กสทช.ดึงผู้บริโภคถกความเห็นทีวีดิจิทัล

กสทช. เตรียมอุ้มประชากร นอกทะเบียนราษฎร รับการสนันสนุนคูปองส่วนลดเซต ทอป บ็อกซ์ เตรียมประสานขอข้อมูลเพิ่ม ด้านกลุ่มผู้บริโภค สะท้อนหวั่น เสียสิทธิ์ไม่ได้รับการแจกจ่าย

 วันนี้(27มี.ค.)ที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.)จัดระดมความคิดเห็นของผู้บริโภคเกี่ยวกับทีวีดิจิทัล น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์กสทช.และคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์(กสท.)ด้านคุ้มครองผู้บริโภคเปิดเผยว่า  เปิดให้ภาคประชาชน  ด้านผู้บริโภค ด้านเด็ก เยาวชน ครอบครัวด้านแรงงาน ด้านผู้ด้อยโอกาสและคนพิการ  เข้ามาแสดงความคิดเห็นในการเปลี่ยนผ่านทีวีอะนาล็อกไปยังระบบดิจิทัลรวมถึงสิทธิการเข้าถึงการสนับสนุนคูปองส่วนลดในการซื้อกล่องรับสัญญาณทีวี หรือ เซตทอป บ็อกซ์ ที่ในขณะนี้ได้มีการอนุมัติหลักการแจกจ่ายประชากรที่อยู่นอกทะเบียนราษฎรเพิ่มเติ่ม โดยตัวเลขข้อมูลของเครือข่ายผู้บริโภคพบว่ามีผู้ใช้แรงงานกว่า 3 ล้านครัวเรือน ที่อยู่นอกสัมมโนครัวประชากร 22 ล้านครัวเรือนของกระทรวงมหาดไทย จึงเตรียมที่จะประสานขอข้อมูลต่อไป

นางมณี  จิรโชติมงคลกุล ด้านผู้บริโภค กล่าวว่า  ปัจจุบันประชาชนส่วนใหญ่ยังไม่ทราบถึงการเปลี่ยนผ่านทีวีจากระบบอะนาล็อกไปยังระบบดิจิทัลซึ่งกสทช.ควรเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้ทั่วถึงในสื่อฟรีทีวี หนังสือพิมพ์ วิทยุและแผ่นพับที่ต้องแจกจ่ายไปยังพื้นที่ท้องถิ่นและชุมชนให้เข้าถึงประชาชนมากที่สุด  ในขณะที่เกณฑ์การแจกจ่ายคูปองของกสทช. อาจจะไปจำกัดสิทธิการเข้าถึงกลุ่มที่พักอาศัยอาทิ ผู้เช่าตามแมนชั่น อพาร์แมนต่างๆ ที่อาจจะเสียสิทธิ์การได้รับคูปองเนื่องจากไม่ได้มีชื่อในทะเบียนราษฎร

ด้านนายศักดินาฉัตรกุล ณ อยุธยา ด้านแรงงาน กล่าวว่า    กลุ่มผู้ใช้แรงงานในปัจจุบันมีจำนวนถึง 38 – 39 ล้านคน  โดยแบ่งเป็นแรงงานในระบบทะเบียนราษฎรจำนวน 10ล้านคน และอยู่นอกทะเบียนราษฎรจำนวน 20 ล้านคน ดังนั้นจึงห่วงว่าหาก กสทช.แจกจ่ายตามทะเบียนราษฎร ประชาชนที่ใช้งานจริงแต่ไม่มีชื่ออยู่ในทะเบียนราษฎรจะไม่สามารถเข้าถึงการสนับสนุนคูปองจากกสทช.ได้   

                น.ส.สุภิญญากล่าวเพิ่มเติมว่า แผนการแจกกคูปองส่วนลดเบื้องต้นจะใช้งบประมาณ 1 .5 หมื่นล้านบาท  คาดว่าจะร่วมมือกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคและบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เพื่อให้ถึงมือผู้บริโภคตามพื้นที่การทดลองออกอากาศระบบดิจิทัล ที่นำร่องพื้นที่ 4จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ เชียงใหม่นครราชสีมา และสงขลา  ซึ่งเบื้องต้นมูลค่าคูปองอยู่ที่ 690 บาท และมีแนวโน้มจะเพิ่มราคาขึ้น

 

ความคิดเห็น