อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 28 กันยายน 2559

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 28 กันยายน 2559
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

"ไอซีที"เร่ง EGA สรุปแผนดาต้าเซ็นเตอร์แห่งชาติ

รมต.ไอซีที ชี้แจง (ร่าง) แผนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแก่ผู้บริหารทุกกระทรวง ล่าสุด ปรับโครงการดาต้า เซ็นเตอร์แห่งชาติใหม่ จี้ EGA ศึกษารายละเอียดเชิงลึกทั้งการลงทุนและการใช้งาน ย้ำไม่จำเป็นต้องเดินตามแนวคิดเดิม อังคารที่ 16 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา 01.00 น.

เมื่อวันที่ 15 ก.พ. ที่ บริษัท ทีโอที จำกัด(มหาชน) นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) กล่าวภายหลังการชี้แจงและรับฟังความคิดเห็นกับผู้บริหารระดับสูงของทุกกระทรวงว่า กระทรวงไอซีทีได้ชี้แจงในความคืบหน้า(ร่าง) แผนพัฒนาดิจิตอลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ตามที่คณะกรรมการเตรียมการด้านดิจิตอลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน

ส่วนแผนพัฒนารัฐบาลดิจิตอลของประเทศไทย(พ.ศ.2559-2561)ซึ่งทางสำนักงานรัฐบาลอิเลคทรอนิกส์ หรือEGAเป็นผู้รับผิดชอบ โดยเฉพาะโครงการ ดาต้าเซ็นเตอร์ แห่งชาติ นั้น ขณะนี้ได้ปรับรูปแบบโครงการใหม่ ซึ่ง EGAได้สำรวจข้อมูลเชิงลึกที่เบื้องต้นได้แบ่งประเภทตามความสำคัญของระบบงานออกเป็น 3ประเภท ได้แก่ ระบบข้อมูลด้านความมั่นคงของประเทศสัดส่วน 60% 2.ระบบข้อมูลทั่วไปสัดส่วน 32% และระบบข้อมูลสำคัญสัดส่วน 8%

ดังนั้น หน่วยงานภาครัฐประมาณ 300 หน่วยงาน ต้องวิเคราะห์ว่าข้อมูลต่างๆ อยู่ในหมวดหมู่ใด ซึ่งที่ผ่านมาหน่วยงานภาครัฐมีการลงทุนด้านดาต้า เซ็นเตอร์ ราว 1 หมื่นล้านบาทต่อปี และมีการใช้งานเพียง 16%เท่านั้น จึงยังไม่สามารถสรุปได้ว่าจะสร้างใหม่จำนวนเท่าไหร่ ซึ่งให้EGA จะร่วมมือกับ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) และ บริษัท กสท โทรคมนาคมจำกัด (มหาชน) รับผิดชอบ ซึ่งต้องเร่งทำให้เสร็จเร็วที่สุด และโครงการนี้กระทรวงฯ ทำใหม่จะไม่พูดถึงโครงการเก่าที่บอร์ดเก่าคิดไว้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โครงการดาต้า เซ็นเตอร์แห่งชาติเป็นแนวคิดของบอร์ดดีอีชั่วคราวสมัย นายพรชัย รุจิประภา เป็นรัฐมนตรีไอซีที ที่เหลือเพียงการประชาพิจารณ์กำหนดมาตรฐานดาต้าเซ็นเตอร์ เพื่อให้เอกชนที่สนใจเข้ามาลงทุนเท่านั้น มีเอกชนทั้งไทยและต่างชาติสนใจกว่า 20 ราย เพื่อสร้างดาต้า เซ็นเตอร์แห่งชาติกระจายไปยังสถานที่ต่างๆ กว่า 20 แห่ง ใช้เวลาในการสร้างให้แล้วเสร็จภายใน1 ปี เพื่อให้สามารถเปิดใช้งานได้ภายใน 10 เดือน นับจากโครงการเสร็จ คาดว่าจะต้องใช้เงินลงทุนในช่วง 1-2 ปีแรกประมาณ 3-4 หมื่นล้านบาท.

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 516