อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 3 ธันวาคม 2559

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 3 ธันวาคม 2559
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

กสท-ทีโอทีปรับตัวรับ 4จี

ที่ผ่านมาคงคุ้นชื่อผู้ให้บริการมือถือ 3 ราย อย่าง เอไอเอส ดีแทค และทรู แต่ด้วยความต้องการใช้งานที่สูงของคนไทย บวกกับธุรกิจโทรคมนาคมมีรายได้สูง อังคารที่ 5 มกราคม 2559 เวลา 02.14 น.

ในยุคดิจิตอลหรือสังคมก้มหน้า เราจะเห็นว่าคนไทยโดยเฉพาะในหัวเมือง ต่างโหยหาเทคโนโลยีและการใช้งานดาต้าเป็นหลัก ผู้ให้บริการโทรคมนาคมก็ต้องแข่งขันสูงเพื่อดึงลูกค้าเช่นกัน

ที่ผ่านมาคงคุ้นชื่อผู้ให้บริการมือถือ 3 ราย อย่าง เอไอเอส ดีแทค และทรู แต่ด้วยความต้องการใช้งานที่สูงของคนไทย บวกกับธุรกิจโทรคมนาคมมีรายได้สูง และรัฐวิสาหกิจอย่าง บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) มีสินทรัพย์โทรคมนาคมมากพอจึงลงมาแข่งขันในตลาดโมบายด้วย

พ.อ.สรรพชัย หุวะนันทน์ กรรมการบริษัทและรักษาการในตำแหน่ง กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ แคท กล่าวว่า หลังจากมีการประมูล 4G เสร็จสิ้น ผู้ให้บริการจะหันไปทำตลาด 4G มากขึ้น เพราะการลงทุน 4G น้อยกว่า 3G

ล่าสุด บริษัท เรียลมูฟ จำกัด ในเครือ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ได้ขอแก้ไขสัญญาคลื่นความถี่ 850 เมกะเฮิรตซ์ บนโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบเอชเอสพีเอ ที่ทำสัญญากับ กสท ตั้งแต่วันที่ 28 ม.ค. 2554 อายุสัญญา 14 ปี เพื่อให้บริการโทรศัพท์มือถือบนเทคโนโลยีเอชเอสพีเอ หรือ 3จี จำนวน 15 เมกะเฮิรตซ์

ซึ่งเรียลมูฟได้ขออัพเกรด 4G เนื่องจากเสาโทรคมนาคมที่บีเอฟเคทีสร้างมีจำนวนเพิ่มขึ้นจากเดิม 8,000 แห่ง เป็น 14,000 แห่ง ทำให้ความสามารถในการรองรับลูกค้ามีเพิ่มขึ้น จึงต้องมีการปรับสัดส่วนการขายส่งขายต่อบริการบนโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ (เอ็มวีเอ็นโอ) จาก 80:20

ขณะนี้ กสท อยู่ระหว่างศึกษาแผนแก้ไขสัญญาเพื่อ กสท จะได้ประโยชน์มากที่สุด โดย กสท จะต้องหาเอ็มวีเอ็นโอรายใหม่ ๆ เพิ่มขึ้นได้ด้วย ซึ่งตนคาดว่าสัญญาที่แก้ไขจะแล้วเสร็จพร้อมให้เรียลมูฟเปิดให้บริการ 4G คลื่น 850 เมกะเฮิรตซ์ปลายปี 2559 โดยที่ผ่านมา กสท ได้รับรายได้จากเรียลมูฟราว 1 แสนล้านบาท เชื่อว่าอีก 10 ปี จะมีรายได้จากสัญญาอีกราว 2 แสนล้านบาท

นอกจากนี้ กสท มีแผนจะตกลงร่วมธุรกิจเสาโทรคมนาคมกับ บริษัท แจส โมบาย บรอดแบนด์ จำกัด ในเครือบริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ผู้ชนะการประมูลคลื่นความถี่ย่าน 900 เมกะเฮิรตซ์ โดยแจส ต้องการใช้เสาโทรคมนาคมของ กสท เพื่อให้บริการ 4G ราว 1,000 กว่าสถานีฐาน

อีกทั้ง กสท จะให้แจสใช้คลื่น 850 เมกะเฮิรตซ์ และกสท ขอใช้คลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์ เพื่อให้บริการ 4G แบรนด์มายด้วย ส่วนความคืบหน้าการปรับปรุงคลื่น 1800 เมกะเฮิรตซ์ เพื่อให้บริการ 4G ก็อยู่ระหว่างเจรจากับดีแทค คาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในเดือนนี้

นายวิโรจน์ โตเจริญวาณิช รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด กสท กล่าวว่า หลังแจสได้คลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์ ทำให้ กสท ต้องปรับกลยุทธ์การตลาดใหม่เพื่อเข้าถึงลูกค้า เพราะหากเป็นรายเดิม อย่าง เอไอเอส, ดีแทค และทรู แผนการตลาดก็คงไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก

ทั้งนี้ สิ่งที่น่าจับตาคือ แจส ที่มีทั้งฟิกซ์บรอดแบนด์ สื่อ อย่างโมโนบนทีวีดิจิตอลอยู่ในมือ เชื่อว่าจะต้องมีการออกโปรโมชั่นและมีแผนการตลาดที่หนักหน่วงพอสมควร การให้บริการจะต้องถูกกว่ารายเก่าเพื่อจะให้เข้ามาในตลาดอย่างแน่นอน และมองว่า ปีหน้าค่าบริการดาต้าจะถูกมาก เพราะด้วยข้อกำหนดของ 4G จะต้องถูกกว่า 3G ดังนั้น ครึ่งปีหน้าจะเห็นโปรโมชั่นใหม่ ๆ ของ กสท

“สิ่งที่ กสท ต้องทำอย่างหนักในปีหน้าคือ 1. การออกโปรโมชั่นที่ดี ราคาสู้กับคู่แข่งได้ 2. ปรับปรุงระบบไอที 3. เพิ่มคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งสิ่งที่เป็นปัญหาตอนนี้คือการร้องเรียนในเรื่องของการบริการลูกค้า โดยเฉพาะคอลเซ็นเตอร์ที่คู่สายมีปัญหา เนื่องจากพนักงานน้อย” นายวิโรจน์ กล่าว

ปัจจุบัน ลูกค้า 3G มาย (my) อยู่ที่ 1.1 แสนราย ปีหน้าตั้งเป้า 1.5 แสนราย ซึ่งไม่ได้เน้นจำนวนลูกค้ามีมากขึ้นเป็นหลัก 10 ล้านรายในปี 2 ปี แต่เน้นให้ลูกค้าอยู่ในระบบนานและใช้งานจริง ดังนั้น กสท จะพยายามหาโปรโมชั่นดี ๆ ให้ลูกค้าอยู่กับ กสท ให้นานที่สุด

ด้านนายรังสรรค์ จันทร์นฤกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่สายงานการตลาดและเทคโนโลยีสารสนเทศ ทีโอที กล่าวว่า ทีโอที พร้อมเป็นผู้ให้บริการเสาโทร
คมนาคมเช่นกัน เพราะทีโอทีได้รับโอนมอบทรัพย์สินจากคู่สัญญาสัมปทาน คลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์ จากเอไอเอสจำนวน 13,198 สถานีฐาน รวมกับในระบบ 2G ที่เอไอเอสนำไปอัพเกรดเป็น 3G อีก 3,700 สถานีฐาน และเสาโทรคมนาคมของทีโอทีในย่าน 2100 เมกะเฮิรตซ์ จำนวน 5,320 สถานีฐาน ทำให้ทีโอทีมีทรัพย์สินทางเสาโทรคมนาคมจำนวน 22,218 สถานีฐาน

ทั้งนี้ ทีโอทีมีความพร้อมอย่างเร็วที่สุดสำหรับการเจรจากับผู้ชนะการประมูลคลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์ ทั้ง 2 ราย โดยราคาเช่าใช้เสาโทรคมนาคมจะต้องเป็นราคาที่น่าพอใจสำหรับทีโอทีด้วย นอกจากนี้ ทีโอทีจะร่วมกับเอไอเอสเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ 3G คลื่น 2100 เมกะเฮิรตซ์ จำนวน 15 เมกะเฮิรตซ์ด้วย

อย่างไรก็ตาม การที่ทีโอทีมีสถานีฐานเพิ่มขึ้น จะทำให้เอ็มวีเอ็นโอรายใหม่เกิดขึ้น ซึ่งต่อจากนี้ จะเห็นแพ็กเกจดี ๆ จากทีโอที ที่สามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตความเร็วดาวน์โหลดและอัพโหลดแรง ๆ พร้อมแถมบริการโทรศัพท์บ้าน ช่วยเพิ่มลูกค้า 3G ให้ทีโอทีที่ปัจจุบันทีโอทีมีลูกค้าราว 5-6 แสนเลขหมาย

“ปีหน้าทีโอทีจะยังคงเดินหน้าทำตลาดบรอดแบนด์อย่างต่อเนื่องโดยเน้นการทำตลาดดิจิตอล 360 องศา เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าที่ใช้งานโทรศัพท์มือถือด้วย ปัจจุบัน ทีโอทีมีลูกค้าในบริการบรอดแบนด์ทั้งสิ้น 1.3 ล้านราย คาดว่าปีหน้าจะมีลูกค้าเพิ่มขึ้นเป็น 1.5 ล้านราย” นายรังสรรค์ กล่าว

หวังว่าหลังจากมีผู้ให้บริการรายใหม่อย่าง แจส มาร่วมแข่งขันในตลาดโมบาย จะทำให้การแข่งขันดุเดือดอย่างที่ใครหลายคนคิด ซึ่งนั่นก็หมายถึงประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับ.

กัญณัฏฐ์ บุตรดี

Kanyanat25@gmail.com

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 579