"ถาวร" ลั่นไม่ย้ายเวทีอนุสาวรีย์ชัยฯ แม้โดนบึ้ม

สั่งคุมเข้มความปลอดภัย 24 ชม. แจงขนมวลชนปิดสำนักงานใหญ่ ธ.ออมสิน กดดันไม่ให้ออกเงินกู้ให้รัฐบาลใช้โครงการรับจำนำข้าว

เมื่อวันที่ 20 ม.ค. ที่เวทีการชุมนุมของ กลุ่มกปปส. บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการชุมนุมตลอดครึ่งวันเช้า มีมวลชนค่อนข้างบางตา การจราจรโดยรอบ รถยนต์สามารถเคลื่อนตัวได้คล่องมาก ทั้งในถนนราชวิถี จากสี่แยกตึกชัย มายังอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ไปสู่ถนนพหลโยธิน ถนนดินแดง และถนนพญาไท ขณะที่สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส ยังให้บริการประชาชน สำหรับร้านค้าบริเวณป้ายรถโดยสารประจำทางฝั่งโรงพยาบาลราชวิถี ซึ่งอยู่หลังเวทีการชุมนุม และเป็นจุดที่เกิดเหตุระเบิดเมื่อวันที่ 19 ม.ค.ที่ผ่านมานั้น บางส่วนปิดร้าน ซึ่งบางร้านมีกระจกแตกร้าวที่เป็นผลจากแรงระเบิด ขณะที่ผู้ชุมนุมได้นำแผงเหล็กปิดกั้น ไม่ให้เดินผ่านซอกระหว่างร้านค้าด้านหลังเวที รวมถึงมีการเพิ่มจุดประจำของการ์ดอาสามากขึ้น

ทั้งนี้ นายถาวร เสนเนียม แกนนำ กปปส. แถลงก่อนนำมวลชนเคลื่อนไปปิดธนาคารออมสิน สำนักงานใหญ่ ว่าเป็นเพราะรัฐบาลไม่มีเงินจ่ายในโครงการรับจำนำข้าว จึงจำเป็นต้องกู้เงินจากธนาคารออมสิน กดดันให้ธนาคารอนุมัติเงินกู้สำหรับโครงการนี้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เนื่องจากเป็นเงินออมของประชาชน รัฐบาลไม่มีสิทธิ์ที่จะใช้ธนาคารเป็นเครื่องมือ นอกจากนี้ยังได้รับข้อมูลว่าขณะนี้มีพนักงานทำงานอยู่ จึงต้องไปปิดล้อม เพื่อไม่ให้ปฎิบัติงานและเป็นการยับยั้งการปล่อยเงินให้รัฐบาล ทั้งนี้ การเคลื่อนขบวนในวันนี้มีการประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสน.บางซื่อ เพื่อขอให้ดูแลความสงบเรียบร้อยระหว่างเดินขบวนด้วย

นายถาวร กล่าวอีกว่า สำหรับมาตรการในการรักษาความปลอดภัยบริเวณรอบอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ หลังจากเกิดเหตุการณ์ระเบิดเมื่อวันที่ 19 ม.ค. ที่ผ่านมานั้น มีการประชุมร่วมกับตำรวจในพื้นที่ 3 สถานีคือ สน.ดินแดง สน.พญาไท และสน.บางซื่อ ซึ่งได้ขอความร่วมมือกับตำรวจ 3 แนวทาง คือ1.การตั้งด่านตรวจของตำรวจนั้น กปปส.ต้องการให้มีตำรวจจากพื้นที่ 3 สน.ดังกล่าวเท่านั้น เพราะตำรวจในพื้นที่จะรู้เส้นทางถนนและสถานที่ต่าง ๆ ได้ดีกว่าตำรวจนอกพื้นที่ 2.รอบพื้นที่การชุมนุมนั้น ขอให้มีตำรวจในเครื่องแบบคอยตรวจตราตลอด 24 ชั่วโมง และ 3.สำหรับตำรวจนอกเครื่องแบบที่ไม่พกอาวุธนั้น ขอให้มีการคุมเข้มในการตรวจสอบให้มากกว่าเดิม ทั้งนี้ เหตุระเบิดเมื่อวันที่ 19 ม.ค.ที่ผ่านมา ตนขอขอบคุณ พล.ต.อ.เอก  อังสนานนท์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่เข้ามาตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุและจะเร่งดำเนินคดีเอาผิดคนร้าย รวมถึงขอบคุณกล้องวงจรปิดของร้านค้าในที่เกิดเหตุซึ่งบันทึกภาพคนร้าย ช่วยเป็นข้อมูลในการตามจับกุมตัวต่อไป

นายถาวร กล่าวว่า จากการติดตามในเบื้องต้น พบว่าคนร้ายหนีกบดานบริเวณถนนจรัญสนิทวงศ์ 33 คาดว่าตำรวจรู้ตัวผู้ก่อเหตุได้ภายใน 3 วัน และจะออกหมายจับได้ นอกจากนี้ระเบิดที่ใช้ก่อเหตุบริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เป็นชนิดเดียวกับเหตุการณ์ที่ถนนบรรทัดทอง เมื่อวันที่ 17 ม.ค.ที่ผ่านมา และเป็นระเบิดที่กลุ่ม นปช.เคยใช้เมื่อปี 2553 อย่างไรก็ตาม ตนยืนยันว่าจะไม่มีการย้ายเวที แม้มีเหตุรุนแรง แต่จะเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยให้มากขึ้นกว่าเดิม

จากนั้น เมื่อเวลา 10.30 น. นายถาวร ได้นำผู้ชุมนุมและกลุ่มสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์(สรส.) เคลื่อนขบวนไปทางถนนพหลโยธิน สู่ธนาคารออมสิน สำนักงานใหญ่ ที่สี่แยกสะพานควาย โดยมีพนักงานออมาสินบางส่วน ได้มาร่วมเป่านกหวีดก่อนเคลื่อนขบวนด้วย.