"ไอซีที"ยันไม่รีเทิร์นนโยบายซิงเกิลเกตเวย์

“อุตตม” ยืนยันงบประมาณที่ครม.อนุมัติ 2 หมื่นล้านบาท ไม่ได้นำมาใช้ทำซิงเกิลเกตเวย์ แต่จะนำมาใช้เพื่อเพิ่มขีดความสามารถและยกระดับด้านโทรคมนาคมของประเทศ ด้านนายกสมาคมโทรคมนาคมไทย ย้ำ พร้อมหนุนรัฐบาลตั้งดาต้าเซ็นเตอร์ หวังดูดนักลงทุนไอทีรายใหญ่ทั่วโลก

วันนี้(21 ม.ค.) ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ กรุงเทพ นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) กล่าวภายหลังสัมมนา “Innovative Digital Services and ASEAN Digital Gateway” จัดโดยสมาคมโทรคมนาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ (TCT) ว่า ปัจจุบันการใช้งานโซเชียลมีเดียของประชากรในประเทศไทยมีอันดับที่สูงมาก ซึ่งรัฐบาลได้ผลักดันให้ทั้งประเทศได้เข้าถึงเทคโนโลยีดิจิตอลและลดความเลื่อมล้ำการเข้าถึงข้อมูล ซึงล่าสุดคณะรัฐมนตรี (ครม.)ได้อนุมัติงบประมาณ 20,000 ล้านบาท เมื่อวันที่ 19 ม.ค.59 แบ่งเป็นการพัฒนาโครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงให้เข้าถึงทุกหมู่บ้านจำนวน 15,000 ล้านบาทและโครงการขยายเกตเวย์ไปยังต่างประเทศจำนวน 5,000 ล้านบาท

ทั้งนี้ กระทรวงไอซีทียืนยันว่างบประมาณดังกล่าวไม่ได้จะนำมาใช้เพื่อทำซิงเกิลเกตเวย์ ตามที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีแนวคิดให้นำมาใช้ปิดกั้นเว็บไซต์หมิ่นอย่างแน่นอน ซึ่งกระทรวงไอซีทียังคงยืนยันในเรื่องของการรักษาสิทธิส่วนบุคคล อีกทั้งรัฐบาลไม่ต้องการทำในสิ่งที่กระทบกับสิทธิเสรีภาพของประชาชนแต่จะนำมาใช้ในโครงการขยายขีดความสามารถเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตในประเทศและต่างประเทศเพื่อยกระดับเครือข่ายโทรคมนาคมของประเทศไทย

ด้านนายศุภชัย เจียรวนนท์ นายกสมาคมโทรคมนาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (TCT) กล่าวว่า ขณะนี้รัฐบาลได้ผลักดันให้ประเทศไทยก้าวเป็นดิจิตอลฮับของภูมิภาค ซึ่งอุตสาหกรรมโทรคมนาคมถือเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยผลักดันประเทศไทยให้มีความก้าวหน้าทัดเทียมนานาอารยประเทศและเป็นผู้นำของกลุ่มประเทศในอาเซียนและยิ่งรัฐบาลอยู่ระหว่างสร้างโครงสร้างโทรคมนาคมให้ครอบคลุมและมีการเชื่อมต่อทั้งในและนอกประเทศจะทำให้ผู้ผลิตคอนเทนต์ดังๆหันมาใช้ประเทศไทยในการลงทุน ทั้งนี้ มีปัจจัยมาจากพฤติกรรมการใช้งานโซเชียลมีเดีย อาทิ เฟซบุ๊ค ไลน์ กูเกิล การสตรีมมิ่งวีดีโอ และยูทูป เป็นต้น ที่ถือเป็นอันดับสูงมากจึงเชื่อว่าจะเป็นแรงดึงดูดให้นักลงทุนมาลงทุนในประเทศไทยแน่นอน

“ประเทศไทยมีความได้เปรียบอยู่หลายประการไม่ว่าจะเป็นภูมิศาสตร์ของประเทศที่ถือได้ว่าเป็นศูนย์กลางของอาเซียนและรัฐบาลอยู่ระหว่างเจรจากับนักลงทุน โดยมีนโยบายและโครงการที่ดีมาดึงดูด อาทิ การสร้างเกตเวย์เชื่อมต่อประเทศ หรือการวางโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมของประเทศ ซึ่งสมาคมฯ ก็พร้อมจะสนับสนุนและร่วมมือกับรัฐบาล ทั้งการตั้งศูนย์ดาต้า เซ็นเตอร์ หรือ ศูนย์คอมพิวเตอร์ในไทย หรือการตั้งกองทุนร่วมกันที่เชิญทั้งนักลงทุนระดับโลกร่วมด้วย เพื่อให้มีทุนเพื่อเริ่มทำกิจการของตนเอง หรือ การสร้างสตาร์ทอัพ เพื่อใช้คลาวด์ คอมพิวติ้ง เป็นต้น” นายศุภชัย กล่าว

ความคิดเห็น