ทส.ดันแก้ปัญหาระดับชาติ "ดงพญาเย็น-เขาใหญ่"

ทส.หวั่น "ยูเนสโก" ยกเหตุลอบตัดไม้พะยูง จัดอันดับดงพญาเย็น-เขาใหญ่ ขึ้นบัญชีภาวะอันตราย ดันแก้ปัญหาระดับชาติ รอที่ประชุมมรดกโลกชี้ชะตาเดือน มิ.ย.

เมื่อวันที่ 1 พ.ค. ที่อุทยานแห่งชาติทับลาน จ.ปราจีนบุรี นายนิพนธ์ โชติบาล รักษาการอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นำสื่อมวลชนลงพื้นที่เพื่อติดตามสถานภาพการอนุรักษ์พื้นที่มรดกโลกกลุ่มป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ โดยมีการขึ้นเฮลิคอปเตอร์บินสำรวจสภาพป่า หลังศูนย์มรดกโลกได้มีหนังสือขอให้ประเทศไทยชี้แจงใน 4 ประเด็น ได้แก่ 1.กรณีการก่อสร้างทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 304  2.ผลกระทบต่อจระเข้น้ำจืดกรณีการก่อสร้างเขื่อนห้วยโสมง 3.การก่อสร้างเขื่อนในพื้นที่อุทยานแห่งชาติตาพระยา และ 4. กรณีการตัดไม้พะยูง และการได้รับบาดเจ็บของเจ้าหน้าที่ลาดตระเวน

นายนิพนธ์ กล่าวว่า ยืนยันว่ากรมอุทยานฯ ไม่ได้เพิกเฉยต่อคำเตือนของศูนย์มรดกโลกตั้งแต่ปี 2556 ซึ่งกรณีการก่อสร้างทางหลวงสาย 304 นั้น ผ่านขั้นตอนอีไอเอแล้ว และอยู่ระหว่างการเสนอคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ และครม. ส่วนกรณีเขื่อนห้วยโสมงก็ไม่กระทบกับแหล่งอาศัยของจระเข้น้ำจืด เพราะอยู่ห่างจากบริเวณน้ำท่วมถึงกว่า 15 กม. ขณะที่การก่อสร้างเขื่อนลำสะโตนในเขตอุทยานฯ ตาพระยา กรมอุทยานก็ไม่ได้อนุมัติให้กรมชลประทาน เข้ามาสำรวจพื้นที่ สำหรับประเด็นการลักลอบตัดไม้พะยูงก็ได้มีการสนธิกำลังร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ ในการปราบปรามอย่างเข้มข้น พร้อมดูแลเจ้าหน้าที่ที่ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจากการปะทะกับขบวนการลักลอบตัดไม้อย่างเต็มที่ ทั้งนี้ได้ส่งรายงานการชี้แจงทั้งหมดไปยังศูนย์มรดกโลกตั้งแต่วันที่ 22 เม.ย.ที่ผ่านมาแล้ว

ด้านนายทรงธรรม สุขสว่าง ผอ.สถาบันนวัตกรรมอุทยานฯ และพื้นที่คุ้มครอง สำนักอุทยานฯ กล่าวว่า ทราบจากองค์กรอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติระหว่างประเทศ (ไอยูซีเอ็น) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ติดตามและรายงานสถานภาพมรดกโลกต่างๆ ไปยังศูนย์มรดกโลกว่า ขณะนี้ประเด็นที่ศูนย์มรดกโลกมีความเป็นห่วงมากที่สุดคือปัญหาการลักลอบตัดไม้พะยูง ซึ่งเป็นประเด็นเดียวที่อาจจะทำให้มีการจัดสถานะมรดกโลกดงพญาเย็น-เขาใหญ่เป็นมรดกโลกในภาวะอันตราย โดยจะมีการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกที่กรุงโดฮาร์ ประเทศการ์ตา ระหว่างวันที่ 15-30 พ.ค.นี้ ดังนั้นปัญหาการลักลอบตัดไม้พะยูงจึงถือเป็นวาระแห่งชาติ ที่กรมอุทยานฯ ไม่ได้นิ่งนอนใจในการแก้ปัญหา ทั้งนี้ปัญหาการลักลอบตัดไม้พะยูงเป็นปัญหาระหว่างประเทศที่เกี่ยวพัน ทั้งการลักลอบล่าสัตว์ แรงงานข้ามชาติ การค้าข้ามพรมแดน ที่ประเทศที่เกี่ยวข้องต้องแก้ปัญหาร่วมกัน

นายทรงธรรม กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ในสัปดาห์หน้าหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกรมอุทยานฯ กรมชลประทาน กระทรวงการต่างประเทศ จะมีการประชุมร่วมกันเพื่อกำหนดท่าทีของประเทศไทยในการเตรียมการชี้แจงในที่ประชุมคณะกรรมการมรดกโลกต่อไป.