อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 5 ธันวาคม 2559

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 5 ธันวาคม 2559
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

‘โซเชียล คอมเมิร์ซ’ในไทยมาแรง สตาร์ทอัพไทยคว้าเงินทุนพรีซีรีส์ เอ

จากการทำผลสำรวจ นักช้อปสินค้าออนไลน์ กว่า 70% ซื้อสินค้าผ่านโซเชียลมีเดีย ด้วยการแชตแล้วโอนเงินผ่านธนาคาร ซึ่งแตกต่างจากในยุโรปและสหรัฐอเมริกาที่ชำระเงินผ่านบัตรเครดิต อังคารที่ 26 มกราคม 2559 เวลา 01.41 น.

ปัจจุบันโซเชียล คอมเมิร์ซ (Social Commerce) หรือ การซื้อขายสินค้าผ่าน โซเชียล เน็ตเวิร์ก เช่น อินสตาแกรม หรือไอจี เฟซบุ๊ก ฯลฯ กำลังเป็นที่นิยมและเป็นช่องทางทำเงินให้กับพ่อค้า-แม่ค้า ทั้งมือสมัครเล่นและมืออาชีพจำนวนมาก ส่งผลให้ตลาดโซเชียล คอมเมิร์ซ มีความน่าสนใจและมีการเติบโตสูง

ส่งผลให้ 2 เทค สตาร์ทอัพเลือดไทย ที่พัฒนาแอพพลิเคชั่นเกี่ยวกับโซเชียล คอมเมิร์ซ ได้รับความสนใจจากนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ ให้เงินทุนสนับสนุนในการทำธุรกิจในรอบพรีซีรีส์ เอ (Per-Series A)

รายแรกคือ แอพพลิเคชั่นสไตล์ฮันท์ (Stylhunt) ซึ่งเป็นแอพพลิเคชั่นที่ช่วยให้นักช้อปสามารถค้นหาและเลือกซื้อสินค้าแฟชั่นจากโซเชียลมีเดีย โดยสามารถระดมทุนได้จำนวน 5 แสนดอลลาร์สหรัฐ จาก บริษัท ไซเบอร์เอเจนท์ เวนเจอร์ จากญี่ปุ่น, 500 Tuk Tuks กองทุนย่อยในเครือ 500 Startups, Expara Ventures ซึ่งเป็นกลุ่มทุนจากสิงคโปร์, กลุ่ม SGAN (Singapore Angel Network) เป็นกลุ่มนักลงทุนรายบุคคลจากสิงคโปร์ และ พอล-ภัทรพล ศิลปาจารย์ ที่ร่วมลงทุนส่วนตัวด้วย

ส่วนรายที่สอง คือ แอพพลิเคชั่น ชอป สปอท (ShopSpot) เป็นเว็บไซต์และแอพพลิเคชั่นเพื่อการซื้อขายสินค้าออนไลน์ของร้านค้าบนเฟซบุ๊กและไอจี โดยได้รับเงินทุนเป็นตัวเลข 7 หลัก จาก โครงการอินเวนต์ (InVent) ของ บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) และสิงเทล อินโนเวท พีทีอี ลิมิเต็ด (Singtel Innov8 Pte Ltd)

นายสุรวัฒน์ พรหมโยธิน หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอ ของ สไตล์ฮันท์ กล่าวว่า จากการทำผลสำรวจ นักช้อปสินค้าออนไลน์ กว่า 70% ซื้อสินค้าผ่านโซเชียลมีเดีย ด้วยการแชตแล้วโอนเงินผ่านธนาคาร ซึ่งแตกต่างจากในยุโรปและสหรัฐอเมริกาที่ชำระเงินผ่านบัตรเครดิต โดยตลาดอีคอมเมิร์ซในไทยมีมูลค่าประมาณ 4,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 164,500 ล้านบาท โดยเป็นการซื้อขายผ่านเฟซบุ๊ก และไอจี ถึง 510 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 17,850 ล้านบาท ซึ่งพฤติกรรมนี้ไม่ใช่เฉพาะในไทยยังเกิดขึ้นในเวียดนาม และ อินโดนีเซีย โดยไทยมีร้านค้าในไอจี และเฟซบุ๊ก อยู่ 4 หมื่น-1 แสนราย

“การจะทำให้ร้านค้าบนเฟซ บุ๊กเป็นที่รู้จักจะต้องจ่ายเงินซื้อโฆษณา ส่วนไอจีอาจจะใช้วิธีฝากร้านกับคนดัง หรือดารา ทางสไตล์ฮันท์จึงเข้ามาช่วยแก้ปัญหานี้ โดยได้ร่วมกับร้านค้าและมีการจัดอันดับ 10 ร้านค้ายอดนิยมที่วัดจากยอดไลค์รวมถึงจำนวนผู้ติดตาม ส่วนการใช้งานก็ง่ายเพียงแต่ใช้นิ้วปัดหน้าจอไปซ้ายหรือขวา ว่าชอบหรือไม่ชอบสินค้าและร้านค้านั้น ๆ มีระบบแชตให้ร้านค้าสื่อสารกับผู้ซื้อได้ทันที”

ปัจจุบันมียอดดาวน์โหลดในระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์แล้ว 2 หมื่นดาวน์โหลด ขณะที่ไอโอเอสกำลังอยู่ในช่วงพัฒนา โดยเงินทุนที่ได้จะนำมาเพิ่มบุคลากร อาทิ โปรแกรมเมอร์ เพื่อพัฒนาระบบให้ดียิ่งขึ้น โดยปัจจุบันถือว่าประสบความสำเร็จ มีลูกค้าที่ใช้แอพ กลับมาซื้อซ้ำถึง 70% ในระยะเวลา 30 วัน สำหรับการหารายได้มาจาก 3 ส่วน คือ 1.การให้ร้านค้าเช่าใช้งานซอฟต์แวร์พร้อมมีฟังก์ชั่นพิเศษให้ 2. เป็นแอดมินดูแลระบบให้ และ 3.เก็บค่าโฆษณาจากร้านค้าเพื่อดันให้ร้านค้าอยู่ในอันดับต้น ๆ ให้ผู้ใช้งานเห็นก่อน และในอนาคตมีแผนขยายธุรกิจไปยังประเทศมาเลเซีย เวียดนาม อินโดนีเซีย ฯลฯ

ด้าน นายนัฏฐ์สกล เกียรติสุรนนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ ผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท ชอปสปอท โมบิลิตี้ พีทีอี ลิมิเต็ด กล่าวว่า ชอปสปอท มีกลุ่มลูกค้าคือทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย เป็นการช่วยสร้างแบรนด์และยอดขายให้กับร้านค้า ชอปสปอทจึงเป็นการร่วมกันของ คอนเทนต์ คอมมูนิตี้ และคอมเมิร์ซ โดยปัจจุบันรองรับการใช้งานทั้งเว็บไซต์ แอพระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ และไอโอเอส มียอดดาวน์โหลดรวมกันแล้ว 5 แสนดาวน์โหลด และมีร้านค้าอยู่ 2 หมื่นร้าน สิ้นปีจะขยายให้ได้ถึง 1 แสนร้านค้า ปัจจุบันมียอดซื้อขายอยู่ ที่ 500-1,000 รายการต่อวัน และมียอดผู้เข้าชมอยู่ที่ 1.5 ล้านครั้งต่อเดือน

“โมเดลธุรกิจในการหารายได้จะมาจากแพ็กเกจซอฟต์แวร์ที่ให้บริการกับร้านค้า ค่าธรรมเนียมในการชำระค่าสินค้า และการขายโฆษณา สำหรับเป้าหมายในปีนี้หลังจากได้รับเงินทุน คือ เพิ่มทีมงานและต้องการผลักดัน ชอปสปอท อีโค่ซิสเต็มส์ ด้วยการสนับสนุนร้านค้าออนไลน์ในการสร้างแบรนด์ให้ลูกค้าจดจำ เพื่อสร้างยอดขายให้เพิ่มขึ้น รวมถึงสนับสนุนแบรนด์สินค้าของคนไทยให้สามารถขายสินค้าไปยังต่างประเทศได้ด้วย และร่วมมือกับพันธมิตรจำนวน 6 ราย ในการเพิ่มบริการใหม่ ๆ ในอนาคต”

ถือเป็นสองเทคสตาร์ทอัพของไทยในด้านโซเชียลคอมเมิร์ซที่น่าจับตามองเพราะมีเป้าหมายเดียวกัน คือผลักดันธุรกิจให้เติบโตเพื่อระดมเงินจากนักลงทุนในรอบ
ซีรีส์ เอ ต่อไป.

จิราวัฒน์ จารุพันธ์

JirawatJ@dailynews.co.th

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 566