ผ่าโลกวันอาทิตย์

สงครามไซเบอร์จีน-สหรัฐอเมริกา

ทางการสหรัฐระบุตรง ๆ เลยว่า สมาชิกหน่วยทหาร 61398 แห่งกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน ซึ่งมีฐานอยู่ในแถบชานนครเซี่ยงไฮ้ทางทิศเหนือ เป็นฝ่ายจารกรรมข้อมูลลับ สำนักงานสอบสวนกลาง (เอฟบีไอ) และหน่วยงานข่าวกรองทางอิเล็กทรอนิกส์ของสหรัฐ

นับเป็นการเผชิญหน้าโดยตรงมากที่สุดของรัฐบาลสหรัฐภายใต้การนำโดยประธานาธิบดีบารัค โอบามา กับจีนต่อกรณีการจารกรรมข้อมูลลับ โดยกระทรวงยุติธรรมสหรัฐเป็นหัวหอกในการชนกับรัฐบาลจีนแถลงว่าทหารสังกัดกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน (พีแอลเอ) 5 นาย ทำความผิดเข้าไปเจาะข้อมูลและจารกรรมความลับทั้งเศรษฐกิจและการค้าของกิจการสหรัฐหลายแห่งทั้งเครือข่ายเวสติงเฮาส์ อิเล็คทริค, ยูไนเต็ด สเตทส์ สตีล คอร์ปอเรชั่น และอีกหลายบริษัท

ทางการสหรัฐระบุตรง ๆ เลยว่า สมาชิกหน่วยทหาร 61398 แห่งกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน ซึ่งมีฐานอยู่ในแถบชานนครเซี่ยงไฮ้ทางทิศเหนือ เป็นฝ่ายจารกรรมข้อมูลลับ สำนักงานสอบสวนกลาง (เอฟบีไอ) และหน่วยงานข่าวกรองทางอิเล็กทรอนิกส์ของสหรัฐ ได้ติดตามแกะรอยการเคลื่อนไหวของกลุ่มแฮกเกอร์ดังกล่าว จนล่วงรู้ว่า แฮกเกอร์เหล่านี้ทำงานอยู่ในสำนัก งานใหญ่บริเวณถนนต้าตง เป็นอาคารสูง 12 ชั้น มีการรักษาความปลอดภัยอย่างหนาแน่นใกล้สนามบินนครเซี่ยงไฮ้

กระทรวงการต่างประเทศจีนออกแถลงการณ์ระบุการเชิญนายแม็กซ์ เบาคัส เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำกรุงปักกิ่ง เข้าพบที่กระทรวง เพื่อรับหนังสือประท้วงอย่างเป็นทางการ กรณีรัฐบาลสหรัฐตั้งข้อหาทหารสังกัดกองทัพปลดปล่อยประชาชน  5 นาย ฐานก่อ “สงครามไซเบอร์” จารกรรมข้อมูลลับของบริษัทด้านนิวเคลียร์และเทคโนโลยีของสหรัฐ 6 แห่ง เนื่องจากเป็นข้อกล่าวหาที่อ้างอิงจากข้อมูลของสหรัฐเพียงฝ่ายเดียว ซึ่งหลักฐานอาจยังไม่มีน้ำหนัก หรือเป็นการปั้นแต่งเรื่องราวเพื่อแสวงหาให้ได้ผลประโยชน์ส่วนตน

เช่นเดียวกับกระทรวงกลาโหมจีนออกแถลงการณ์ปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าวของรัฐบาลสหรัฐ พร้อมกับเตือนว่า ความเคลื่อนไหวของวอชิงตันจะเป็นจุดเริ่มต้นของการทำลายความสัมพันธ์อันดีทางการทหารระหว่างทั้งสองประเทศ และเรียกทูตทหารสหรัฐเข้าพบเพื่อยื่นหนังสือประท้วงในสิ่งที่จีนระบุว่า เป็นการกระทำที่ละเมิดความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลอย่างร้ายแรงและทำลายชื่อเสียงภาพลักษณ์อันดีของกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน ท่าทีแข็งกร้าวของจีนมีขึ้นหลังนายเอริค โฮลเดอร์ รมว.กระทรวงยุติธรรมสหรัฐ ประกาศตั้งข้อหาทหาร

พีแอลเอ 5 นาย ฐานร่วมกันจารกรรมข้อมูลลับทางอินเทอร์เน็ตจากระบบฐานข้อมูลของบริษัท 6 แห่ง ในจำนวนนี้รวมถึง ยูเอส สตีล คอร์ป เวสติงเฮาส์ และโซลาร์เวิลด์ ซึ่งบริษัทเหล่านี้ล้วนมีชื่อเสียงในวงการเทคโนโลยีและนิวเคลียร์ของสหรัฐ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ที่รัฐบาลสหรัฐประกาศดำเนินคดีเจ้าหน้าที่รัฐบาลปักกิ่ง

สหรัฐยังกล่าวหาอีกว่า บริษัทต่าง ๆ ในจีนได้ว่าจ้างหน่วยแฮกเกอร์ของกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีนสร้างฐานข้อมูลลับเพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลของบริษัท และแฮกเกอร์ที่เจาะเครือข่ายเวสติงเฮาส์เพื่อสืบหายุทธศาสตร์ของบริษัทอเมริกันที่เจรจากับบริษัทลงทุนแห่งหนึ่งของรัฐบาลจีน จนสามารถขโมยข้อมูลอีเมล 700,000 หน้า รวมทั้งข้อมูลจากซีอีโอ

ประธานาธิบดีโอบามา และนายชัค เฮเกล รมว.กลาโหมสหรัฐ ได้พยายามเดินเกมทางการทูตกับจีน และหาทางเจรจาเกี่ยวกับบรรทัดฐานของปฏิบัติการในไซเบอร์สเปซ แต่การตัดสินใจของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐเพื่อพยายามสร้างความอับอายให้แก่กองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน รวมทั้งเผยโฉมหน้าเจ้าหน้าที่จีนว่าเป็นนักโจมตีทางไซเบอร์ที่ต้องการตัวมากที่สุดโดยเอฟบีไอ

จีนถือเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ของอเมริกา โดยในเดือน ก.พ. จีนครองพันธบัตรสหรัฐคิดเป็นมูลค่า 1.27 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ จิน คันหรง รองคณบดีภาควิชาศึกษาระหว่างประเทศแห่งมหาวิทยาลัยเหรินหมินในกรุงปักกิ่ง กล่าวว่า หากจีนไม่คืนพันธบัตร คาดว่า รัฐบาลจีนจะต้องตอบโต้ ทุกวันนี้ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตส่วนใหญ่ในจีนโกรธแค้นมาก เพราะพวกเขาคิดว่า สหรัฐดำเนินการจารกรรมอย่างสองมาตรฐาน สอดคล้องกับคำกล่าวของเอ็ดเวิร์ด สโนว์เดน อดีตพนักงานสัญญาจ้างของสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐ ที่เคยกล่าวหารัฐบาลวอชิงตันกระทำการแทรกซึมบริษัทและหน่วยงานของรัฐบาลจีน

กระทรวงต่างประเทศจีนแถลงว่า จะระงับกิจกรรมต่าง ๆ ระหว่างคณะทำงานของจีนกับสหรัฐในประเด็นไซเบอร์ ขณะที่ผู้สันทัดกรณีบอกว่า ทางการสหรัฐคงไม่สามารถจับกุมผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมด 5 คน ได้ตามต้องการ เพราะรัฐบาลปักกิ่งคงไม่ยอมอย่างแน่นอนที่จะส่งตัวเจ้าหน้าที่ทหารให้แก่วอชิงตัน ทำให้เจ้าหน้าที่ 5 นาย ไม่อาจเดินทางไปอเมริกาหรือประเทศต่าง ๆ ที่มีสนธิสัญญาส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนกับสหรัฐ

อัยการรัฐบาลกลางสหรัฐเผยว่า บริษัทที่ต้องสงสัยตกเป็นเป้าหมายโจมตีทางไซเบอร์ รวมทั้งอัลควา อิงค์, อัลลีเจนี เทคโนโลยี อิงค์, ยูไนเต็ด สเตทส์ สตีล คอร์ป, โตชิบา คอร์ป ยูนิต เวสติงเฮาส์ อิเล็คทริค โค, และโซลาร์เวิลด์เอจี

เจ้าหน้าที่สำนักข่าวซินหัวของทางการจีนเผยผ่านทางไมโครบล็อกว่า จีนจะเริ่มตรวจสอบระบบคอมพิวเตอร์ที่ใช้ตามหน่วยงานของรัฐบาลเพื่อปกป้องข้อมูลที่อ่อนไหว ท่ามกลางความขัดแย้งเกี่ยวกับการจารกรรมทางไซเบอร์กับสหรัฐ การตรวจสอบดังกล่าวจะพุ่งเป้าไปยังเทคโนโลยีที่มีความสำคัญต่อความมั่นคงแห่งชาติและผลประโยชน์ของประชาชน

จะว่าไปแล้วสงครามไซเบอร์ระหว่างสองมหาอำนาจโลกอย่างจีนกับสหรัฐไม่ใช่เพิ่งเกิด แต่มีขึ้นอย่างต่อเนื่อง และจีนกล่าวหาสหรัฐจารกรรมข้อมูลจากเว็บไซต์ทางทหารนับแสนครั้ง กระทรวงกลาโหมจีนพบว่า เว็บไซต์ของกระทรวงฯ และเว็บไซต์การทหารของจีน ได้ถูกเจาะข้อมูลเมื่อปีที่แล้วถึงเดือนละ 144,000 ครั้ง ซึ่งความถี่ยังเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา อีกทั้งยังพบว่า ส่วนใหญ่นักเจาะข้อมูลมาจากต่างประเทศ โดยเฉพาะสหรัฐมากถึงร้อยละ 62.9 นอกจากนี้ กระทรวงกลาโหมจีนยังระบุถึงการรายงานของสื่อสหรัฐ ที่ว่าทางการสหรัฐ มีแผนที่จะอนุมัตินโยบายให้สามารถโจมตีสงครามไซเบอร์ได้ก่อน ซึ่งจีนคาดหวังว่า สหรัฐ จะมีคำอธิบายเรื่องนี้

สุดท้ายโฆษกกระทรวงกลาโหมจีนโต้ตอบสหรัฐที่อ้างถึงหน่วยทหาร 61398 ในแถบชานนครเซี่ยงไฮ้ของจีน อยู่เบื้องหลังการจารกรรมข้อมูลทางคอมพิวเตอร์หรือแฮ็กข้อมูลของสหรัฐ โดยยืนยันว่า กองทัพจีนไม่สนับสนุนการเจาะข้อมูลใด ๆ และกฎหมายจีนก็ห้ามแฮ็กข้อมูลหรือกระทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับความมั่นคงทางอินเทอร์เน็ตด้วย สงครามไซเบอร์ระหว่างจีนกับสหรัฐยังคงต้องดำเนินต่อไปอีกนานแสนนานจนกว่าฝ่ายใดจะหาทางป้องกันได้.

วิษณุ ศิริอาชารุ่งโรจน์

ความคิดเห็น

ดูเนื้อหาในคอลัมน์ทั้งหมด