อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 31 สิงหาคม 2559

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 31 สิงหาคม 2559
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

สดร.ชี้การพบคลื่นความโน้มถ่วงเป็นจุดเริ่มต้นของการค้นพบอันยิ่งใหญ่

สดร.ชี้การพบคลื่นความโน้มถ่วงของโลกเป็นจุดเริ่มต้นของการค้นพบอันยิ่งใหญ่ ศุกร์ที่ 12 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา 00.00 น.

ดร. ศรัณย์ โปษยะจินดา รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน)หรือสดร. เปิดเผยถึงการค้นพบคลื่นความโน้มถ่วงครั้งแรกของโลก ซึ่งทีมวิจัยLaser InterferometerGravitational-Wave Observatory (LIGO) ออกแถลงข่าวยืนยันเมื่อวันที่11 กพ.ที่ผ่านมาว่า การค้นพบครั้งนี้เป็นเรื่องน่าตื่นเต้นของวงการดาราศาสตร์นอกจากจะสนับสนุนทฤษฎีสัมพัทธภาพของอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ที่ทำนายเมื่อ 100 ปีที่แล้ว ว่าถูกต้องและไม่มีข้อโต้แย้งนับถึงปัจจุบันยังยืนยันการมีอยู่ของ Binary Black Hole หรือหลุมดำสองหลุมที่โคจรรอบกันอีกด้วย

“นับเป็นครั้งแรกที่ตรวจพบหลุมดำโดยตรงที่ผ่านมานักดาราศาสตร์ใช้การคาดการณ์ หรือหลักฐานทางอ้อมแต่นี่เป็นครั้งแรกที่เราสามารถสังเกตการณ์คลื่นความโน้มถ่วงได้โดยตรงซึ่งเปรียบเทียบได้กับการเปิดหน้าต่างใหม่ของการศึกษาเอกภพอีกรูปแบบหนึ่งการค้นพบคลื่นความโน้มถ่วงนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการค้นพบอันยิ่งใหญ่ที่กำลังจะตามมาเมื่อเราค้นพบคลื่นความโน้มถ่วงได้เราก็จะสามารถยืนยันปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ต่าง ๆ อีกมากมายที่คาดการณ์เอาไว้ได้เช่น การยุบตัวของซูเปอร์โนวา ดาวนิวตรอน คอสมิคสตริง ฯลฯ รวมไปถึงการกำเนิดเอกภพ”ดร. ศรัณย์ กล่าว

สำหรับการค้นพบคลื่นความโน้มถ่วงครั้งแรกของโลก ทีมวิจัย Laser Interferometer Gravitational-WaveObservatory (LIGO) ได้ออกแถลงข่าวยืนยันการค้นพบ โดยสัญญาณดังกล่าวมีชื่อว่าGW150914 ตรวจจับได้เมื่อวันที่ 14กันยายน 2558 โดยทีมนักวิทยาศาสตร์แห่ง LIGOScientific Collaboration (LSC) ประกอบด้วยนักวิทยาศาสตร์กว่า 1,000 คนในประเทศสหรัฐอเมริกาและอีก 14 ประเทศการค้นพบคลื่นความโน้มถ่วงครั้งนี้นับเป็นหนึ่งในการค้นพบอันยิ่งใหญ่ของมวลมนุษยชาติ

โดยทีมวิจัย LIGO เปิดเผยว่า วันที่ 14 กันยายน 2558 ที่ผ่านมาได้มีการตรวจพบคลื่นความโน้มถ่วงที่เกิดจากหลุมดำสองหลุม มวล 29 และ 36 เท่าของดวงอาทิตย์รวมตัวกันและปลดปล่อยพลังงานในรูปของคลื่นความโน้มถ่วงที่ตรวจพบได้โดยเครื่องตรวจวัดคลื่นความโน้มถ่วง ที่เครือข่ายสถานี LIGO 2 แห่ง คือ รัฐหลุยส์เซียนา และรัฐวอชิงตัน ในเวลาใกล้เคียงกัน ทั้งสองสถานีอยู่ห่างกันมากถึง 3,000 กิโลเมตรและได้เปรียบเทียบสัญญาณที่เกิดจากการแทรกสอดของแสงเลเซอร์เพื่อตรวจจับคลื่นความโน้มถ่วงว่าส่งผลต่อการแทรกสอดนั้นอย่างไร สัญญาณดังกล่าวมาจากการหมุนวนเข้าหากันเป็นรูปก้นหอยของหลุมดำสองหลุมสัญญาณที่ตรวจจับได้มีลักษณะความถี่และความเข้มเพิ่มขึ้นตามกาลเวลาสอดคล้องกับการรวมตัวกันของหลุมดำที่ได้จากทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไปของไอน์สไตน์ และยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นการสังเกตการณ์สัญญาณจากหลุมดำที่เข้าชนกันได้เป็นครั้งแรกอีกด้วยเป็นเครื่องยืนยันว่าหลุมดำที่โคจรรอบกันและกัน และการชนกันของหลุมดำมีอยู่จริงอีกทั้งเกิดขึ้นได้ในช่วงชีวิตของเอกภพปัจจุบัน

ทั้งนี้คลื่นความโน้มถ่วง (Gravitational waves) ถูกทำนายว่ามีอยู่ด้วยทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไปของไอน์สไตน์ในปี 1916 มีการตรวจจับคลื่นความโน้มถ่วงทางอ้อมได้ในปี 1974จากการสังเกตระบบดาวนิวตรอนคู่ที่ชื่อว่า PSR B1913+16ผลการคำนวณและสังเกต พบว่าพวกมันเข้าใกล้กันมากขึ้นเรื่อย ๆเพราะสูญเสียพลังงานจากการแผ่คลื่นความโน้มถ่วง การค้นพบนี้ส่งผลให้สองนักฟิสิกส์ RussellAlan Hulse และ Joseph Hooton Taylor, Jr. ได้รับรางวัลโนเบลในปี1993

หมายเหตุ : ภาพประกอบข่าวเป็นภาพจำลองการรวมกันของหลุมดำ และกราฟแสดงข้อมูลคลื่นความโน้มถ่วงบันทึกโดย LIGO, NSF, Aurore Simonnet (Sonoma State U.)

จำนวนคนอ่าน 8,688 คน

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 479