อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 21 มกราคม 2560

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 21 มกราคม 2560
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

เสนอรัฐใช้เงิน3,389 ล.วางประกันเอารถเมล์เอ็นจีวีออกจากท่าเรือ

  เบสท์รินฯ เตรียมเสนอกระทรวงการคลังใช้เงินโครงการฯ 3,389 ล้านบาท มาใช้ในการวางประกันเพื่อนำรถเมล์เอ็นจีวีออกจากท่าเรือแหลมฉบังระหว่างรอตรวจสอบจากกรมศุลหากพบเบี้ยวภาษีจริงยึดเงินได้  ยืนยันเอกสารที่ออกจากรัฐบาลเพื่อลดภาษีถูกต้อง และเตรียมไล่เบี้ยกับบริษัทนำเข้าฐานทำให้เบสท์รินเสียหาย พฤหัสบดีที่ 8 ธันวาคม 2559 เวลา 20.48 น.


               ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 8 ธ.ค. ที่ร้านอาหารเพลิน นายคณิสสร์ ศรีวชิระประภา ประธานกรรมการบริษัทเบสท์ริน กรุ๊ป จำกัด ผู้ชนะการประมูลโครงการจัดซื้อรถโดยสารปรับอากาศใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ (เอ็นจีวี)จำนวน 489 คัน วงเงิน3,389 ล้านบาท แถลงข่าวตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีกรมศุลกากรอายัด รถเมล์เอ็นจีวี 99 คัน ว่า บริษัทเป็นแค่ผู้นำเข้า มีหน้าที่นำเอกสารที่ผู้ผลิตและส่งเอกส่งออกจากมาเลเซียนำส่งและยื่นสำแดงต่อเจ้าหน้าที่กรมศุลฯ บริษัทไม่ได้เป็นคนจัดทำเอกสาร หน่วยงานที่ออกเอกสารสิทธิลดหย่อนภาษีศุลกากร (ฟอร์มดี)คือกระทรวงการค้าและอุตสาหกรรมของประเทศมาเลเซีย กรณีที่มีการการกล่าวหาว่าบริษัทฯ เลี่ยงภาษี อาจทำให้สังคมเข้าใจผิด ในฐานะทำธุรกิจที่ไทยมากกว่า 10 ปี ปฏิบัติตามกฎหมายไทยทุกอย่างและไม่คิดเอาเปรียบคนไทย ทั้งนี้ตนยินดีให้ความร่วมมือกับกรมศุลฯ  และพร้อมอำนวยความสะดวกในการตรวจสอบรายละเอียดทุกประการ
                นายคณิสสร์ กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีเรื่องโรงงานประกอบรถที่มาเลเซีย บริษัทฯ ได้ทำสัญญาสั่งซื้อรถ ขสมก. ล็อตนี้กับโรงงานประกอบรถยนต์ที่มาเลเซีย โดยให้ความสำคัญกับสินค้าที่ผลิตและตรงตามสเป็กที่ ขสมก. ตามทีโออาร์ของโครงการฯ ส่วนเอกสารหนังสือรับรองที่ยื่นขอใช้ฟอร์มดี ซึ่งเป็นอัตราภาษีศุลกากรพิเศษที่เท่ากัน เป็นการลดอัตราภาษีศุลกากร 0% แก่สินค้าที่นำเข้าระหว่างกันของประเทศ 10 ประเทศสมาชิกอาเซียนภายใต้เขตการค้าเสรีอาเซียน (ASEAN Free Trade Area : AFTA) ที่ออกให้โดยกระทรวงการค้าและอุตสาหกรรมระหว่างประเทศของประเทศมาเลเซีย ตามข้อตกลงสนธิสัญญาเขตการค้าเสรีกลุ่มประเทศสมาชิกประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี)ในการประกอบรถที่มาเลเซียได้ใช้วัสดุในมาเลเซีย40% นั้น โรงงานผู้ผลิตยืนยันเอกสารฟอร์มดีถูกต้อง ที่ผ่านมาเคยใช้เอกสารแบบเดียวกันกับรถยนต์รุ่นเดียวกันมาก่อนจากกรมศุลฯมาแล้ว จึงมั่นใจในรายละเอียดของเอกสารที่แสดงต่อกรมศุลฯ
              อย่างรไก็ตามมั่นใจในเอกสารที่ทางรัฐบาลมาเลเซียออกให้ เพราะะเป็นประเทศที่มีบทบาทสำคัญในเรื่องการผลิตรถยนต์โดยเฉพาะในการประเทศอาเซียนอีกทั้งโรงงานที่สั่งซื้อสำนักงานมาตรฐานอุตสาหกรรม (สมอ.) จากกระทรวงอุตสาหกรรมของไทย เคยเดินทางไปตรวจสอบมาตรฐานของโรงงานนี้มาแล้ว โดยได้ใบรับรองมาตรฐานอุตสาหกรรมในการผลิต รวมทั้งได้รับอนุญาตให้นำผลิตภัณฑ์ที่ผลิตมาจำหน่ายที่ไทยด้วย จึงมั่นใจในเอกสารที่ออกจากรัฐบาลมาเลเซีย
                นายคณิสสร์ กล่าวต่อว่า ระหว่างนี้บริษัทฯ รอกระบวนการทางกรมศุลฯ ตรวจสอบเรื่องดังกล่าว และเตรียมนำหนังสือไปยื่นข้อเสนอทางออกของเรื่องดังกล่าวกับกระทรวงการคลัง ด้วยการใช้เงินของโครงการที่ทางกระทรวงการคลังต้องจ่ายให้บริษัทฯในฐานะผู้ชนะการประมูล ประมาณ3,389ล้านบาท มาใช้ในการวางประกันนำรถออกจากท่าเรือ หากพบว่ามีการตรวจสอบจากกรมศุลฯ มีข้อบ่งชี้ว่า ทางบริษัทฯ มีเจตนาเลี่ยงภาษีให้หักวงเงินในส่วนนี้ออกไป ส่วนกรณีที่ให้วางประกัน เพื่อนำรถออกจากท่าเรือไปก่อนนั้นขอยืนยันว่าไม่วาง เนื่องจากได้ลงทุนกับโครงการดังกล่าวจำนวนมากแล้ว รวมถึงยังไม่ได้รับเงินประกันจากกระทรวงการคลัง
                “ทางกรมศุลฯ ยังไม่มีเอกสารใดๆ มาถึงบริษัทฯ เพื่อให้ชี้แจงเรื่องดังกล่าวที่เกิดขึ้น ขณะเดียวกันทาง ขสมก. ได้เร่งรัดมาให้ได้ข้อยุติในเรื่องนี้โดยเร็ว ส่วนการประเมินค่าเสียหายที่เกิดขึ้นเบื้องต้นนั้นหากส่งมอบรถล่าช้าเกินที่สัญญาที่กำหนดคือวันที่ 29 ธ.ค. ทางบริษัทฯ ถูกปรับวันละ 10,000 บาทต่อคัน หรือจนกว่าหมดแบงก์การรันตี 330 ล้านบาท คาดใช้เวลา 2-3 เดือน หลังจากนั้นจะถูกยกเลิกสัญญา อย่างไรก็ตามขณะนี้รถเมล์ล็อตที่ 2 จำนวน145 คัน เข้าเทียบท่าจอดที่ท่าเรือแหลมฉบัง เมื่อวันที่ 7 ธ.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งยังลอยลำและเข้าลงจอดที่ท่าเรือไม่ได้ เพราะยังไม่ผ่านกระบวนการกรมศุลฯ ส่วนล็อตที่ 3 จำนวน 145 คัน เข้ามาถึงท่าเรือวันที่ 15 ธ.ค. และ ล็อตสุดท้าย อีก 100 คัน มาถึงไทยวันที่ 20 ธ.ค.” นายคณิสสร์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหากรัฐบาลทำตามข้อเรียกร้องของบริษัทฯจะทำให้สามารถเปิดบริการรถเมล์ได้ตามที่กำหนดไว้ 22 ธ.ค.นี้ โดยเงินที่กระทรวงการคลังต้องจ่ายให้บริษัทฯประมาณ 3,389 ล้านบาท จะมาเป็นเงินนเงินประกันรถเมล์ฯคันละ 4.8 ล้านบาทเพื่อนำรถออกมาจากท่าเรือ ขณะเดียวกันบริษัทจะฟ้งร้องบริษัทที่นำเข้ารถเมล์เอ็นจีวีต่อไป 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    78%
  • ไม่เห็นด้วย
    22%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 5