อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 26 สิงหาคม 2559

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 26 สิงหาคม 2559
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

ปีทองของอีคอมเมิร์ซไทย

นับตั้งแต่ประเทศไทยเปิดบริการ 3G ราว 2 ปีก่อน ทำให้อีคอมเมิร์ซไทยเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง วันนี้คอลัมน์ตลาดออนไลน์ได้รวบรวมเหล่ากูรูแวดวงค้าขายออนไลน์ถึงทิศทางตลาดอีคอมเมิร์ซปี 2559 พุธที่ 30 ธันวาคม 2558 เวลา 04.09 น.

นับตั้งแต่ประเทศไทยเปิดบริการ 3G ราว 2 ปีก่อน ทำให้อีคอมเมิร์ซไทยเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง วันนี้คอลัมน์ตลาดออนไลน์ได้รวบรวมเหล่ากูรูแวดวงค้าขายออนไลน์ถึงทิศทางตลาดอีคอมเมิร์ซปี 2559

แฟชั่น-อุปกรณ์ไอทียังขายดี

คุณภาวุธ พงษ์วิทยภานุ กรรมการบริหารและผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ Tarad.com หรือ ราคูเท็นตลาดดอทคอม กล่าวว่า เทรนด์สินค้าออนไลน์ในปี 2559 นั้น สินค้าที่กำลังมาแรงและได้รับความสนใจคือสินค้าประเภทเทคโนโลยี โดยเฉพาะอุปกรณ์สมาร์ทโฟนเพราะการมาของ 4G จะเป็นตัวกระตุ้นให้คนหันมาใช้สมาร์ทโฟนและอุปกรณ์ไอทีมากขึ้น

นอกจากนี้ ยังรวมไปถึงแก็ดเจ็ตเพื่อสุขภาพอย่างสมาร์ทวอชและแก็ดเจ็ตจำพวก Activity Tracker ซึ่งเป็นกลุ่มที่เติบโตอย่างน่าจับตามองเนื่องจากในปีที่ผ่านมาหลากหลายแบรนด์ได้ปล่อยรุ่นเด็ด ๆ ออกมาแข่งขันกันมากมาย

ทั้งนี้ สินค้าที่ยังคงได้รับความนิยมตลอดมาอย่างประเภทแฟชั่น เสื้อผ้า เครื่องสำอาง กระเป๋าถือผู้หญิงก็จะเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะผู้หญิงหันมาซื้อสินค้าประเภทนี้ผ่านออนไลน์มากขึ้น

สำหรับทิศทางการเลือกสินค้าเข้ามาขายที่ราคูเท็นฯ จะยังคงเน้นสินค้าที่เข้ากับไลฟ์สไตล์และรุกตลาดต่างจังหวัดมากขึ้นกว่าที่ปีผ่านมา เนื่องจากทางเว็บไซต์ได้พัฒนาบริการเก็บเงินปลายทาง หรือ Cash onDelivery ที่ลูกค้าสามารถรับกับมือและเห็นสินค้าก่อนจ่ายเงิน เพิ่มความมั่นใจก่อนทำการชำระเงินปลายทาง

นอกจากนี้ ราคูเท็นฯ ยังได้วางกลยุทธ์เพื่อรับมือกับผู้ซื้อในระดับอาเซียน โดยเปลี่ยนแปลงแพลตฟอร์มเว็บไซต์เพื่อเข้าสู่ระดับ Global Platform ซึ่งส่งผลดีต่อการเข้าถึงลูกค้าทั้งในประเทศและทั่วทั้งอาเซียน เป็นการยกมาตรฐานของอีคอมเมิร์ซแพลตฟอร์ม ตามมาตรฐานระดับโลก ทั้งในแง่ของรูปแบบเว็บไซต์ที่ค้นหาสินค้าได้ง่ายขึ้นและความง่ายของการเข้าถึงร้านค้าทั่วโลกของราคูเท็นฯ ด้วยบัญชีสมาชิกเดียวกัน

4G เปลี่ยนพฤติกรรมผู้ซื้อ

คุณอเล็กแซนดรอ บิสชินี ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหาร บริษัท ลาซาด้า ประเทศไทย กล่าวว่า ปีหน้าคนไทยจะมีพฤติกรรมการซื้อขายออนไลน์เพิ่มมากขึ้น เนื่องจากการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต และการเพิ่มขึ้นของเครื่องดีไวซ์รองรับ 4G และด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า ทำให้การซื้อขายสินค้าแบรนด์เนมผ่านออนไลน์มากขึ้นและผู้ซื้อไม่ต้องเสียเวลาเดินทางด้วย

คุณเทเรนซ์ แพง ผู้อำนวยการบริหารประจำภูมิภาค บริษัท ช้อปปี้ จำกัด ผู้ให้บริการแอพพลิเคชั่น ช้อปปี้ (shopee) สำหรับตลาดโซเชียลคอมเมิร์ซในประเทศไทย ระบุว่า ปีหน้าประเทศไทยถือเป็นสังคมโซเชียลมีเดีย เป็นสิ่งที่ใหญ่มาก ๆ การเพิ่มขึ้นของจำนวนโทรศัพท์มือถือต่าง ๆ จะเพิ่มมากขึ้น

ดังนั้น จึงเชื่อมั่นว่าตลาดการซื้อขายสินค้าออนไลน์จะเติบโตได้อีกมาก อีกทั้งปัจจัยทางด้านการขยายให้บริการ 4G ที่ผู้ให้บริการจะเปิดให้บริการ ส่งผลให้การซื้อขายสินค้าออนไลน์เกิดขึ้นได้ทุกที่ทุกเวลาและในส่วนของอีคอมเมิร์ซจะยิ่งเติบโตมากขึ้นเรื่อย ๆ

หาข้อมูลออนไลน์ก่อนซื้อ

คุณวรรณา สวัสดิกูล ประธานกรรมการบริหารฝ่ายธุรกิจออนไลน์โลตัส ที่มีทั้งหน้าร้านออนไลน์ของตัวเอง และหน้าร้านบนลาซาด้า ระบุว่า โลตัสต้องการที่ยืนบนโลกออนไลน์ แทนที่จะเป็นหน้าร้านอย่างเดียว ทำให้เข้าใจผู้บริโภคว่าสินค้าบางชิ้นขายไม่ดีทางออฟไลน์ เพราะมีพื้นที่จัดแสดงบนหน้าชั้นน้อย แต่ออนไลน์อาจจะขายดีเพราะสามารถให้ข้อมูลรายละเอียดได้มากกว่า มีการนำเสนอสินค้าทำให้ขายดีขึ้น

ซึ่งโลตัสได้มองเห็นทิศทางการเปลี่ยนแปลงในเรื่องดิจิตอลที่กำลังเกิดขึ้น จากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลง และความอดทนของลูกค้าที่น้อยลง ไม่ชอบใช้บริการอะไรที่ต้องรอนาน ๆ เช่น ไม่รอต่อคิวในการกดเงินที่ตู้เอทีเอ็ม แต่จะหันไปใช้โมบายแบงกิ้งแทน เป็นต้น

“ปัจจุบันเมื่อเห็นโฆษณาทางทีวี ลูกค้าจะค้นหาข้อมูลทางออนไลน์ เพื่อซื้อสินค้า หรือการหาข้อมูลก่อนการไปซื้อสินค้าที่ร้าน ซึ่งสื่อออนไลน์ต่าง ๆ ช่วยทำให้ลูกค้ารับรู้ข้อมูลมากขึ้น และปัจจุบันผู้บริโภคตัดสินใจซื้อสินค้าจากการรับฟังความเห็นของคนที่ไม่รู้จักในโลกออนไลน์” คุณวรรณา กล่าว

อีคอมเมิร์ซโต การฉ้อโกงโตตาม

ดร.รัฐศาสตร์ กรสูต ผู้อำนวยการอาวุโส สำนักส่งเสริมธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) (สพธอ.) หรือ เอ็ตด้า กล่าวว่า เมื่ออีคอมเมิร์ซมีการเติบโตขึ้น สิ่งที่เอ็ตด้าจะต้องแก้ไขคือปัญหาทางด้าน ความปลอดภัยทางไซเบอร์

จากการสำรวจการใช้อินเทอร์เน็ต พบว่าผู้บริโภคไทยใช้โมบายเข้าถึงอินเทอร์เน็ต 80% และใช้คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ 40% ซึ่งเมื่อ 4G มาจะทำให้การใช้งานมีมากขึ้น โดยเฉพาะการทำธุรกรรมทางการเงินเช่นการเข้าหาข้อมูลในเรื่องของหุ้น การจองตั๋วเครื่องบิน และการทำธุรกรรมที่เกี่ยวกับการเงิน

นอกจากนี้ เมื่อสมาร์ทโฟน 4G เข้ามาจะทำให้พฤติกรรมที่เคยใช้ซีพี เข้าถึงอินเทอร์เน็ตจะเปลี่ยนมาเป็นการใช้โมบายในการดูหุ้นและการทำธุรกรรมทางการเงินแทน โดยเฉพาะการคิดค้นพบแอพพลิเคชั่นที่จะมาย่อส่วนแบบฟอร์มลงโมบายแทน และการใช้งานง่ายขึ้นเพื่อให้เสมือนกับการใช้งาน
ผ่านซีพี

“ปัจจุบันก็มีการใช้งานผ่านสมาร์ทโฟนเกี่ยวกับวงการหุ้นอย่างแพร่หลายแล้ว และยิ่ง 4G เปิดให้บริการก็จะช่วยให้กําลังการใช้งานเร็วขึ้นการลงทุนในธุรกรรมออนไลน์ก็จะเพิ่มขึ้นด้วย เพราะบางครั้งไฟล์ขนาดใหญ่ในการเทรดหุ้นหรือดูข้อมูลออนไลน์ก็มีขนาดใหญ่ถึง 1 ถึง 2 เมกะบิต เมื่อเครื่อง 4G เข้ามาจะช่วยให้การใช้งานมีประสิทธิภาพมากขึ้น” ดร.รัฐศาสตร์ กล่าว

ทั้งนี้ สิ่งที่ภาครัฐต้องเข้ามาจัดการคือความเชื่อใจ ซึ่งจากข้อมูลมีร้านเพียง 1% ที่เป็นร้านค้าไม่ดี แต่ร้านเหล่านี้ก็ทำให้เกิดภาพเสียหายกับอีคอมเมิร์ซ และเกิดกระทู้บานปลายทำให้คนไม่อยากซื้อสินค้าออนไลน์ ซึ่งรัฐบาลก็ต้องสนับสนุนการค้าขายออนไลน์เพราะเป็นช่องทางสำคัญที่ทำให้เกิดการกระจายรายได้ไปสู่ภาคการผลิตขนาดเล็ก หรือ SME ที่ไม่มีหน้าร้านในร้านค้าปลีกขนาดใหญ่

ดร.รัฐศาสตร์ กล่าวต่อว่า สิ่งที่เอ็ตด้าทำคือสร้างศูนย์รับเรื่องร้องเรียนการซื้อขายสินค้าออนไลน์ หรือ Online Complaint Center (OCC) ไว้รับเรื่องและไกล่เกลี่ยปัญหาที่เกิดขึ้นเพื่อไม่ให้เกิดการฟ้องร้องต่อศาล ให้ผู้บริโภคมีช่องทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจากการซื้อของออนไลน์ได้ง่ายขึ้น

โดยนอกจากจะร้องเรียนผ่านทางเว็บไซต์ได้แล้ว ยังร้องเรียนผ่านสายด่วน 0-2123-1223 ได้อีกด้วย ขณะนี้อยู่ระหว่างขยายการบริการให้ครอบคลุมต่อไป และต่อจากนี้เอ็ตด้ายังพิจารณาเรื่องประกันสำหรับเปลี่ยนคืนสินค้า เพื่อให้ผู้ค้ารายเล็กสามารถจัดการกับปัญหาหลังการจัดส่งได้ดีขึ้นด้วย

เปิดแอพรับอีคอมเมิร์ซโต

นางสมร เทิดธรรมพิบูล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ อาวุโส รักษาการในตำแหน่ง กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด หรือ ปณท กล่าวว่า ด้วยการเติบโตของธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ทำให้การส่งพัสดุหรือสินค้าเพิ่มมากขึ้น การทำงานหน้าเคาน์เตอร์ของไปรษณีย์ไทยก็เพิ่มมากขึ้นด้วย และอาจทำให้การทำงานช้าลงเพราะจำนวนปริมาณมากขึ้น

ดังนั้น กลางปีหน้า จะเปิดตัวแอพพลิเคชั่นรองรับสนับสนุนผู้ประกอบการอีคอมเมิร์ซ เสมือนยกบริการตั้งแต่การชั่งน้ำหนัก สแกนบาร์โค้ด คิดค่าบริการ หน้าเคาน์เตอร์มาไว้ที่บ้านผู้ประกอบการผ่านแอพพลิเคชั่นแล้วนัดเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์มารับพัสดุได้ทันที

ทั้งนี้ แอพพลิเคชั่นดังกล่าวจะช่วยสนับสนุนอีคอมเมิร์ซได้อย่างดี ช่วยสร้างความสะดวกรวดเร็วให้กับผู้ประกอบการ เพราะแต่ละวันผู้ให้บริการแต่ละรายมีการส่งสิ่งของวันละไม่ต่ำกว่า 50 ชิ้นและถ้ารายใหญ่จะเป็นหลัก 100 ชิ้น จะเสียเวลาชั่งน้ำหนัก เกิดการแออัดในที่ทำการไปรษณีย์ด้วย

แม้รัฐบาลจะพยายามอุดช่องโหว่ภัยไซเบอร์ แต่ผู้ซื้อผู้ขายก็ควรรู้ทันและระวังภัยตัวเองด้วย เพราะยิ่งเทคโนโลยีก้าวหน้าแค่ไหน ผู้ร้ายก็มักจะล้ำหน้าไปกว่าเสมอ.

กัญณัฏฐ์ บุตรดี
Kanyanat25@gmail.com

จำนวนคนอ่าน 5,722 คน

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 467