อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 1 ตุลาคม 2559

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 1 ตุลาคม 2559
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

'โรคศีรษะเล็ก' ในบราซิลเพิ่มสูงกว่า 500 ราย

ผู้ป่วยโรคศีรษะเล็กในบราซิลเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและรวดเร็วเป็น 508 ราย เมื่อวันพุธ ขณะที่งานวิจัยล่าสุดเผยไวรัสซิกาสามารถเข้าไปในรกได้ แต่ยังไม่ยืนยันความเชื่อมโยง พฤหัสบดีที่ 18 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา 09.18 น.

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงบราซิเลีย ประเทศบราซิล เมื่อวันที่ 18 ก.พ. ว่า กระทรวงสาธารณสุขบราซิล รานงานเมื่อวันพุธ ตัวเลขของทารกในครรภ์ที่พบว่ามีภาวะศีรษะเล็ก (microcephaly) เพิ่มขึ้นเป็น 508 ราย จากเดิม 462 รายเมื่อวันศุกร์ ขณะที่อีก 3,935 รายยังอยู่ในข่ายต้องสงสัย ทั้งนี้ ในจำนวนผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยัน เกือบร้อยละ 40 พบในช่วง 6 สัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่มีการแพร่ระบาดรุนแรงของไวรัสซิกา ขณะนี้มีเพียง 2 จาก 27 รัฐเท่านั้นที่ยังไม่มีรายงานการพบทารกที่เป็นโรคศีรษะเล็ก

โรคศีรษะเล็ก เป็นภาวะที่สมองและกระโหลกศีรษะของทารกพัฒนาไม่สมบูรณ์ระหว่างอยู่ในครรภ์ จากรูปการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้เชื่อได้ว่าการแพร่ระบาดของไวรัสซิกา มีความเชื่อมโยงกับการเพิ่มขึ้นของผู้ป่วยโรคศีรษะเล็ก รวมถึงโรคเกี่ยวกับระบบประสาทอย่างโรคกิลแลง-บาร์เร ด้วย แต่ยังไม่มีหลักฐานยืนยันที่แน่ชัด ซึ่งองค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) กำลังอยู่ในระหว่างการศึกษาวิจัยเพิ่มเติมเกี่ยวกับความเชื่อมโยงดังกล่าว

ทั้งนี้ เมื่อวันพุธที่ผ่านมา นางอานา เดอ ฟิลิปปิส นักวิจัยจากสถาบันออสวาลโด ครูซ ในเมืองริโอเดจาเนโรของบราซิล เผยผลการศึกษาในวารสารทางการแพทย์แลนเซ็ต อินเฟ็คชัน ดีซิส ระบุว่า พบไวรัสในน้ำคร่ำของหญิงตั้งครรภ์ 2 ราย ที่แสดงอาการของไข้ซิกา และได้รับการยืนยันว่าทารกมีภาวะศีรษะเล็ก ขณะที่การตรวจหาเชื้อในตัวอย่างเลือดและปัสสาวะมีผลเป็นลบ ผลดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า เชื้อไวรัสสามารถผ่านเข้าไปในรกได้ อย่างไรก็ตาม ยังไม่สามารถยืนยันแน่ชัดได้ว่าไวรัสเป็นต้นเหตุของการเกิดภาวะศีรษะเล็กในทารก จนกว่าจะทราบถึงกลไกทางชีวภาพที่เชื่อมโยงสองสิ่งนี้

ที่ผ่านมา การเกิดภาวะศีรษะเล็กถูกเชื่อมโยงเข้ากับปัจจัยต่างๆ ที่หลากหลาย เช่น ความผิดปกติทางพันธุกรรม การเป็นพิษจากสารเคมีหรือยา ภาวะทุพโภชนาการในมารดา และการติดเชื้อไวรัสและแบคทีเรียที่สามารถผ่านเข้าไปในรกได้ เช่น เอชไอวี เริม หรือไวรัสที่มียุงเป็นพาหะอย่างชิคุนกุนยา โดยปกติแล้ว ในแต่ละปีมีรายงานผู้ป่วยโรคศีรษะเล็กราว 150 ราย แต่ตัวเลขในปี 2558 ที่ผ่านมา เพิ่มขึ้นราว 20 เท่าของตัวเลขเมื่อปีก่อนหน้า.

คลิปประกอบ : DNews

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 286