อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 25 กันยายน 2559

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 25 กันยายน 2559
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

โคราชเฮได้รถไฟรางคู่ ขนคน-สินค้า‘บางซื่อ-นครราชสีมา’แค่2ชม.

แต่เดิมการขนส่งสินค้าจากอีสาน-กรุงเทพฯ ใช้ระบบถนนสาย 304 ใช้ตลาดสี่มุมเมืองกระจายสินค้า มีปัญหาการจราจรติดขัด หากมีระบบรางจะทำให้ระยะเวลาการขนส่งแม่นยำขึ้น จันทร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา 06.12 น.

นายหัสดิน สุวัฒนะพงศ์เชฎ ประธานหอการค้าจังหวัดนครราชสีมา ให้สัมภาษณ์กรณีรัฐบาลปรับรูปแบบโครงการรถไฟรางคู่ไทย-จีน เส้นทางกรุงเทพฯ-แก่งคอย-นครราชสีมา– หนองคาย และเส้นทางแก่งคอย-มาบตาพุด ระยะทาง 873 กม.เพื่อทำรางคู่ถึงนครราชสีมา และจากนครราชสีมา-หนองคายเป็นรางเดี่ยว ส่วนช่วงแก่งคอย-มาบตาพุด ชะลอโครงการว่า รถไฟไทยวิ่งรางเดี่ยวขนาด 1 เมตร ความเร็ว 120 กม.ต่อ ชม. แต่มีปัญหาเรื่องการสับหลีกรางการขนส่งสินค้าและขนคนจากบางซื่อ-นครราชสีมา ใช้ความเร็วเฉลี่ยแค่ 40-60 กม.ต่อ ชม. กินเวลาเดินทางกว่า 5 ชม. หากสร้างรางอีก 1 เมตร มาวิ่งขนานกันเป็นรางคู่ จะเพิ่มความเร็วเป็น 180 กม.ต่อ ชม. ไม่ต้องสับราง ช่วยร่นเวลาการเดินทางจากบางซื่อ-โคราช ภายใน 2 ชม.เท่านั้น อนาคตหากเพิ่มรางเดี่ยวอีก 1 ราง ขนาด 1.435 เมตร พัฒนาความเร็วเป็นรถไฟความเร็วสูง หรือความเร็วปานกลาง 250 กม.ต่อ ชม.จะช่วยให้การเดินทางรวดเร็วยิ่งขึ้นไปอีก

นายหัสดิน กล่าวต่อว่า แต่เดิมการขนส่งสินค้าจากอีสาน-กรุงเทพฯ ใช้ระบบถนนสาย 304 ใช้ตลาดสี่มุมเมืองกระจายสินค้า มีปัญหาการจราจรติดขัด หากมีระบบรางจะทำให้ระยะเวลาการขนส่งแม่นยำขึ้น คาดว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (gross domestic product) หรือจีดีพี ของนครราชสีมา ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ 2.69 แสนล้าน ต่อปี โตขึ้นไปอีก 1.5 เท่า เนื่องจากมีการย้ายถิ่นฐานกลับบ้านเกิด มาลงทุนต่าง ๆ หรือย้ายกลับมาพักอาศัยที่บ้านเกิด เพราะเดินทางจากบางซื่อ-นครราชสีมา แค่ 2 ชม.เท่านั้น รวมทั้งยังมีการลงทุนด้านชอปปิงเซ็นเตอร์อีกหลายแห่งการค้าการลงทุน และการท่องเที่ยวขยายตัวมากขึ้นทั้งนี้ ไม่เห็นด้วยที่จะปรับรูปแบบจากช่วงนครราชสีมา-หนองคาย เป็นทางเดี่ยว ที่จะเพิ่มขนาดรางเป็น 1.435 เมตร ควรลงทุนรางคู่จะได้ประโยชน์กว่า

ด้าน นางอนุชิดา ชินศิรประภา ประธานหอการค้าจังหวัดระยอง กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยที่รัฐบาลจะชะลอโครงการเพราะทำให้สูญเสียโอกาสการแข่งขันของไทย เราสร้างยุทธศาสตร์ด้านการท่องเที่ยวและการเดินทางให้ไทยเป็นศูนย์กลางของอาเซียนจะให้สนามบินอู่ตะเภา เป็นศูนย์ซ่อมเครื่องบิน หากไม่ลงทุนระบบราง ที่ช่วยลดต้นทุนการขนส่งและการเดินทางของระบบถนน ที่สำคัญขณะนี้การเดินทางเข้าภาคกลางมีปัญหาติดขัดมากควรลงทุนระบบรางคู่ช่วยระบายการเดินทาง ส่งเสริมการขนส่งสินค้ารวมทั้งการท่องเที่ยว จะหารือผู้ประกอบการเพื่อทำหนังสือถึงรัฐบาลคัดค้านการชะลอโครงการต่อไป.

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 577