อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 6 ธันวาคม 2559

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 6 ธันวาคม 2559
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

พายุหิมะถล่มสหรัฐคร่าชีวิตกว่า 20 ศพ

อิทธิพลรุนแรงของพายุหิมะ "โจนาส" ที่เคลื่อนตัวพาดผ่านภาคตะวันออกของสหรัฐ ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วไม่ต่ำกว่า 20 ศพ และสร้างความเสียหายอย่างหนักให้แก่ระบบเศรษฐกิจของประเทศ จันทร์ที่ 25 มกราคม 2559 เวลา 07.51 น.

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากนครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 24 ม.ค. ว่าสำนักงานอุตุนิยมวิทยาสหรัฐ ( เอ็นดับเบิลยูเอส ) สามารถวัดปริมาณหิมะตกสะสมที่สวนสาธารณะเซ็นทรัล ปาร์ค ในนครนิวยอร์กได้ 68 เซนติเมตร เมื่อวันอาทิตย์ ถือเป็นระดับสูงที่สุดเป็นอันดับ 2 ในประวัติศาสตร์ของนครนิวยอร์ก นับตั้งแต่มีการบันทึกสถิติเมื่อปี 2412 และปริมาณหิมะตกสะสมในกรุงวอชิงตันอยู่ที่ราว 55 เซนติเมตร

ขณะเดียวกัน อิทธิพลรุนแรงของพายุหิมะ "โจนาส" หรือที่ชาวอเมริกันตั้งชื่อเล่นให้ว่า "สโนว์ซิลลา" ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อระบบขนส่งมวลชนทั้งการเดินรถไฟและรถประจำทาง ที่ให้บริการได้อย่างจำกัด เนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นจัดอาจสร้างความเสียหายต่อระบบราง ด้านสายการบินหลายแห่งยกเลิกเที่ยวบินรวมกันแล้วมากกว่า 12,000 เที่ยว นับตั้งแต่วันศุกร์ที่ผ่านมาจนถึงวันอังคารที่ 26 ม.ค. นี้ ส่วนใหญ่ครอบคลุมเส้นทางตั้งแต่ภูมิภาคนิวอิงแลนด์ไปจนถึงรัฐนอร์ทแคโรไลนา แม้เที่ยวบินบางส่วนยังสามารถให้บริการได้แต่ต้องล่าช้ากว่ากำหนดหลายชั่วโมง

ในส่วนของจำนวนผู้เสียชีวิตจากสภาพอากาศเลวร้ายครั้งนี้อยู่ที่อย่างน้อย 25 ศพ นับตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว โดยสาเหตุของการเสียชีวิตส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุทางรถยนต์ ส่งผลให้ทางการของหลายรัฐประกาศขอความร่วมมือให้ประชาชนเลี่ยงการเดินทางที่ไม่จำเป็น

ด้านสำนักงานบริหารบุคลากรของสหรัฐ ( โอพีเอ็ม ) ออกแถลงการณ์เรื่องการปิดสถานที่ราชการทุกแห่งในกรุงวอชิงตันอย่างน้อย 1 วัน ในวันจันทร์ที่ 25 ม.ค. ส่วนสภาคองเกรสเลื่อนการประชุมและลงมติทั้งในระดับสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาออกไปจนถึงวันที่ 1 ก.พ. ทั้งนี้ มีการวิเคราะห์ด้วยว่า อิทธิพลของพายุโจนาสอาจสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจให้แก่ภาคตะวันออกของสหรัฐระหว่าง 585-850 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 21,177-30,770 ล้านบาท )

คลิปประกอบ : CNN

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 467