อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 26 กันยายน 2559

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 26 กันยายน 2559
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

‘ย่านนวัตกรรม’ บนถนนโยธี-ราชวิถี

สนช. ได้ริเริ่มและดำเนินการโครงการนี้ร่วมกับศูนย์ออกแบบและพัฒนาเมือง และสำนักผังเมือง กรุงเทพมหานคร (กทม.) โดยเล็งเห็นว่าพื้นที่บริเวณถนนโยธีและใกล้เคียง พฤหัสบดีที่ 7 มกราคม 2559 เวลา 01.54 น.

มาพร้อมกับ “ยุทธศาสตร์ใหม่” หรือ อินโน 2020 ( INNO 2020 ) ที่จะขับเคลื่อนนวัตกรรมของสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สนช. ไปสู่เป้าหมายในอีก 5 ปีข้างหน้า

กับการริเริ่มและผลักดันให้พื้นที่บริเวณถนนโยธี-ราชวิถี และบริเวณรอบ ๆ ในพื้นที่ 1 ตารางกิโลเมตร ให้กลาย เป็น “ย่านนวัตกรรม” หรือ “อินโนเวชั่น ดิสทริค” (Innovation Distric) โดยเป็นหนึ่งในโครงการจัดทำผังแม่บทการฟื้นฟูเมืองของกรุงเทพมหานคร ในวาระครบ 250 ปีในปี 2575 หรือ “กรุงเทพฯ 250”

“ดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์”ผู้อำนวยการ สนช. บอกว่า สนช. ได้ริเริ่มและดำเนินการโครงการนี้ร่วมกับศูนย์ออกแบบและพัฒนาเมือง และสำนักผังเมือง กรุงเทพมหานคร (กทม.) โดยเล็งเห็นว่าพื้นที่บริเวณถนนโยธีและใกล้เคียง เป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพสูงในการพัฒนานวัตกรรม โดยเฉพาะทางด้านการแพทย์และสุขภาพ เนื่องจากมีโรงพยาบาลเป็นจำนวนมาก จึงเน้นการเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมทางการแพทย์ของเมืองไทย

ทั้งนี้ สนช. จะร่วมกับหน่วยงานพันธมิตร โรงพยาบาล ผู้ประกอบการในย่านโยธี และราชวิถี หาแนวทางการพัฒนาโครงการนวัตกรรมด้านการแพทย์และสุขภาพ โดยเฉพาะการนำไอทีและแนวคิดเมืองอัจฉริยะเข้ามาเป็นตัวขับเคลื่อน

และจะใช้อาคารอุทยานนวัตกรรม เป็นศูนย์กลางในการขับเคลื่อนการดำเนินงาน ภายใต้ “ศูนย์นวัตกรรมเมืองอัจฉริยะ” (IoT Smart City Center) ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง สนช. กับ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) และ สมาคมสมองกลฝังตัวไทย (TESA)

ด้าน กทม.จะมีการพัฒนาเชื่อมระบบการขนส่งให้สะดวกมากขึ้น รวมถึงการสร้างทางเดินเชื่อม เพื่อรองรับการเข้าถึงการใช้บริการด้านสุขภาพ

ดร.พันธุ์อาจ บอกว่า การพัฒนาย่านนวัตกรรม ถือเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์การดำเนินงานที่สำคัญอย่างหนึ่งของ สนช. ที่มีแผนในการพัฒนานวัตกรรมเชิงพื้นที่และเมือง

นอกจากนี้ สนช. ยังมุ่งเน้นที่จะขับเคลื่อนนวัตกรรมด้วยฐานข้อมูลและองค์ความรู้ สร้างคุณ ค่าและมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ พัฒนาความสามารถทางนวัต กรรมให้กับองค์กรและนวัตกร สร้างเครือข่ายที่เข้มแข็ง และยกระดับนวัต กรรมไทยสู่ระดับสากลอีกด้วย

แผนการดำเนินการต่าง ๆ เหล่านี้ จะนำไปสู่เป้าหมายของแผนยุทธศาสตร์ 5 ปีของ สนช. ที่จะเริ่มใช้ตั้งแต่ปี 2559-2563 โดยมุ่งเป้าในการสร้างเครื่องมือในการช่วยเพิ่มมูลค่าสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ให้กับภาคอุตสาหกรรม ขณะเดียวกันก็สร้างความเท่าเทียมในการเข้าถึงแหล่งทุน ให้กับผู้ประกอบการทุกขนาด รวมถึงช่วยพัฒนาเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการ

“ในปีนี้ มีการปรับกระบวนการทางนวัตกรรมใหม่ เน้นการสร้างเครือข่ายนวัตกร ไม่เฉพาะคนที่ทำนวัตกรรมเท่านั้น แต่ยังเป็นการรวมกลุ่มคนที่ต้องการให้ทุนอีกด้วย ซึ่งจะมีกลไกการให้ทุนที่หลากหลายและเหมาะสมกับแต่ละโครงการอีกด้วย”

สำหรับแผนงานใหม่ ๆ เหล่านี้ ผอ.สนช. บอกว่า จะไม่กระทบการให้ทุนเดิมที่มีอยู่ แต่จะมีกลไกที่หลากหลายและให้เงินเยอะมากขึ้น ทั้งเรื่องคูปองนวัตกรรม ที่เริ่มโครงการระยะที่ 2 งบประมาณ 500 ล้านบาท และเปิดกว้างให้กับทุกอุตสาหกรรมมากขึ้น จากเดิมที่เน้นในอุตสาหกรรมการผลิต โครงการแปลงเทคโนโลยีเป็นทุน ที่เพิ่มวงเงินให้ทุนสูงถึง 3 ล้านบาท และโครงการนวัตกรรมดีไม่มีดอกเบี้ย

และ “อินโน 2020” หรือ แผนยุทธศาสตร์ 5 ปี นี้เอง ที่ถือว่าเป็น “จุดเปลี่ยนของ สนช.” ในรอบกว่า 10 ปีที่ผ่านมา จากบทบาทการเป็นหน่วยงานให้ทุนสนับสนุนกับผู้ประกอบการที่ต้องการนำนวัตกรรมมาทำธุรกิจ เพื่อสร้างความตระหนักรู้ในนวัตกรรมให้กับคนไทย มาจนถึงยุคปัจจุบันที่คนส่วนใหญ่เริ่มเข้าใจและไม่ปฏิเสธความสำคัญของคำว่า “นวัตกรรม”.

นาตยา คชินทร

nattayap.k@gmail.com

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 345