก็ต้องยอมรับและทำตาม ซึ่งที่ผ่านมาตั้งแต่เข้ามาทำธุรกิจ ก็ต้องเสียภาษีอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นภาษีของบริษัทหรือภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา หรือจะมีการเสียภาษีมรดกอีกประเภทหนึ่ง ก็ไม่น่ามีปัญหาอะไร แต่ก็มองว่าเป็นการเก็บเล็กเก็บน้อยเกินไปหรือไม่

ผมมองว่าเวลานี้ รัฐบาลเก็บภาษีมากมายไปหมด แต่หากมองว่ารัฐบาลจะนำภาษีส่วนนี้ ไปช่วยลดความเหลื่อมล้ำของสังคม ลดความเหลื่อมล้ำของคนในชาติ ก็ถือว่าเป็นเรื่องดี แต่จริง ๆ แล้วก็อดไม่ได้ และแอบคิดว่าคนที่ต้องเสียภาษีขนาดนี้ เวลานี้แล้ว คงรู้ตัวเองดีอยู่แล้ว พร้อมกับหาทางออกไปรีบโอนมรดกกันหมดแล้วหรือไม่ ก่อนที่กฎหมายจะบังคับใช้อย่างเป็นทางการ ซึ่งก็เป็นเรื่องที่น่าคิด โดยเชื่อได้ว่าคนส่วนใหญ่ที่มีเงินมีทองมากมายเช่นนี้ คงหาทางออกต่าง ๆ ไว้แล้วเช่นกัน เพราะเงินที่เสียภาษีต้องถือว่ามีจำนวนไม่น้อยเช่นกัน”.

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 609