อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 26 สิงหาคม 2559

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 26 สิงหาคม 2559
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

ฝ่ายกฎหมายวัดปากน้ำฯ แจงที่มารถเบนซ์โบราณ

ฝ่ายกฎหมายวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ แจง ผู้บริจาครถเบนซ์โบราณจ้างเหมาอู่ซ่อมดำเนินการทั้งหมดขณะที่อู่ซ่อมเข้าแจงข้อมูลดีเอสไอแล้ว ส่วนรองผอ.พศ. ยัน มส.เสนอชื่อถูกต้องตามขั้นตอนตามมาตรา 7 พุธที่ 20 มกราคม 2559 เวลา 07.50 น.

จากกรณีที่กลุ่มคัดค้านการเสนอชื่อ สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์( ช่วง วรปุญฺโญ) เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ยื่นหนังสือให้สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ดำเนินการตีความมาตรา 7 หมวดสมเด็จพระสังฆราช ในพ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2505 แก้ไขเพิ่มเติม 2535 ว่า การเสนอชื่อของมหาเถรสมาคม(มส.) ดำเนินการผิดขั้นตอนหรือไม่นั้น วันนี้ (20 ม.ค.) ที่อาคารสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม มีการประชุมมหาเถรสมาคม(มส.) ครั้งที่ 2/2559 โดยมีสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เป็นประธานการประชุม ซึ่ง ดร.กนก แสนประเสริฐ รอง ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.) กล่าวภายหลังการประชุม มส.ว่า มส.ไม่ได้หารือเรื่องดังกล่าว แต่ พศ.ขอยืนยันว่า มาตรา 7 ในพ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2505 แก้ไขเพิ่มเติม 2535 เขียนไว้ชัดเจนว่า พระมหากษัตริย์ทรงสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชองค์หนึ่ง ในกรณีที่ตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราชว่างลง ให้นายกรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของมหาเถรสมาคมเสนอนามสมเด็จพระราชาคณะ ผู้มีอาวุโสสูงสุดโดยสมณศักดิ์ขึ้น ทูลเกล้าสถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราช 

ดร.กนก กล่าวต่อไปว่า  มส.ได้ยึดข้อกฎหมาย ดำเนินการเสนอชื่อสมเด็จพระราชาคณะที่มีอาวุโสสูงสุดโดยสมณศักดิ์ ให้นายกรัฐมนตรี นำขึ้นทูลเกล้าสถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราช โดยถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติอยู่แล้ว ที่คณะสงฆ์จะต้องพิจารณาโดยรอบคอบ ถึงความอาวุโสโดยสมณศักดิ์ และปฏิบัติหน้าที่ได้ ส่วนการตีความก็เป็นเรื่องของนักกฎหมายซึ่งอาจจะตีความไปอีกแบบหนึ่งได้ ทั้งนี้ตนเชื่อว่า รัฐบาลมีนักกฎหมายที่เข้มแข็งและเข้าใจเรื่องนี้ดีอยู่แล้ว โดยพศ.และคณะสงฆ์ ได้พิจารณาและส่งต่อเรื่องดังกล่าวให้แก่รัฐบาลตามขั้นตอนตามกฎหมายอย่างถูกต้องและสิ้นสุดกระบวนการทางคณะสงฆ์แล้ว หลังจากนี้ก็เป็นเรื่องของผู้บังคับบัญชา โดยเฉพาะรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้พิจารณาโดยรอบคอบจาก พ.ร.บ.คณะสงฆ์ฯ จารีตประเพณีต่างๆ และข้อมูลประกอบอื่นๆต่อไป

"ผมขอบอกชาวพุทธให้สบายใจได้ว่า การที่ มส.ได้นำเสนอชื่อสมเด็จพระราชาคณะที่มีอาวุโสสูงสุดโดยสมณศักดิ์ ตามมาตรา 7 ในพ.ร.บ.คณะสงฆ์ฯ ดำเนินการอย่างถูกต้องทุกประการตามกฎหมาย ที่สำคัญธรรมเนียมปฏิบัติที่ผ่านมาการเสนอตั้ง ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช หรือพระสังฆราชก็ต้องให้คณะสงฆ์เป็นผู้พิจารณาโดยเริ่มที่ มส. ส่วนพศ.เป็นฝ่ายเลขาธิการมส. ก็ทำเรื่องถึงนายกรัฐมนตรีตามขั้นตอนทางกฎหมาย ส่วนที่รัฐบาลให้พศ.รวบรวมข้อขัดแย้งต่างๆ เสนอไปยังรัฐบาล ขณะนี้กำลังดำเนินการรวบรวมอยู่มีหลายประเด็นหลายกลุ่ม เช่น การคัดค้านสถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราช เป็นต้น โดยพศ.จะเร่งเสนอรัฐบาลโดยเร็วที่สุด"รองผอ.พศ.กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอตรวจรถโบราณในพิพิธภัณฑ์วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ หากมีปัญหาในทางกฎหมาย จะมีผลต้องส่งมติมส.จากรัฐบาลกลับมาให้มส.ทบทวน หรือไม่ ดร.กนก กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้มีข้อสรุปในเรื่องดังกล่าว ถือเป็นเรื่องอนาคต หากมีปัญหาในแง่กฎหมายเกี่ยวกับรถดังกล่าว มส.ก็จะเป็นผู้พิจารณาเอง

ด้านนายศุภภัทร์พจน์ นิติศศธร คณะทำงานฝ่ายกฎหมายวัดปากน้ำภาษีเจริญ กล่าวถึงกรณีรถเบนซ์โบราณที่จัดแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑ์วัดปากน้ำภาษีเจริญที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบของดีเอสไอ ว่า กระบวนการนำเข้ารถนั้นไม่ใช่เรื่องของวัดเป็นเรื่องของอู่ที่ซ่อม ซึ่งทางผู้บริจาคได้จ้างเหมาให้อู่รถเป็นผู้ดำเนินการทั้งหมด ทั้งโครงรถ เครื่องยนต์ อะไหล่ และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ดังนั้น การนำชิ้นส่วนและอะไหล่รถยนต์เข้ามาเป็นเรื่องของอู่รถ โดยผู้บริจาคได้เสียภาษีศุลกากร และภาษีสรรพามิตอย่างถูกต้อง จึงได้นำไปจดทะเบียน โดยผู้บริจาคประสงค์ที่จะจดทะเบียนในชื่อของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ให้เป็นผู้ครอบครอง  เมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้นกระบวนการ จึงนำมาถวายสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เพื่อนำไปจัดแสดงยังพิพิธภัณฑ์วัดปากน้ำภาษีเจริญ โดยไม่ได้นำมาใช้งาน ส่วนกรณีที่มีการระบุว่า ไม่ได้เสียภาษีอย่างถูกต้องนั้น เรื่องนี้ สามารถไปตรวจสอบได้ที่กรมการขนส่งทางบก หากเสียภาษีไม่ถูกต้องไม่ว่าขั้นตอนไหนก็ตาม จะไม่สามารถจดทะเบียนได้ ซึ่งตอนนี้ทางอู่รถ และผู้ที่นำเข้าได้ให้การกับทางดีเอสไอไว้แล้ว พร้อมทั้งส่งเอกสารชี้แจงว่านำเข้าและเสียภาษีอย่างไร             

"การจดทะเบียนนั้น ทางวัดได้มีการเปลี่ยนทะเบียน 1 ครั้ง ซึ่งครั้งแรกเป็นเลขทะเบียน ขม 99 ต่อมาเปลี่ยนเลขทะเบียนเป็น งค 1560 โดยรถที่นำจดทะเบียนได้นั้น จะต้องเป็นรถที่สามารถใช้งานได้ ส่วนรถอีก 2 คันภายในพิพิธภัณฑ์นั้น เป็นชื่อของผู้ถวายไม่ใช่ชื่อของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ และผู้ถวายมีความประสงค์ให้นำจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ของวัด"  นายศุภภัทร์พจน์ กล่าว

จำนวนคนอ่าน 1,723 คน

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 773