หวั่น‘รถไฟไทย-จีน’แท้ง เศรษฐกิจแดนมังกรหด-เจรจาอืด

มีหลายฝ่ายมองว่าการที่ไทยเดินหน้าโครงการรถไฟไทยจีน เนื่องจากจีนเป็นประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจทำให้หลายประเทศต้องร่วมมือด้านการค้าและการลงทุนจากจีน

รายงานข่าวแจ้งว่า สัปดาห์ที่ผ่านมานายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม พร้อมนายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง เดินทางไปจีนอย่างไม่เป็นทางการ เพื่อขอให้ตัวแทนรัฐบาลจีนเพิ่มสัดส่วนการลงทุนโครงการพัฒนารถไฟภายใต้ความร่วมมือไทย-จีน และไทยได้เสนอให้จัดตั้งบริษัทร่วมทุน หรือนิติบุคคลเฉพาะกิจ (เอสพีวี) ขอให้จีนเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นมากขึ้น จากที่จีนถือหุ้น 60% และไทย 40% เนื่องจากไทยต้องใช้งบประมาณลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของประเทศจำนวนมากจึงต้องการลดภาระการลงทุน ซึ่งตัวแทนรัฐบาลจีนจะนำเสนอรัฐบาลจีนต่อไป ยังไม่มีท่าทีตอบรับกับข้อเสนอของไทย

“มีความเป็นห่วงว่าการเพิ่มสัดส่วนการลงทุนของจีนอาจเป็นไปได้ยาก เนื่องจากเศรษฐกิจจีนอยู่ในภาวะชะลอตัวลง โดยปีนี้คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจีนจะเติบโตอยู่ที่ 6.3% จากปีก่อนหน้านี้ที่เติบโต 7% ดังนั้นการที่จีนมีปัญหาด้านเศรษฐกิจถดถอยอาจทำให้จีนต้องลดการลงทุนลง การที่ไทยขอให้จีนเพิ่มสัดส่วนการลงทุนอาจเป็นไปได้ยาก และที่จะต้องติดตามอย่างใกล้ชิดคือการประชุมร่วมไทย-จีนครั้งที่ 10 ณ กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน อย่างเป็นทางการในปลายเดือนก.พ.นี้ แม้ว่าโครงการดังกล่าวจะอยู่ในเมกะโปรเจคท์ 20 โครงการยักษ์ด้านการขนส่งทั้งระบบที่รัฐบาลต้องการผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางโครงข่ายคมนาคมขนส่งของอาเซียนก็ตาม หากการประชุมครั้งต่อไปไม่มีความคืบหน้าใด ๆ อีก อาจทำให้โครงการนี้แท้งก็เป็นไปได้” แหล่งข่าวด้านคมนาคมขนส่ง แสดงความเห็น

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า มีหลายฝ่ายมองว่าการที่ไทยเดินหน้าโครงการรถไฟไทยจีน เนื่องจากจีนเป็นประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจทำให้หลายประเทศต้องร่วมมือด้านการค้าและการลงทุนจากจีน นอกจากนี้ที่ผ่านมากองทุนการเงินระหว่างประเทศหรือไอเอ็มเอฟ ได้ทำนายว่า จีนจะผงาดแซงหน้าสหรัฐอเมริกาเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจในปีนี้ยิ่งเป็นการสำทับว่าจีนเริ่มมีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจโลก แม้หากโครงการรถไฟไทยจีนล้มเหลว แต่การได้ร่วมหารือกับรัฐบาลจีนในความร่วมมือก็เท่ากับแสดงถึงความพยายามของไทยแล้ว.

ความคิดเห็น