“ คณิน ” เชื่อศาลรธน.ไม่รับคำร้อง ผู้ตรวจฯ สั่ง ลต.2 ก.พ. เป็นโมฆะ

“ คณิน ” เชื่อศาลรธน.ไม่รับคำร้อง ผู้ตรวจฯ สั่ง ลต.2 ก.พ. เป็นโมฆะ ชี้ร้องผิดศาลไม่เหมือนปี 49 เหตุ รธน. 50 ให้ส่งเรื่องไปศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง

เมื่อวันที่ 8 มี.ค.ที่พรรคเพื่อไทย นายคณิน บุญสุวรรณ ผู้สมัครส.ส. บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย อดีตสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ปี 40 กล่าวถึงการที่ผู้ตรวจการแผ่นดินยื่นคำร้องของนายกิตติพงศ์ กมลธรรมวงศ์ อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ส่งต่อศาลรัฐธรรมนูญ กรณีให้การเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ. เป็นโมฆะ ว่า ไม่ทราบว่า นายกิตติพงศ์ ร้องในฐานะอะไรเพราะการเลือกตั้งเป็นกระบวนการระดับชาติต้องปฏิบัติตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญและมองไม่เห็นว่านายกิตติพงศ์เอาอะไรร้องให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ และหากศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะจริงผลที่ตามมาคือรัฐบาลต้องออกพ.ร.ฎ.เลือกตั้งใหม่ และต้องใช้เงินถึง 3,800 ล้านบาทเพื่อให้เกิดการเลือกตั้งอีกครั้ง จึงอยากถาม ว่า เงินที่ได้ใช้ไปแล้วนั้น ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ

" ไม่ทราบว่านายกิตติพงศ์ กกต. และ ผู้ตรวจการแผ่นดิน จะออกมารับผิดชอบเงินจำนวนนี้หรือไม่ อีกทั้งคนที่ไปใช้สิทธิแล้วจำนวน 20 ล้านคน ไม่ได้ทำอะไรผิด แต่จะทำให้สิทธิของพวกเขาถูกเพิกถอนเช่นนั้นหรือ นอกจากนี้ผู้สมัครรับเลือกตั้งส.ส. ก็ยังต้องรอ ว่า เมื่อไหร่กกต.จะประกาศผลการเลือกตั้ง เพราะจะได้ทำหน้าที่ได้อย่างเต็มที่ " นายคณิน กล่าวและว่า เมื่อเทียบเตียงการเลือกตั้ง 2 เม.ย.49 ที่ผู้ตรวจการฯ ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่า การเลือกตั้งครั้งนั้นเป็นโมฆะได้ เพราะขณะนั้นรัฐธรรมนูญปี 40 ไม่มีศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง มีแต่ศาลรัฐธรรมนูญจึงเปิดช่องให้ผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภาเสนอเรื่องการเลือกตั้งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้ แต่สำหรับรัฐธรรมนูญปี 50 มีศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งเกิดขึ้น ซึ่งเมื่อเกิดปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งจะต้องส่งให้ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งไม่ใช่ส่งศาลรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะอำนาจของผู้ตรวจการแผ่นดินตามรัฐธรรมนูญปี 50 นั้น ไม่ได้เปิดช่องให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยการเลือกตั้งเป็นโมฆะได้ดังนั้นเชื่อว่า ถึงที่สุดแล้วศาลรัฐธรรมนูญคงไม่รับคำร้องไว้พิจารณา เพราะเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องใหญ่ที่ส่งผลกระทบในภาพรวม

นายคณิน ยังกล่าวถึงกรณีที่ กปปส. จะยื่นศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยสถานภาพรัฐบาลรักษาการ หลังครบ 30 วัน นับจากวันเลือกตั้งว่า เป็นเพียงแค่เกม เพราะการกำหนดให้มีรัฐบาลรักษาการไม่ใช่มีเฉพาะรัฐธรรมนูญปี 50 แต่มีในรัฐธรรมนูญทุกฉบับ และรัฐธรรมนูญ มาตรา 181 ก็ยังมีผลใช้บังคับอยู่ หมายความว่าคณะรัฐมนตรีที่รักษาการอยู่ต้องอยู่ในตำแหน่งเพื่่อปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะมีคณะรัฐมนตรีชุดใหม่มารับหน้าที่แทน ไม่มีทางที่จะแปลเป็นอย่างอื่นได้เลย

นายคณิน กล่าวว่า ที่บอกว่าเป็นสุญญากาศนั้นจะเกิดขึ้นได้ต้องครบ 180 วัน ไม่ใช่ 30 วัน เราจะรอให้ถึงวันนั้นใช่หรือไม่ กกต. ต้องดำเนินการจัดการเลือกตั้งให้ได้ เพราะเป็นหน้าที่ของ กกต. เชื่อว่าหากศาลรัฐธรรมนูญจะรับคำร้องไว้พิจารณาก็รับไว้ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญเท่านั้น คงไม่วินิจฉัยให้สถานภาพของรัฐบาลหมดไป ตราบใดที่ ส.ส. ไม่ครบ 500 คน พ.ร.ฎ.เลือกตั้งยังมีผลบังคับใช้อยู่ และเป็นเหตุผลหนึ่งที่รัฐบาลจะออก พ.ร.ฎ. ซ้อนไม่ได้ ถ้าออกซ้อนก็ผิดกฎหมายทันที เพราะถ้าวินิจฉัยสถานภาพรัฐบาลหมดไปเจ๊งทันทีเลย เพราะจะกลายเป็นว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้สิ้นสภาพการบังคับแล้ว กลับกลายเป็นการบังคับโดยคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญไม่มีรัฏฐาธิปัตย์จะไปทำเช่นนั้น.