อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 10 ธันวาคม 2559

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 10 ธันวาคม 2559
×
เลือกจัดหน้าของคุณ

"เจ๊ติ๋ม"ยันไม่จ่าย1.7พันล้าน เงินประมูล-ขอสู้คดีถึงที่สุด

“เจ๊ติ๋ม-ทีวีพูล"ยันหนักแน่นไม่จ่าย 1,748 ล้านบาทจนกว่าศาลจะมีคำสั่งถึงที่สุด ระบุกสทช.ไม่ทำตามแผนงานโครงข่าย ส่งทนายฟ้องศาลระงับจ่ายแบงค์การันตี พฤหัสบดีที่ 18 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา 06.14 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 18 ก.พ.2559 นางพันธุ์ทิพา ศกุณต์ไชยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยทีวี ได้แถลงข่าวที่สำนักงานทีวีพูล ถนนลาดพร้าว โดยระบุว่า เมื่อวันที่ 12 ก.พ.2559 ที่ผ่านมาได้รับหนังสือคำสั่งจาก สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เกี่ยวกับมติเพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการทีวีดิจิตอลจำนวน 2ช่อง ได้แก่ ช่องไทยทีวี และ ช่องโลก้าโดยตนได้มอบหมายให้ทนายความ ยื่นฟ้องศาลปกครอง เมื่อวันที่ 15ก.พ.2559 เพื่อขอให้มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ระงับคำสั่งกสทช.เรียกเก็บหลักทรัพย์ค้ำประกัน (แบงค์การันตี) ที่ทำไว้กับธนาคารกรุงเทพ จำนวน 1,748 ล้านบาทรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยศาลนัดไต่สวนนัดแรก วันที่ 23ก.พ.2559 เวลา 13:00น.

สำหรับเหตุผล ที่ไม่ต้องการทำ 2ช่องดิจิตอลต่อไปนั้น เพราะกระบวนการในการเปลี่ยนผ่านทีวีดิจิตอลของ กสทช. ไม่เป็นไปตามแผนงานทั้งการแจกคูปอง โครงข่ายที่ไม่ครอบคลุมและขาดความชัดเจน เป็นต้น ซึ่งก่อนการประมูล บริษัทฯได้ทำแผนความเสี่ยงไว้แล้ว แต่เมื่อแผนงานของกสทช. ไม่ชัดเจน ทำให้บริษัทได้รับผลกระทบอย่างหนักโดยช่วง เวลาปีกว่า ลงทุนไปแล้ว กว่า 1 พันล้านบาท

"สิ่งที่กสทช.จะต้องทำ คือ การพิจารณาเรื่อง การจ่ายเงินงวดที่ 3 เพื่อทำให้ผู้ประกอบการที่เหลืออยู่ไม่เจ็บตัวไปมากกว่านี้ จากนี้ จะไม่ทำกิจการใดๆ กับภาครัฐอีกเพราะเกิดความเสียหายอีกทั้งยังเรียกร้องความเสียหายได้ยากอีกด้วยยกเว้นยังทำกับช่อง 5 ที่ทีวีพูล เช่าเวลาออกอากาศอยู่ และอยากให้กสทช.เยียวยาผู้ประกอบการทีวีดิจิตอลช่องอื่นๆที่ได้รับผลกระทบจาก กสทช.ที่ทำงานล่าช้าในการเปลี่ยนผ่านสู่ทีวีดิจิตอล และย้ำว่า ไทยทีวีจะไม่เจรจากสทช.เพื่อขอกลับมาธุรกิจทีวีดิจิตอลอีก"

นางพันธุ์ทิพา กล่าวว่า ตนจะไม่ล้มละลายแน่นอน เพราะกว่ากระบวนการฟ้องร้องจะยุติคงใช้เวลานานและบริษัทไทยทีวีเป็นผู้เสียหายในคดีที่ฟ้อง กสทช.เรียกค่าเสียหายกว่า 1,000 ล้านบาท และต้องรอให้ศาลมีคำตัดสินเป็นที่สิ้นสุดก่อน แต่ยอมรับว่า กระแสข่าวว่าติ๋มทีวีพูล จะล้มละลายนั้นสร้างความเสียหายในธุรกิจอื่นของครอบครัวด้วย

ทั้งนี้ ยืนยันว่า จะไม่ปลดพนักงานของไทยทีวีเพราะได้เปลี่ยนรูปแบบทางธุรกิจทางทีวีดาวเทียม และออนไลน์แต่พนักงานก็ต้องปรับตัวโดยทำงานหนักขึ้น และกำลังศึกษาข้อกฎหมายที่กสทช.เพิกถอนใบอนุญาตห้ามทำธุรกิจสื่อโทรทัศน์แต่กรณีของช่องดาวเทียมเป็นธุรกิจของลูกที่บรรลุนิติภาวะแล้วเป็นคนละนิติบุคคลซึ่งสามารถทำธุรกิจนี้ต่อไปได้

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 743