ไอที เทรนด์ปี 2559'คลาวด์-บิ๊กดาต้า-IoT-สมาร์ทโฟน-5จี'

หลากหลายความเห็นของผู้เชี่ยวชาญในวงการไอทีและดิจิตอลเกี่ยวกับแนวโน้มเทคโนโลยีที่จะเกิดขึ้นในปี 2559

หลากหลายความเห็นของผู้เชี่ยวชาญในวงการไอทีและดิจิตอลเกี่ยวกับแนวโน้มเทคโนโลยีที่จะเกิดขึ้นในปี 2559

ไอเอ็มซี” ชี้ คลาวด์-บิ๊กดาต้า-IoT-สมาร์ทโฟน มาแน่!

ดร.ธนชาติ นุ่มนนท์ ผู้อำนวยการ สถาบันไอเอ็มซี คาดการณ์แนวโน้มเทคโนโลยีที่จะได้เห็นในปี 2559 ไว้ว่ามี 10 สิ่งที่จะได้เห็น คือ

1. บริษัทต่าง ๆ ในประเทศไทยจะเริ่มมีการใช้ คลาวด์ คอมพิวติ้ง (Cloud Computing) อย่างเต็มที่ ซึ่งจากการสำรวจเรื่อง Cloud Computing in Thailand Readiness Survey ที่ทำการสำรวจจากแบบสอบถามออนไลน์และวิธีการสัมภาษณ์ ระหว่าง 1 ต.ค.- 16 พ.ย. 58 จากผู้บริหาร ผู้อำนวยการ/ผู้จัดการและพนักงานในสายไอทีและสายอื่น ๆ ในหน่วยงานภาครัฐและเอกชน จำนวน 152 ราย พบว่า ผู้ประกอบการและบริษัทต่าง ๆ พร้อมที่จะใช้งานคลาวด์ คอมพิวติ้ง ทั้งแบบ Private Cloud และ Public Cloud โดยกว่า 50% พึงพอใจกับการใช้คลาวด์ คอมพิวติ้ง เนื่องจากช่วยลดค่าใช้จ่ายและสามารถใช้ทรัพยากรได้อย่างไม่จำกัด แต่ยังมีปัญหาและอุปสรรคอยู่ที่ความกังวลเรื่องของความปลอดภัย รวมทั้งกฎระเบียบของหน่วยงานไม่เอื้อกับการใช้งานคลาวด์ ดังนั้นคาดว่าปี 2559 จะมีบริษัทจำนวนกว่า 55% ที่จะใช้คลาวด์ในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง

2. บิ๊ก ดาต้า (Big Data) มาแน่! โดยกลุ่มอุตสาหกรรมการเงิน ธนาคาร ประกันภัย เทเลคอม และค้าปลีกในไทย จะเป็นกลุ่มที่เริ่มลงทุน บิ๊ก ดาต้า เนื่องจากมีการแข่งขันกันอย่างมากในเรื่องการวิเคราะห์ข้อมูล

3. การเข้ามาของเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ 4จี จะทำให้คนไทยมีการใช้โทรศัพท์มือถือแบบสมาร์ทโฟนมากขึ้น

4.อินเทอร์เน็ต ออฟ ธิงส์ (IoT) จะยังเป็นกระแสที่อุตสาหกรรมต่างๆ ในประเทศไทยให้ความสนใจ แต่ยังไม่สามารถที่จะมีบุคลากรหรือใช้งานได้อย่างแพร่หลายในปี 2559

5.มีแนวโน้มของการปฏิวัติอุตสาหกรรมด้วย โรบอท (Robot) , ไซเบอร์ (Cyber) และการวิเคราะห์ (Analytics) แต่เนื่องจากอุตสาหกรรมไทยยังขาดความพร้อมจึงยังไม่เกิด

6.เป็นปีที่จะได้เห็นการซื้อซอฟต์แวร์แบบไลเซ่นต์ของผู้บริโภคเริ่มลดลง โดยถูกแทนที่ด้วยการซื้อซอฟต์แวร์แบบสมัครสมาชิก

7.เป็นปีที่จะมีการใช้งานคลาวด์ สตอเรจ (Cloud storage) และแอพพลิเคชั่นมากขึ้น ประกอบกับปัญหาการเดินทางไปทำงาน เช่น การจราจรที่ติดขัด จะทำให้เกิดการทำงานนอกสถานที่มากขึ้น

8.จะมีการใช้งานโมบายแบงกิ้ง และการจ่ายเงินผ่านออนไลน์ อย่างแพร่หลาย

9.จากการเปิดการค้าเสรีประชาคมอาเซียน ทำให้ผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมมีการแข่งขันมากขึ้น จึงจำเป็นต้องนำดิจิตอลเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการสื่อสารและทำการค้าแบบอีคอมเมิร์ซ

10.กระแสการออกกำลังกายของคนไทยจะกระตุ้นให้อุปกรณ์ IoT หรืออินเทอร์เน็ต ออฟ ธิงส์ ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพที่เป็นแบบสวมใส่ (Wearable Devices) เป็นที่นิยมมากขึ้น

“การเปิดใช้งานเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ 4จีจะเอื้อให้การใช้งานอุปกรณ์ไอทีแบบพกพาของคนไทยเติบโตแบบก้าวกระโดด โดยเฉพาะการใช้งานสมาร์ทโฟนที่จะเพิ่มขึ้นส่งผลให้มีการพัฒนาแอพพลิเคชั่นเพื่อสั่งงานอุปกรณ์ต่างๆ ผ่านสมาร์ทโฟน หรือที่เรียกว่าการใช้งานแบบอินเทอร์เน็ต ออฟ ธิงส์ (IoT) มีการขยายตัวตามไปด้วย นอกจากนี้ 4 จีจะเป็นปัจจัยเสริมที่ทำให้ปริมาณการใช้งานสมาร์ทโฟนของคนไทยในปี 2559 เพิ่มขึ้นเป็น 45 ล้านเครื่อง จากปัจจุบันมีการใช้งานสมาร์ทโฟน 30 ล้านเครื่อง ซึ่งจะทำให้ภาพรวมการใช้งานเทคโนโลยีในองค์กรธุรกิจและผู้บริโภคทั่วไปขยายตัวชัดเจน” ดร.ธนชาติ กล่าว

ปี 2559 ไทยเริ่มทดลอง 5จี

นายปฐม อินทโรดม ที่ปรึกษา สมาคมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศไทย (เอทีซีไอ) กล่าวถึงเทรนด์ ไอที ปี 2559 ที่คนไทยจะได้เห็นกันว่า มี 5 ข้อ ได้แก่

1. ในปี 2559 ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ของไทยจะเริ่มทดลองใช้งานเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบ 5จี ขณะที่การใช้งาน 4จีและสมาร์ทโฟนในอีก 2-3 ปีข้างหน้าจะมีการใช้งานมากถึง 60 ล้านเครื่อง

2.จะมีการใช้งานโครงข่าย แบบโครงข่ายดิจิตอล เมสช์ (Digital Mesh) หรือการเชื่อมโยงการใช้งานของอุปกรณ์สื่อสารต่าง ๆ เข้าด้วยกัน เป็นเหมือนตาข่าย

3.การเชื่อมโยงทุกข้อมูลเข้ากับทุกสิ่ง (Information of Everything) ซึ่งเป็นการนำข้อมูลทุกอย่างมาใช้ประโยชน์ เช่น นำข้อมูลการออกกำลังกายผ่านอุปกรณ์สวม ใส่ที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต เข้ากับธุรกิจ ประกันภัย และโรงพยาบาล เพื่อนำข้อมูลไป วิเคราะห์เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพ และการทำประกันภัย

4. จะเห็นการประยุกต์ใช้งาน Beacon ซึ่งเป็นการส่งข้อมูลเกี่ยวกับโปรโมชั่นของร้านค้าเข้าโทรศัพท์มือถือ เมื่อเจ้าของเลขหมายโทรศัพท์นั้นอยู่หน้าเคาน์เตอร์สินค้า หรือหน้าร้านค้า เพื่อกระตุ้นแรงจูงใจในการซื้อสินค้า

5. จะเห็นการแข่งขันที่ดุเดือดของผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือ ซึ่งจะแข่งขันกันลงลึกเรื่องของ อีโคซีสเต็มส์ (Eco System)

ปีแห่งการเปลี่ยนผ่านของโทรคมนาคม

หลังการประมูลคลื่นความถี่ 1800 เมกะเฮิรตซ์ และ 900 เมกะเฮิรตซ์ ของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.) สำหรับให้บริการ 4จี สิ้นสุดลงเมื่อเดือน พ.ย. และธ.ค.ที่ผ่านมา ความตื่นเต้นจากการมีผู้ชนะประมูลรายใหม่ก็สร้างความคึกคักให้วงการโทรคมนาคมอีกครั้ง และถือเป็นปีแห่งการเปลี่ยนผ่านการใช้งานปีหนึ่ง

นายบัญญัติ เกิดนิยม ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารและองค์กรสัมพันธ์ บริษัท อีริคสัน (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ปีหน้าจะได้เห็นการแข่งขันที่ดุเดือดของผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ และมีการแย่งฐานลูกค้าที่ใช้งานสมาร์ทโฟน ซึ่งผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ต้องขยายการใช้งานโมบายบรอดแบนด์ หรืออินเทอร์เน็ตความเร็วสูงผ่านโทรศัพท์มือถือให้เข้าถึงผู้บริโภคในทุกกลุ่ม ทั้งกลุ่มที่เป็นผู้ซึ่งก้าวสู่การใช้งานสมาร์ทโฟนครั้งแรก และกลุ่มที่มีประสบการณ์การใช้งานสมาร์ทโฟนและอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงอยู่แล้ว

รายงาน South East Asia and Oceania Report ฉบับล่าสุดของอีริคสัน ระบุว่า การใช้งานเครือข่ายโมบายในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และโอเชียเนีย (เอเชียแปซิฟิก) จะสูงเกินกว่า 1 พันล้านคน ภายในปี 2558 ซึ่งคิดเป็น 14 เปอร์เซ็นต์ของตลาดโทรศัพท์มือถือของโลก โดยเมียนมา อินโดนีเซีย และบังกลาเทศ เป็น 3 ประเทศในภูมิภาคนี้ที่ได้รับการบันทึกติด 10 อันดับแรกของโลกที่มียอดจำนวนผู้ใช้โทรศัพท์มือถือเพิ่มสูงสุดในไตรมาสที่ 3 ของปี 2558

ทั้งนี้ รายงานฉบับดังกล่าวยังระบุว่า ปัจจุบันในเอเชียแปซิฟิกมีการใช้งานโครงข่ายจีเอสเอ็มมากถึง 50% แต่ในปี ค.ศ. 2021 (พ.ศ. 2564) จะมีการใช้งานโครงข่าย 3จี คิดเป็น 30% และโครงข่าย 4จี แอลทีอี/5จี คิดเป็น 50%

สำหรับการใช้งาน 4จี แอลทีอีในประเทศไทยคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 5 เท่าในปี พ.ศ. 2561 หรือประมาณ 30 % ของจำนวนผู้ใช้โทรศัพท์มือถือทั้งหมด ซึ่งการใช้สมาร์ทโฟนในประเทศไทยจะมีจำนวนมากกว่า 90% ของจำนวนผู้ใช้โทรศัพท์มือถือทั้งหมด เพิ่มจากปี พ.ศ. 2558 ที่มีอยู่ประมาณ 60%

เมื่อดูเฉพาะการใช้งานสมาร์ทโฟนของประเทศไทย นายบัญญัติ กล่าวว่า ปีนี้มีการใช้งานสมาร์ทโฟนอยู่ที่ 62% ของจำนวนประชากร คาดว่าอีก 3 ปีข้างหน้า จะมีการใช้งานสมาร์ทโฟนเพิ่มขึ้นเป็น 92% ของจำนวนประชากร โดย 50% ของจำนวนผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนในขณะนี้เป็นผู้ที่อาศัยอยู่ในเมือง ดังนั้นจำนวนการใช้งานสมาร์ทโฟนที่กำลังจะเพิ่มขึ้นจึงเป็นการเพิ่มขึ้นของผู้ที่อาศัยอยู่นอกเมืองหรือต่างจังหวัด รวมทั้งเป็นการเปลี่ยนผ่านของกลุ่มคนที่ใช้งานระบบ 2จี เป็น 3จี และเป็นการใช้งานสมาร์ทโฟนเครื่องแรก ซึ่งผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่คงมีแพ็กเกจหรือโปรโมตที่ดึงดูดใจออกมามากมาย

นอกจากนี้ ปริมาณการใช้งานการรับส่งข้อมูล (ดาต้า) โดยเฉลี่ยต่อเดือนผ่านสมาร์ทโฟนจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก จากเฉลี่ยอยู่ที่ 1.2 กิกะไบต์ในปี พ.ศ. 2558 เป็น 9 กิกะไบต์ในปี พ.ศ. 2564 โดยมากกว่า 70% ของการรับส่งข้อมูลบนเครือข่ายโทรศัพท์มือถือเป็นการดูวิดีโอ

และในปี พ.ศ. 2561 คาดว่าผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ของเกาหลีจะเป็นประเทศแรกที่เปิดให้บริการ 5จี ในการแข่งขันวินเทอร์ โอลิมปิก เกมส์ (Winter Olympic Games 2018) ต่อด้วยประเทศญี่ปุ่นที่จะเปิดให้บริการในงานซัมเมอร์ โอลิมปิก เกมส์ ปี พ.ศ. 2563 (Summer Olympic Games 2020)

เปิด 6 เทรนด์ดิจิตอลปี’59

น.ส.วฤตดา วรอาคม หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์ดิจิทัลและฝ่ายโซเชียล เอ็ม อาร์ เอ็ม /แมคแคน (ประเทศไทย) กล่าวในหัวข้อ โลกใหม่แห่งความจริงในปี 2559 (The New Reality 2016) ว่า แนวทางของกระแสดิจิตอลที่จะเกิดขึ้นในปี 2559 แบ่งได้เป็น 6 เทรนด์ ได้แก่ 1. เกิดวัฒนธรรมการสื่อสารผ่านภาษาดิจิตอล (Digital-Born Lingo) เช่น การสื่อสารผ่านภาพอีโมจิ (Emoji) ซึ่งแต่ละประเทศจะใช้แตกต่างกัน วันนี้เฟซบุ๊กมีการกดไลค์วันละ 3.2 พันล้านครั้ง ขณะที่ 75% ของกลุ่มมิลเลนเนียมชอบสื่อสารผ่านอีโมจิ ซึ่งปี 2559 จะได้เห็นแบรนด์สินค้าต่าง ๆ ออกอีโมจิของตนเองเพื่อให้ผู้บริโภคใช้งาน

2. จะได้เห็นจุดจบของความเป็นส่วนตัว (Goodbye Privacy) เนื่องจากผู้บริโภคดิจิตอลในปัจจุบันตอบรับการเปิดเผยข้อมูลมากขึ้นเพื่อแลกกับประสบการณ์ใหม่ ๆ ที่จะได้รับ เช่น ได้ข้อมูลส่วนลดสินค้าที่ตรงกับความต้องการ 3. เป็นปีที่แบรนด์ต่าง ๆ จะนำโลกเสมือนมาใช้กับกลุ่มลูกค้าและทำให้โลกเสมือนจริงเข้ามาอยู่ในชีวิตจริงได้ (A Year Of Virtual Reality) 4. เกิดระบบนิเวศออนไลน์เพื่อการซื้อขายแบบครบวงจร (E-Commerce E-Cosystem) เช่น การค้นหาข้อมูลผ่านแอพพลิเคชั่นของโซเชียลมีเดีย นอกเหนือจากการค้นหาทางเว็บไซต์

5. แบรนด์สินค้าพูดถึงความเป็นจริงของคนทั่วไปมากขึ้น (Be-Yourself-Vertising) เป็นการก้าวผ่านการตัดสินของสังคมในรูปแบบต่าง ๆ ทำให้เกิดการยอมรับในการเป็นตัวตนที่แท้จริง โดยความไม่สมบูรณ์แบบเป็นสิ่งที่มีเสน่ห์อย่างหนึ่ง แบรนด์และสื่อต่าง ๆ ออกมามีบทบาทในการกำหนดมาตรฐานใหม่ที่พูดถึงความเป็นจริงของคนทั่วไป และ6.ดิจิตอลจะทำให้คนเกิดความเห็นอกเห็นใจกัน (Humankind) เพราะความเครียดและความปั่นป่วนทางการเมืองและสังคม ผลักดันให้คนกลับมาเห็นคุณค่าของความเป็นมนุษย์.

น้ำเพชร จันทา
@phetchan

ความคิดเห็น