โฆษก พท.ชี้ “มาร์ค” สร้างเงื่อนไขบอยคอต

โฆษก พท.ชี้ “มาร์ค” สร้างเงื่อนไขบอยคอต ชี้ “มาร์ค” สร้างเงื่อนไขบอยคอตอีกรอบหลังให้นายกฯ เจรจา “สุเทพ”

 เมื่อวันที่ 22 มี.ค. นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.บริหารกิจการเลือกตั้งระบุว่า เมื่อการเลือกตั้งเป็นโมฆะ รัฐบาลต้องรับผิดชอบงบประมาณที่สูญไป 3 พันกว่าล้านบาท ซึ่งสอดคล้องกับที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกปปส.ปราศรัยบนเวทีให้รัฐบาลรับผิดชอบว่า เป็นคำพูดของคนที่ไม่รับผิดชอบทั้งคู่หรือไม่เพราะกกต.โดยเฉพาะนายสมชัยมีอำนาจตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายประกอบการเลือกตั้งในการจัดการเลือกตั้งเพียงผู้เดียวรัฐบาลเป็นเพียงสนับสนุนงบประมาณ เครื่องมือและบุคลากรดังนั้นสิ่งที่นายสมชัยเรียกร้องรัฐบาลนั้นเป็นการโยนบาปให้รัฐบาลแบบไม่มีความรับผิดชอบหรือไม่ทั้งที่ผู้สมัครทั้ง 53 พรรคการเมืองได้ทำหน้าที่แล้วมีเพียง กกต.ที่ไม่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังจึงเกิดปัญหาขณะที่นายสุเทพและพวกดำเนินการขัดขวางการเลือกตั้งอย่างชัดเจน แต่กกต.ก็ไม่แจ้งความเอาผิดกระทั่งมีการร้องทำให้เลือกตั้งเป็นโมฆะ สะท้อนการทำหน้าที่ของ กกต.ว่า กระทำขัดกฎหมายเลือกตั้งไม่มีประสิทธิภาพจัดการเลือกตั้งหรือไม่

 

“ดังนั้นกกต.ต้องรับผิดชอบทั้งทางแพ่งและอาญาในความเสียหายของงบประมาณจัดการเลือกตั้ง 3 พันกว่าล้านบาทรวมทั้งค่าใช้จ่ายของพรรคการเมืองและผู้สมัครทั้งหมด และขอให้ กกต.แสดงสปิริตโดยการลาออกอยู่ไปก็อายเปล่าๆขณะที่นายสุเทพและพวกรวมทั้งสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ที่ร่วมขัดขวางการเลือกตั้งต้องรับผิดชอบทั้งทางแพ่งและอาญาด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ที่นายสุเทพระบุว่าให้ประชาชนร่วมกันฟ้องร้องนายกฯทั้งที่ปัญหาเกิดจากการกระทำของนายสุเทพเอง ถือเป็นเรียกร้องอย่างหน้าด้านๆไร้ยางอายหรือไม่ นายสุเทพอย่าปัดสวะให้รัฐบาล เมื่อเป็นลูกผู้ชาย เป็นผู้นำกล้าทำต้องกล้ารับ ” นายพร้อมพงศ์ กล่าว

นายพร้อมพงศ์ กล่าวถึงกรณีที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ ว่า จะลงเลือกตั้งหรือไม่นั้น ขอให้นายกฯ ไปเจรจากับนายสุเทพก่อนว่า แปลกใจที่คนเป็นถึงหัวหน้าพรรคมีวุฒิภาวะ แต่กลับให้สัมภาษณ์แบบไร้วุฒิภาวะความเป็นผู้นำ ให้ไปเจรจากับผู้ที่ถูกศาลอาญาออกหมายจับข้อหากบฏซึ่งอาจถูกร้องเรียนได้ว่าปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ทั้งนี้อยากถามนายอภิสิทธิ์ว่าเป็นหัวหน้าพรรคหรือเป็นลูกน้องนายสุเทพกันแน่ทำไมนายอภิสิทธิ์ไม่ไปคุยกับนายสุเทพและ แกนนำกปปส.ซึ่งเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ แต่กลับโยนภาระมาให้นายกฯ และรัฐบาลอ้าปากก็เห็นลิ้นไก่ นายอภิสิทธิ์กำลังสร้างเงื่อนไขการบอยคอตเลือกตั้งอีกหรือไม่โดยอ้างว่าเป็นเพราะนายกฯ ไม่พูดคุยกับนายสุเทพก่อนการเลือกตั้งก็อาจจะไม่สงบเลยจะไม่ลงเลือกตั้งอีก ตนมองว่าเงื่อนไขดังกล่าวมีนัยยะและเป็นเกมของนายอภิสิทธิ์ที่จะไม่ลงเลือกตั้งหรือไม่หากนายอภิสิทธิ์อยากปฏิรูปประเทศสอดคล้องกับความต้องการของ กปปส.ขอให้ประกาศออกมาเป็นนโยบายพรรคแล้วนำมาหาเสียงเพื่อให้ประชาชนลงคะแนนให้ยังจะเป็นรูปธรรมมากกว่าการบอยคอตการเลือกตั้งซ้ำซาก.